วิถีชีวิตเรามักถูกเปรียบเปรยว่าอยู่ท่ามกลาง 2 ขั้วเสมอ  อาทิ 

บวก - ลบ    ขาว - ดำ  ดี - เลว  ถูก - ผิด   ชอบ - น่าเบื่อ   ผ่าน - ตก  ต่ำ - สูง   รวย - จน

ใครที่สามารถปรับชีวิตให้อยู่ตรงกึ่งกลางของทั้ง 2 ขั้ว  ชีวิตก็จะสมดุล   เราถูกสั่ง  ถูกสอนมาแบบนี้กันแทบทุกคน    แต่ชีวิตจริงไอ้ตอนปรับแต่งนี่ซิ!  มันแสนยาก

แต่พอมานั่งใคร่ครวญอีกที  จะว่ายากก็ไม่เชิง  จะว่าง่ายทีเดียวก็ไม่ใช่  อันนี้ก็ 2 ขั้วอีกเช่นกัน

ไอ้ที่ว่ายาก  หลายอย่างก็เพราะตัวเราเองนั่นแหละ  ที่ชอบทำเรื่องง่าย  ให้เป็นเรื่องยาก   คนเรานี่ก็แปลก  อาจจะเพราะว่าหลงสมมติ  อยู่ในโลกที่ดูเหมือนว่ายาก  เลยต้องทำอะไร  อะไร ให้ดูยากสลับซับซ้อนอย่างที่คาดไม่ถึง  ภาพจะได้ดูสวย

วิถีธรรมชาติที่เป็นอยู่   หลายเหตุการณ์มันสะท้อนลึกๆว่า  ชีวิตไม่ยากอย่างที่คิด  

สรรพสัตว์นานาที่ไม่รู้ภาษาคน  ก็สามารถสื่อสารรับรู้สัญชาติญาณระหว่างกันได้  อย่างที่เราเห็นทำไมนกบางชนิดบินเป็นทีมสวยงาม  พร้อมเพียงได้ไม่แพ้ขบวนสวนสนามของเครื่องบินรบ   

ชีวิตนี้จึงเรียนได้ไม่รู้จบจริงๆ  

.....เขียนแบบหาที่ร่อนลงไม่ได้ซักที...เข้ามาที่ 2 ขั้วหัวเรื่องของผมดีกว่า  เดี๋ยวจะยิ่งออกนอกทางไปไกล

สาระ  กับ  สุนทรียะ

วันนี้ผมสนใจในการสร้างส่วนผสมของ 2 ขั้วนี้ให้กลมกล่อม   หากทำได้ไม่ว่าจะกับชีวิต  หรืองาน  รสชาติของชีวิตมันน่าจะกระชุ่มกระชวยดีขึ้น

ทำไม?

ดินสอ  ต้องมี  แท่งคาร์บอน และ เปลือกไม้ห่อหุ้ม

เสื้อผ้าไม่ทำแค่ห่อหุ้มพันร่างกาย  ทำไมต้องตัดเย็บตกแต่งไปต่างๆ นานา

อาหารไม่ได้มีแค่ส่วนผสมหลักปรุงเสร็จแล้วทานได้เลย  ทำไมต้องเครื่องเคียง หรือส่วนประกอบเล็กๆน้อยๆอีก

หลักคำสอนในศาสนาต่างๆ ที่จารึกอยู่ในคัมภีร์ไบเบิล  คัมภีร์อัลกุรอ่าน  พระไตรปิฎกฯ   ทำไมต้อง อ่านด้วยทำนองเสนาะ

 ....แล้วทำไม  ไม่สร้างสรรค์ให้ชีวิตการทำงาน  ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ

....แล้วจะสอดแทรกสุนทรียะให้อยู่ในชีวิตการทำงานระหว่างจันทร์ - ศุกร์บ้างไม่ได้เลยหรือ?