สรุปว่าผมเลือกที่จะทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีของธนาคาร เพื่อที่จะทำให้ผมประหยัดเงินจากการโอนเงิน/ฝากเงินต่างสาขาข้ามเขตเป็นจำนวนเงิน ๑๐ บาท

     หลายท่านมีความจำเป็นต้องไปโอนเงิน โดยเฉพาะท่านที่มีบุตรศึกษาเล่าเรียนอยู่ไกลบ้าน ผมจำได้ว่าสมัยก่อน เวลาจะส่งเงินสมัครสมาชิกหนังสือ จะส่งโดยธนาณัติ หรือตั๋วแลกเงิน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป เช่น ธนาณัติแต่ก่อน ค่าส่งพันละห้าบาท + ค่าส่งจดหมายพิกัดแรก ถ้าส่งเงินน้อยๆ ก็คุ้ม แต่ถ้าส่งเงินมากๆ ค่าธนาณัติก็แพง ระยะเวลาส่งธนาณัติธรรมดา กินเวลา 2-5 วัน

    ต่อมาเมื่อมีการโอนเงินผ่านธนาคารระบบ Online การโอนเงินก็สะดวกขึ้น บริการไปรษณีย์ธนาณัติดูล้าสมัย เขาก็เปลี่ยนมาเป็นระบบโอนเงิน เรียกว่าธนาณัติ Online ส่งถึงผู้รับรวดเร็ว แต่ว่าค่าบริการแพงกว่าธนาคาร

    สำหรับธนาคารเอง เราเข้าใจว่าเวลาโอนเงิน ผู้รับต้องมีบัญชีจึงจะโอนเงินได้ ความจริงเขามีระบบโอนลอย..คือผู้รับและผู้โอนไม่จำเป็นต้องมีบัญชีกับธนาคารเลยก็ได้ ผมเคยใช้บริการตอนออกค่ายอาสา คือ เราอยู่คนละจังหวัด นิสิตให้อาจารย์ไปยืมเงิน และโอนไปให้เขา แต่เราก็ต้องเสียค่าโทรศัพท์ทางไกลกันด้วยสมัยนั้น

    สมัยปัจจุบัน เราคงทราบกันดีแล้วว่า การโอนเงินในเขตบัญชีเดียวกันและธนาคารเดียวกัน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการโอน เช่น ผมอยู่ในกรุงเทพ แถวพญาไท จะโอนเงินให้คนอยู่ฝั่งเกาะรัตนโกสินทร์ ผมก็ไปที่ธนาคารและฝากเงินให้เขาเหมือนเราฝากแบบ no book

    แต่ถ้าผมอยู่พิษณุโลก จะโอนเงินไปให้พี่ที่กรุงเทพ (ธนาคารเดียวกัน) ผมก็ไปที่ทำการธนาคารและแจ้งความประสงค์โอนเงิน เขียนเลขบัญชีตามแบบที่ธนาคารมี แล้วก็เสียค่าธรรมเนียม เป็นค่าคู่สาย ๒๐ บาท และค่าธรรมเนียมการโอน หมื่นละ 10 บาท แสดงว่าถ้าเราโอนเงินหมื่นบาท เราจะเสียค่าใช้จ่ายรวม ๓๐ บาท (แต่ถ้าโอนต่างธนาคารรู้สึกว่าจะเสียรวม ๓๕ บาท)

     เดี๋ยวนี้เราปฏิเสธเทคโนโลยีไม่ได้ ทางธนาคารจะติดตู้ต่างๆ ไว้ที่ธนาคาร มีตู้ ATM, สมุดปรับบัญชีเงินฝาก และตู้ฝากเงินอัตโนมัติ ทั้งนี้เพื่อที่จะไม่ต้องจ้างพนักงานบริการไว้จำนวนมาก save ค่าใช้จ่ายของธนาคาร แล้วเจ้าเครื่องเหล่านี้ก็ทำงานได้ ๒๔ ชั่วโมง หรือบางแห่งก็ทำงานแค่เที่ยงคืน

     เดี๋ยวนี้ เวลาผมจะโอนเงินให้พี่ชายที่กรุงเทพฯ จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ผมก็ไปที่ตู้ฝากเงินของธนาคาร กดหมายเลขบัญชีธนาคารของพี่ชาย แล้วเจ้าเครื่องมันก็จะขึ้นชื่อมา.. ถ้าถูกต้องผมก็กดยืนยัน ตู้มันก็จะเปิดช่องฝากเงินให้ ผมก็ใส่ธนบัตรใบละ ๑,๐๐๐ บาท ลงไป ๑๐ ใบ เครื่องตรวจนับแล้วจะขึ้นจำนวนธนบัตรและจำนวนเงินมาให้ ถ้าถูกต้องเราก็กดยืนยัน เครื่องมันก็จะฝากเงินไปเข้าบัญชีของพี่ชายที่อยู่กรุงเทพฯ จำนวนเงินที่เข้าไปในบัญชีจะเหลือ 9,880 บาท เพราะคิดค่าธรรมเนียมต่างสาขาข้ามเขต ๒๐ บาท...

     ถ้าเราไปโอนเงินที่ counter เมื่อพนักงานจะโอนเงินให้ ๑๐,๐๐๐ บาท จะถามว่าหักค่าโอนใน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือว่าหักค่าโอนต่างหาก ถ้าหักในเงินที่โอน เงินก็จะเหลือแค่ 9,870 บาท แต่ถ้าจ่ายค่าโอนต่างหากเราก็ต้องจ่ายเพิ่ม 30 บาท

    จะเห็นว่าเราฝากเงินที่ตู้จะประหยัดกว่า การไปโอนเงินกับพนักงาน ๑๐ ซึ่งเงินก็ถึงมือคนที่อยู่กรุงเทพฯในเวลาพอๆ กัน การฝากเงินที่ตู้จะมีข้อเสียอยู่นิดเดียวตรงที่เงินที่ฝากเข้าไปจะไม่เต็มจำนวน จะถูกหักไปเป็นค่าใช้จ่าย

     สรุปว่าผมเลือกที่จะทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีของธนาคาร เพื่อที่จะทำให้ผมประหยัดเงินจากการโอนเงิน/ฝากเงินต่างสาขาข้ามเขตเป็นจำนวนเงิน ๑๐ บาท

     ปล. ท่านที่ไม่เคยลองใช้วิธีการแบบที่ผมเล่า ลองไปที่ธนาคาร แล้วใช้บริการแบบที่ผมเล่ามา โดยปรึกษาพนักงานต้อนรับของธนาคารครับ ครั้งแรกๆ เราฝากเงินเข้าบัญชีของตัวเองก่อนผ่านเจ้าตู้ฝากเงินสด ใช้ไปใช้มามันจะสนุกดีนะครับ...

    เคล็ดลับการฝึกให้ชินกับเทคโนโลยีของธนาคาร (ห้ามบอกคนของธนาคารน๊ะว่าผมบอก) ผมฝึกวิธีใช้คือ มันมีตู้อยู่ ๓ ตู้ ตู้แรกเป็นตู้ปรับบัญชี (ผมติดสมุดบัญชีออมทรัพย์ไปด้วย) ตู้ที่สองเป็นตู้ฝากเงินสด และตู้ที่ ๓ เป็นตู้ ATM....เริ่มแรกผมเอาเงินไปฝากเข้าบัญชีสัก ๒,๐๐๐ บาท ใส่ตู้ไป ๒ ใบ (ธนบัตรใบละพัน) เจ้าเครื่องมันก็จะพิมพ์หลักฐานให้เรา ๑ ใบ จากนั้นผมก็ไปตู้ปรับบัญชี ใส่สมุดธนาคารเข้าไป (เขาเรียกว่า update สมุด) มันก็พิมพ์ตัวเลขออกมาว่าผมฝากเงินเข้าไปแล้วน๊ะ 2,000 บาท  จากนั้นผมก็ไปกดเงินที่ตู้ ATM ครั้งละ 400 บาท 5 ครั้ง (ผมต้องการแต่ธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวน 20 ใบ)

    หากจะเล่นอีกรอบ ผมก็นำธนบัตรใบละ 100 บาท 20 ใบ ไปดำเนินการที่ตู้ฝากเงินอีกครั้ง, update สมุด แล้วก็มากดตู้ ATM ได้อีก โดยที่ผมไม่เสียค่าบริการแต่อย่างใด (เน้นว่าต้องเป็นธนาคารเดียวกันและเป็นสาขาที่เรามีสมุดเงินฝาก-จะได้ไม่มีปัญหา)..

 

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)