ประโยคแรกที่ได้ยินจากญาติคือ... "คิดว่าพยาบาลจะไม่มาซะแล้ว"

การเยี่ยมบ้านครั้งนี้ เป็นครั้งที่สองแล้วกว่าจะไปถึงที่บ้านเล่นเอาซะน้ำท่วมตัวเลยเพราะฝนตกหนักมาก  แทบไม่ลืมหูลืมตา  ดีนะที่พกร่มมาด้วยแต่ก็ต้องเสียดายที่ไม่ได้ใช้ร่ม  เพราะทางเดินเข้าชุมชนนี้เล็กมาก  เรียกได้ว่าถ้าเดินสวนกันสองคนต้องมีคนใดคนหนึ่งล่ะที่ต้องเบี่ยงตัวเพื่อให้อีกคนหนึ่งเดินไปก่อน  แถมด้วยสารพัดสายไฟที่ห้อยระย้าและหลังคาที่ยื่นออกมาทำให้กางร่มไม่ได้  ทางเดินเข้าบ้านก็น้ำท่วมอีกแต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ตัดสินใจเดินหน้าต่อไปเพราะว่านัดไว้แล้วนี่  ที่สำคัญเป็นห่วงคุณตาและคุณยายที่ดูแลกันสองคน     

                เฮ้อ....ในที่สุดก็ไปถึงบ้านคนไข้   งานนี้เปียกตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย   ประโยคแรกที่ได้ยินจากญาติคือคิดว่าพยาบาลจะไม่มาซะแล้ว( มันเป็นคำพูดที่ทำให้เรายิ้มออกมาได้นะบอกไม่ถูกว่าเพราะอะไรเหมือนกัน )  พอเข้าไปในบ้าน  ครั้งนี้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างได้ชัดเจน  เนื่องจากครั้งแรกที่ไปเยี่ยมนั้น   บ้านก็ดูมืดอึมครึม   พื้นเต็มไปด้วยฝุ่นและข้าวของวางระเกะระกะไว้เต็มพื้นแทบจะไม่มีที่นั่งเลย  แต่ในครั้งนี้พื้นบ้านที่เคยมีฝุ่นก็สะอาดสะอ้าน  ข้าวของเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อย  ( ดูผิดหูผิดตาไปเลย  ไม่คิดว่าคุณตาและลูกสะใภ้จะใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ ส่วนนี้ที่เราได้ให้คำแนะนำไปในการเยี่ยมบ้านครั้งแรก   อืม....พอเห็นอย่างนี้แล้ว  ค่อยมีกำลังใจในการทำงานขึ้นอีกหน่อย )   

                เช้านี้คุณตากำลังล้วงอุจจาระให้คุณยาย โดยมีลูกสะใภ้มาคอยเป็นลูกมืออยู่ใกล้ ๆ ส่วนคุณยายก็ดูหน้าตายิ้มแย้มขึ้น  คุณตาบอกว่าตอนนี้ยายเหนื่อยน้อยลง  กินข้าวได้เล็กน้อย  หมอให้ใส่เสื้อพยุงหลังเวลาลุกนั่งพูดเสร็จคุณตาก็สาธิตให้พยาบาลดู  โดยนำเหล็กท่อนยาวมาพาดไว้กับเสาและขอบหน้าต่างใช้เชือกผูกให้แน่นหนาแทนราวข้างเตียงไว้ให้คุณยายช่วยเกาะเวลาพลิกตัวลุกนั่ง  ความคิดของคุณตาสร้างสรรค์จริงๆ  อันนี้ต้องขอชมคุณตาเพื่อเป็นกำลังใจในการดูแลคุณยายต่อไป  ในการเยี่ยมครั้งนี้ตอนแรกคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร    เพราะมีลูกสะใภ้เข้ามาช่วยและสภาพแวดล้อมก็ได้มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับอาการและการดูแลคุณยายแล้ว    ส่วนในเรื่องการทำกายภาพบำบัดให้กับคุณยายที่บ้าน  คุณตาก็ทำได้ค่อนข้างดี   แต่พอซักถามถึงเรื่องแผลผ่าตัดที่หลัง  ตาบอกว่า   ตัดไหมมาสองวันแล้วแต่แผลมันไม่ติดจึงปิดพลาสเตอร์เอาไว้  ซึ่งพลาสเตอร์ที่คุณตาปิดแผลนั้นเป็น พลาสเตอร์ที่ใช้สำหรับติดขอบกระดาษ หรือไว้พันรอบสายไฟ  ปิดทับบนแผลโดยไม่มีผ้าก๊อซรอง เวลาดึงออกแต่ละที เฮ้อ! น้ำตาคุณยายร่วงเป็นสายเลย     (โอ้โห! พยาบาลอย่างเราเห็นนี่ตกใจเลย  แต่ก็ถือว่าคุณตาได้พยายามและตั้งใจที่จะดูแล    แม้ว่าจะไม่ถูกตามหลักการของการพยาบาลที่ถูกต้องก็ตาม)      เมื่อเปิดแผลออกดูพบว่าแผลแยก มีทั้งเลือด หนองและเนื้อแดง     ติดพลาสเตอร์ออกมา  จึงรีบทำแผลพบว่าข้างในเป็นโพรงลึกประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร และโทรไปประสานงานกับแผนกตรวจผู้ป่วยนอกกระดูกและข้อ เพื่อให้คุณยายไปพบแพทย์ในวันรุ่งขึ้น  ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากพี่หัวหน้าพยาบาลและแพทย์เจ้าของไข้ที่จะอำนวยความสะดวกให้คุณยายได้มารับการตรวจก่อนนัด