พระอาจารย์เคยกล่าวว่า "ต้องมีวินัย จะปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 ต้องมีวินัยเพราะวินัยคือรากแก้วของพุทธศาสนา"
"จะทำอะไรต้องมีความรู้ ต้องปฏิบัติให้ถูก ไม่ใช่ของทำเล่นๆ "
ในการปฏิบัติธรรมเย็นวันที่ 30 มีนาคม 2552 ณ ทำเนียบเอกอัครราชทุต ณ กรุงนิวเดลี มีผู้สนใจปฏิบัติไม่มากนัก เพราะพอเห็นเวลาการปฏิบัตินานประมาณ 2 ชม. ก็ท้อกันแล้ว
อย่างไรก็ดี ก็มีผู้กล้าเสมอ
พระอาจารย์ท่านละเอียดเสมอ คนนั่งฟังเทศน์ไม่สำรวมก็จะได้รับการเตือนด้วยความเมตตา การปฏิบัติต่อพระสงฆ์ที่คนยังไม่ทราบก็ได้รับการบอกกล่าวให้รู้ ซึ่งเป็นการเพิ่มความรู้ให้พวกเรามาก (เป็นข้อสังเกตุว่าชาวพุทธเองในสมัยนี้ ยังมีความเหลือ่มล้ำในความรู้และการเป็นพุทธอยู่มาก)
ผมประทับใจประโยคหนึ่งที่พระอาจารย์พูด สั้นๆ แต่กินใจนัก
"สติปัฏฐาน 4 ต้องมีวินัย เพราะเป็นรากแก้วของพระพุทธศาสนา ไม่ใช่ของเล่นๆ...ถ้าเข่ยาแล้วจะเหลือเป็นพุทธกี่คน ? "
สาธุครับพระอาจารย์
เป็นคำถามที่ชาวพุทธควรถามตัวเอง ถามบ่อยๆ ถามทุกวันยิ่งดี เราเป็นชาวพุทธที่ดีแล้วหรือยัง?
ผมมีคำตอบของผมแล้ว ท่านล่ะครับ?
เจริญสุขครับ
ปล.ในยุคนี้ พูดกันถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำ จึงขอโยงด้วยว่า ในเรื่องจิตใจ มีความเหลื่อมล้ำกันมาก โดยเฉพาะในเรื่องบุญกรรม ซึ่งมาจากการรู้หรือไม่รู้เช่นกัน
สาธุค่ะ
บุญรักษา ธรรมคุ้มครองชาวพุทธแท้ทุกคนค่ะ
คุณ แพรภัทร
อนุโมทนาบุญกับการเป็นพุทธศานิกชนที่ดี
และยังเป็นผู้กล้าในธรรม
เป็นนักรบในสนามรบชีวิต
เป็นกัลยาณมิตรของผู้เดินทาง
เป็นแบบอย่างคนรุ่นใหม่ใฝ่ดี
เป็นผู้มีศีลมีธรรม
สามารถนำชีวิตให้เจริญสุขครับ
สวัสดีค่ะ
เป็นคำถามที่ชาวพุทธควรถามตัวเอง ถามบ่อยๆ ถามทุกวันยิ่งดี เราเป็นชาวพุทธที่ดีแล้วหรือยัง?
ยังไม่ดีเท่าที่อยากดีค่ะ กำลังพยายามทุกวันๆ
ขอบคุณค่ะที่ให้สติ ทำให้ระลึกได้
คุณ ครูลี่ ครับ
ผมคิดแล้วการถามตัวเองเป็นสิ่งที่ดีครับ
อย่างน้อยก็เตือนสติตัวเอง
คนอินเดียเก่งก้ตรงนี้คือคิดมาก คิดเป็น พูดมากพูดเป็น เจรจาต่อรองมากเจรจาต่อรองเป็น แสดงว่ามีการเตือนสติตนเองดีพอสมควร
ก็อีกนั่นแหละ วินัยกับสติโยงกันใกล้ชิดครับ
ในสมัยพุทธกาลชาวแค้วนกุรุคงมีความพร้อมในทุกด้าน พระพุทธองค์จึงทรงเสด็จมาโปรด
ก็หมายความว่าชาวกุรุมีสติมีวินัยในทุกๆ วัน มีสัมมาทิฐิ มีศีลมีธรรมประจำใจและสุดท้ายเป็นชาวพุทธที่ดี...ดีพอจนได้รับธรรมในระดับสูง
ผมคิดว่าถ้าเรารู้สึกว่าเรายังดีไม่พอที่อยากดี นั่นแหละครับดีในระดับหนึ่งแล้ว
ก็ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ ผมก็อยู่ในการไต่ระดับด้วยครับ
ที่พระท่านว่า อย่างเร็ว 7 วัน อย่างช้า 7 ชาติ....ก็ยังดีนะครับ
สาธุครับ
เข้ามาอ่านและเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ในเรื่องจิตใจ ยังมีความเหลื่อมล้ำกันมาก
สวัสดีค่ะ อ.พลเดช วรฉัตร
"บางอย่างเรารู้ เพื่อนไม่รู้"
"บางอย่างเพื่อนรู้ แต่เราไม่รู้"
จึงนำมาแลกเปลี่ยนกันอ่านค่ะ
ขอบคุณค่ะ
คุณพี่ Sasinand ครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทาย
ความเหลื่อมล้ำนี้ เกิดจากความรู้หรือไม่รู้ครับ
น่าจะเป็นกลไกต้นทางที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำนี้เพิ่มหรือลดลง
ทำนองสติมา ปัญญาเกิด รู้ว่าต้องมีวินัยกับตัวเองในการดำรงจิตและดำรงชีวิต
ขอบคุณครับ หวังว่าคุณพี่สบายดีนะครับ
เขย่าด้วย
ใช้ตะแกรงร่อนอีก
จะเหลือสักกี่คนที่ปฏิบัติ
เจริญแบบสติปัฏฐานอย่างคนไม่รู้ ว่ารู้อะไร
ธรรมะรักษาครับ
คุณครูลี่ครับ
เรียกว่าตั้งความปรารถนาไว้ในทางที่ถูกครับ
ขออนุโมทนาด้วยครับ
พระอาจารย์บอกว่าด้วยสติปัฏฐาน 4 จิตปุถุชนก็กลายเป็นอริยะได้เสมอ
สู้กันต่อไปครับ
คุณ Phornphon ครับ
ปฏิบัติคือลงมือเรียนรู้ครับ
ชาวกุรุเป็นนักปฏิบัติอยู่แล้วครับ
เมื่อพระพุทธองค์เสด็จไปโปรดโดยแสดง มหาสติปัฏฐานสูตร ณ กัมมาสธัมมะนิคม http://gotoknow.org/blog/poldejw/179864 จึงปรากฏว่ามีผู้ได้ดวงตาเห็นธรรมและบรรลุอรหันต์มากมายครับ
ทั้งมนุษย์และไม่ใช่มนุษย์..........
สาธุครับ