ปีนี่ที่บ้านผมอิ่มเอมมะม่วงกันถ้วนหน้า เป็นปีที่มะม่วงคุณภาพดีเป็นพิเศษ ระหว่างปิดยาวสงกรานต์เราจึงออกตระเวณซื้อมะม่วง ได้มะม่วงคุณภาพดีราคาถูกมากิน ทั้งกินกับข้าวเหนียว และกินเปล่าๆ
ต้นมะม่วงต้นแรกที่เราปลูก คุณกนกรัชให้มาเมื่อปี ๒๕๔๑ เธอบอกว่าเป็นมะม่วงเขียวเสวยเพาะเมล็ด เรารอมาหลายปี เพิ่งมาได้กินปีนี้ ประมาณ ๒๐ ลูก เนื้อกรอบ รสมันอมเปรี้ยว มีหลักอยู่ว่าผลไม้ที่เราปลูกเองมักจะรสดีเสมอ เพราะมีความภูมิใจเป็นน้ำปลาหวาน
ความโชคดี (แกมโชคร้าย) คือมีตลาดนัดมาเปิดข้างหมู่บ้าน ติดกับหลังบ้านผมทีเดียว และที่ตลาดมีขายทั้งมะม่วงและข้าวเหนียว รสดีทั้งข้าวเหนียวและมะม่วง หมออมราไปซื้อมะม่วงส่งออกที่เขาคัดออกเพราะผิวไม่สวย แต่เนื้อรสดี ราคาเพียงกิโลละ ๓๕ บาท ส่วนลูกสาวซื้อที่ตลาดเดียวกัน มะม่วงลูกโตมาก ๒ ลูกต่อกิโล เนื้อมากและหวานอร่อย นี่คือมะม่วงน้ำดอกไม้
ลูกชายไปพบทางเข้าบ้านผ่านวัดสลักเหนือ เป็นเส้นทางผ่านหมู่บ้านดั้งเดิม มีร้านขายผลไม้ ซึ่งหน้านี้หนีไม่พ้นมะม่วง แม่ลูกจึงให้พ่อขับรถไปเที่ยวและซื้อมะม่วง ปรากฎว่ามาจากสวนที่สุพรรณ ซึ่งเป็นของแม่ของผู้ขาย มีทั้งอกร่อง น้ำดอกไม้ และมะม่วงแก้ว ลูกสาวชอบกินมะม่วงแก้ว ซึ่งราคาเพียงกิโลละ ๑๐ บาท เธอชอบมะม่วงที่เนื้อแน่น
บ้านผมถือคติกินผลไม้ท้องถิ่น ตามฤดูกาล และพยายามซื้อจากชาวสวนหรือชาวบ้าน เป็นการช่วยเหลือชาวบ้านไปในตัว นี่คือชีวิตที่พอเพียง ชีวิตที่มีความสุขง่าย และราคาไม่แพง
แม้ปีนี้อากาศร้อนอบอ้าวมาก แต่เราก็ได้กินมะม่วงอร่อย แม้ตลาดนัดข้างบ้าน (ซึ่งแปลกมาก ติดนัดทุกวัน) จะส่งเสียงเพลงเจื้อยแจ้วโดยผมไม่ชอบเสียงดัง แต่ตลาดนัดก็ให้เราได้กินข้าวเหนียวมะม่วงอร่อย
วันที่ ๑๗ เม.ย. คุณเปาชวนไปกินอาหารเที่ยงที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จึงได้กินข้าวเหนียวมะม่วงกับมะม่วงอกร่อง ซึ่งเดี๋ยวนี้หากินยาก เป็นข้าวเหนียวมะม่วงชาววัง อร่อยแบบไฮโซหน่อยๆ