เราถือคติ “ยิ่งให้ยิ่งได้”
แนะนำการดูแลเท้าเบาหวานแก่เครือข่ายเบาหวานโรงพยาบาลวัดโบสถ์
27เมย.52 และ 4พค.52 ได้รับเชิญจากโรงพยาบาลวัดโบสถ์ให้ไปแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพเท้า และการตรวจคัดกรองเท้าในผู้ป่วยเบาหวานแก่เจ้าหน้าที่ รพ.วัดโบสถ์ และเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 1 อาทิตย์ ทางทีมเบาหวานของโรงพยาบาลวัดโบสถ์และเครือข่าย PCU ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานเบาหวานที่กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัวของเราแล้ว ได้เห็นความมุ่งมั่น ความกระตือรือร้น สนใจใส่ใจ ที่ทางทีมงานของรพ.วัดโบสถ์ที่จะพัฒนางานเบาหวานให้เป็นระบบและบูรณาการแล้วขอชื่นชมจริงๆค่ะ อันที่จริงแล้วในวันที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในวันนั้นได้ฟังที่วัดโบสถ์เล่าแล้ว ก็รู้ว่าได้ทำอะไรไปแล้วมากมายและดีๆทั้งนั้น แต่ว่าจะเป็นการแยกส่วนกันทำเสียส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีความร่วมมือจากทีมสหวิชาชีพเป็นอย่างดี แต่ก็ยังขาดการเชื่อมโยง การประสานงานที่จะทำให้เป็นระบบอย่างต่อเนื่องบูรณาการ หลังจากมาแลกเปลี่ยนกันกันนั้นแล้วทางวัดโบสถ์บอกว่าได้ ไอเดีย แนวคิด อะไรหลายๆอย่างที่จะกลับไปทำต่อให้เป็นระบบมากกว่านี้ ก็ขอเป็นกำลังใจให้และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ช่วยเหลือกันเสมอค่ะ เพราะเราเป็นเครือข่ายกันนี่นา และยิ่งท่านผู้บริหารไฟเขียวเปิดโอกาสให้ทำได้อย่างเต็มที่แล้วละก็ คาดว่าโอกาสได้รับรางวัลจากการทำงานอย่างทุ่มเทนี้ไม่ไกลเกินรอค่ะใช่มั๊ย....อิอิ เอ้า! เชียร์ส
วันนี้จึงเป็นโอกาสที่ทางทีมเบาหวานของวัดโบสถ์จะได้พัฒนาเรื่องระบบการดูแลคัดกรองประเมินเท้าผู้ป่วยเบาหวานอย่างเป็นเรื่องเป็นราวซะที จึงได้เชิญเรา(อ้อ เปรมฯ และนู๋ทิม)ไปเป็นวิทยากรในเรื่องนี้หลังจากที่บอกว่าได้แอบอ่านเรื่องการดูแลเท้าในบล็อกเบาหวานของเบาหวานพุทธชินราชมานานและนำไปใช้พัฒนาการดูแลเท้าฯ...อย่างนี้ต้องเสียค่าปรับลิขสิทธิ์นะคะ ค่าปรับไม่แพงหรอกค่ะแค่เข้าไปแลกเปลี่ยนกันในบล็อกบ้างแค่นั้นแหละค่ะ...นะคะพี่ต้อย พี่ดา...อิอิ เราถือคติ “ยิ่งให้ยิ่งได้” ด้วยความยินดีค่ะพี่ๆขา
บรรยากาศในการเรียนรู้ทั้ง 2 วันมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 30 คนต่อครั้ง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลวัดโบสถ์และเจ้าหน้าที่จาก PCU แต่ละคนสนใจฟังและร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี ซักถามตลอดเวลา ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลมากล่าวต้อนรับ ท่านพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของทีมเสมอ ท่านยังบอกว่าเสียดายที่ติดผ่าตัดไม่มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมนี้ เพราะทั้งพ่อและแม่ของผู้อำนวยการเป็นเบาหวานทั้งคู่เลยค่ะ...ไม่เป็นไรค่ะมี Care giver อยู่ทั้งคน รับรองไม่มีภาวะแทรกซ้อนแน่นอนใช่มั๊ยคะคุณหมอ นอกจากนี้ยังมี ผู้ป่วยเบาหวานมาเป็น นายแบบ นางแบบให้ด้วยค่ะ ขอบรรยายด้วยภาพล่ะกันค่ะ
หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมครั้งนี้ พี่แม็ทที่รับผิดชอบเรื่องการตรวจประเมินเท้าผู้ป่วยเบาหวานเป็นประจำบอกว่าได้รับความรู้ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่ทำแบบตามตำราไม่เห็นรูปแบบที่แท้จริง วันนี้เข้าใจง่าย สามารถนำไปปรับพัฒนางานที่ทำอยู่ให้ดียิ่งขึ้นๆ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านนะคะ อย่าเพิ่งท้อค่ะงานของเราไม่มีวันหยุด ไม่มีวันหมดค่ะ ทำไปพัฒนาไป ผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดคือผู้รับบริการค่ะ
นู๋ทิมบันทึก



สวัสดีค่ะ
***แวะมาชื่นชมกิจกรรมดีๆ
***ขอบคุณค่ะ
ดีใจนะหนูที่คราวนี้เราได้ค้นพบเครือข่ายดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่เข็มแข็งอีกแห่งละ และเราก็พร้อมเป็นกำลังใจให้ทีมงานของวัดโบสถ์ด้วยแหละนะ....หน้าตาบล็อกของวัดโบสถ์สวยจังค่ะ รออ่านๆเรื่องราวดีๆจากวัดโบสถ์ที่จะมาเล่าสู่กันฟังจ้า...
โรงพยาบาลพี่ ช่วยโรงพยาบาลน้อง นำไปสู่การดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ดีนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ อ้อคะ
ได้แนวร่วมแล้วนะคะ..คราวนี้จะทำอะไรไม่โดดเดี่ยวแล้วซิคะพี่นู๋พี่อ้อ..ยินดีด้วย
เชื่อมั่นว่าเครือข่ายเบาหวานของโรงพยาบาลวัดโบสถ์ ต้องดูแลผู้ป่วยและประชาชนได้เป็นอย่างดี สิ่งนี้คือเป้าหมายของคนทำงานอย่างพวกเรานะหนู ดีใจมากที่เห็นความก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไปเช่นนี้
ขอขอบคุณแทนชาวรพ.วัดโบสถ์อีกครั้งค่ะ
สำหรับความรู้ที่ได้รับ รวมทั้งกำลังใจที่ทุกคนมีให้
เราชาววัดโบสถ์พร้อมจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทุกคน ด้วยความเต็มใจ
และเต็มความสามารถค่ะ.............................
ขอบคุณอาจารย์หมอนิพัธ พี่โต๊ง เพื่อนอ้อ น้องอ้อ หนูทิม และ อีกอีกหลายๆคน ที่
ให้กำลังใจเป็นอย่างดี ทำให้เรา มีแรงที่จะสู้ต่อไป..
เพื่อประชาชนของเราชาววัดโบสถ์ค่ะ