ประวัติตำบลบ้านปึก

ตำบลบ้านปึก

บ้านปึก  เป็นตำบลเล็กๆ  อยู่ในเขตอำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี  มีพื้นที่  ทิศเหนือจรด ตำบลอ่างศิลา ทิศใต้จรดตำบลแสนสุข ทิศตะวันออกจรดตำบลเสม็ด ทิศตะวันตกจรดตำบลอ่างศิลาห่างจากชายทะเลประมาณ 1 กิโลเมตร

ความเป็นมาของการตั้งชื่อว่า  ตำบลบ้านปึก  ประมวลได้จากการสอบถามจากผู้อาวุโสในท้องถิ่น  พบว่า  ในหมู่บ้านนี้มี  แอ่งน้ำ  อยู่ 2 แห่ง  อยู่ไม่ไกลกันนัก  แอ่งหนึ่ง  ชาวบ้านเรียก  ปึกตาเลี่ยม  ( ปึกเล็ก ) อีกแอ่งหนึ่ง เรียกว่า ปึกตาเที่ยง  ( ปึกใหญ่ ) ต่อมาเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ปึกตาจ๋อย  ทั้งสองแห่งจะมีน้ำขังเกือบปี  นานๆครั้งจึงจะแห้งสักครั้ง  นั่นเพราะปีนั้นแล้งจัดจริงๆ  เป็นแอ่งน้ำที่ทุกบ้านนำควายมาเลี้ยงที่นี่  จึงไม่มีใครที่ไม่รู้จักปึกทั้งสองแห่งนี้  เคยมีคนเรียก  ตำบลนี้ว่า  บ้านโรงนาก  ด้วยเหมือนกันแต่ไม่มากเท่า  บ้านปึก  จึงน่าเชื่อได้ว่าคำว่า  บ้านปึก   น่าจะมาจากปึกที่ใช้เรียกแอ่งน้ำของคนทั้งหมู่บ้านนี่เอง

                ในตำบลบ้านปึกมีวัดเพียงวัดเดียวเท่านั้น   คือ  วัดใหม่เกตุงามและมีโรงเรียนเพียงโรงเรียนเดียวเช่นกัน  คือโรงเรียนวัดใหม่เกตุงาม  มีหมู่บ้านทั้งหมด  7  หมู่บ้านดังนี้

                หมู่บ้านที่ 1   บ้านปึกใหญ่

                หมู่บ้านที่ 2  บ้านสวนมะม่วง  เล่าว่าสมัยก่อนมีสวนมะม่วงมากมาย

                หมู่บ้านที่ 3  บ้านปึก  หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  หมู่มะขาม  เพราะเดิมมีมะขามใหญ่มากในหมู่บ้าน  2  ต้นเป็นเอกลักษณ์

                หมู่บ้านที่ 4  บ้านหนองยี่พร้า  เล่าว่าเดิมเป็นหนองน้ำใหญ่  มีก้อนหินขนาดใหญ่มากอยู่ริมน้ำ ในหมู่บ้านนี้มีโจรสองคนที่คอยปล้นชาวบ้านอยู่ประจำ  แต่โจรทั้งสองไม่มีปืน  มีเพียงมีดพร้าเป็นอาวุธ  และจะมาลับมีตรงก้อนหินนั้นประจำ  ผู้คนจึงเรียกว่าหนองลับพร้า  มาจนถึงปัจจุบัน เรียกว่าหนองยี่พร้า

                หมู่บ้านที่ 5  บ้านสวนหมาก

                หมู่บ้านที่ 6  บ้านหนองเพชร

                หมู่บ้านที่ 7  บ้านมาบหม้อ  เล่าว่าเดิมในหมู่บ้านมีเรือบรรทุกหม้อขาย  มาจอดที่สะพานท่าเรือมากมาย  ชาวบ้านจึงเรียกว่า  มาบหม้อ  เพราะมาบในที่นี้หมายถึงร่องน้ำที่เรือสามารถเข้ามาได้

                การอาชีพของคนในหมู่บ้าน  คือการทำนา ทำน้ำตาลโตนด  ทำสวนมะพร้าว  ทอผ้าหรือทอหูก  ผู้หญิงแทบทุกครัวเรือนทอผ้าได้และเก่งและรับจ้างทอผ้าอ่างศิลา  ส่วนผู้ชายจะทำน้ำตาลโตนด คือน้ำตาลที่ทำจากต้นตาล  เรียกอีกอย่างว่า  น้ำตาลปึก  ในฤดูฝนจะช่วยกันทำนา  ทุกบ้านจึงมีควายและเกวียนเป็นสัญลักษณ์

                การคมนาคม  ไม่สะดวกจะเดินทางไปไหน  จะต้องเดินเท้าหรือนั่งเกวียน  ไปขึ้นรถที่ตำบลเสม็ดหรือตำบลอ่างศิลา   คนในหมู่บ้านจึง ไม่ได้ไปไหนไกลๆเหมือนสมัยนี้   การค้าขายมะพร้าวต้องใช้เกวียนบรรทุกจากสวนไปท่าเรือและบรรทุกเรือใบลำใหญ่ไปอีกต่อหนึ่ง

                ในปัจจุบัน  การคมนาคมดีขึ้น  มีรถยนต์รับจ้าง  รถยนต์ส่วนตัว  พื้นที่นาหมดไป  ควายและเกวียนจึงหมดไปด้วย  ต้นตาลโตนดถูกโค่นลงแปรสภาพเป็นวัสดุอื่นๆ   การอาชีพเดิมจึงค่อยๆสูญไป  ปัจจุบันคนในพื้นที่  กลับไปยึดอาชีพค้าขายและเป็นลูกจ้างโรงงานหรือบริษัท  ผู้คนจากต่างถิ่นอพยพมาอยู่กันมากทำให้สภาพเดิม  วัฒนธรรมเดิมของชาวบ้านปึกกำลังจะเสื่อมสลายไป  แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้  จึงควรมีการฟื้นฟูแลของ  บ้านปึก  ไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชมต่อไป