เพราะ No อย่างเดียว เราก็ได้เข้าเมืองลอสแองเจลิส

        ผมตื่นอาจจะเนื่องจากคันที่น่อง คงเป็นเพราะถุงเท้าที่ใส่มาตั้งแต่ออกจากทาวน์เฮ้าส์ที่รังสิต หลายชั่วโมงมากแล้ว นึกขึ้นได้ว่าตอนขึ้นเครื่องใหม่ๆ หนุ่มหล่อแจกถุงผ้าเล็กๆ ถุงหนึ่ง ข้างในมีถุงเท้าสีขาวคู่หนึ่ง แปรงสีฟันและยาสีฟันหลอดเล็กๆ มาด้วย จึงก้มลงถอดถุงเท้าและหยิบถุงที่หนุ่มหล่อแจกซึ่งซุกไว้กับเอกสารแนะนำของสายการบิน จัดการสวมถุงเท้าคู่ใหม่ มันกระชับพอดีทีเดียว รู้สึกสบายเท้าขึ้นอีกเยอะ

        เปิดจอภาพขึ้นดู เครื่องบินยังคงอยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิค เวลาที่ปรากฎบนจออีกห้าชั่วโมงเศษจะถึงลอสแองเจลิส หมายถึงผมหลับไปประมาณสี่ชั่วโมงเศษ เปิดดูภาพนอกเครื่องเห็นแต่ความสว่าง นอกนั้นไม่มีอะไรเลย หันมองดูลูกสาวและภรรยาทั้งสองคนนั่งหลับตานิ่ง แต่สาวจีนด้านซ้ายมือยังคงดูภาพยนตร์ฝรั่ง ส่วนสาวจีนขวามือปิดจอภาพแล้ว

        ผมชะเง้อดูห้องน้ำด้านหน้าไม่มีคนยืนรอคิดว่าว่าง จึงหยิบแปรงสีฟันและยาสีฟันที่ได้รับแจก ใส่รองเท้าเสร็จ ค่อยๆ ลุกขึ้นกลัวลูกสาวและภรรยาตื่น แล้วเดินหลบขาฝรั่งขาจีนที่ยื่นออกมาล้ำทางเดิน ผ่านหนุ่มฝรั่งนั่งเล่นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้ค ก็ไปถึงห้องน้ำซึ่งว่างตามคาด ขณะที่ผมกำลังแปรงฟันก็ได้ยินเสียงกดเพื่อเปิดประตู ผมจึงรีบจัดการตัวเองและคิดว่าใครนะช่างใจร้อนจริง เขาไม่ดูหรือไงว่ามีตัวอักษรแดงบอกว่ามีคนอยู่ข้างใน เขาก็ยังดึงดันจะเปิด หรือว่าเขาปวดหนักสุดที่จะอดกลั้น

        พอเปิดประตูออกมา ก็เห็นหญิงน่าจะเป็นชาวจีนอายุเกินหกสิบยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ผมรีบออกมาแล้วจับบานประตูเปิดทิ้งไว้เพื่อให้แกเข้าไปได้ง่ายๆ แกก็รีบเข้าไปทันทีลืมแม้กระทั่งขอบคุณผม แกคงสุดทนจริงๆ

        ผมกลับมานั่งที่เดิมสักพักใหญ่ๆ นางฟ้าฮ่องกงก็เดินยิ้มถือเหยือกกาแฟ เนยเทียมและน้ำตาล พร้อมทั้งพูดเบาๆ กาแฟค่ะๆ ผมแปลกใจถึงเวลากินอีกแล้วเรอะ เปิดจอภาพดูบอกเวลาที่ลอสแองเจลิสบ่ายห้าโมงเศษ ผมดื่มกาแฟไม่ค่อยได้ หากดื่มมากจะมีอาการใจสั่น จึงเฉยเสีย ถึงตอนนี้ผู้คนเริ่มทยอยเข้าห้องน้ำไม่เว้นแม้แต่ลูกสาวและภรรยาผม

       หลังอาหารมื้อสุดท้ายของการเดินทางเที่ยวนี้ นาฬิกาในจอภาพบอกว่าอีกสองชั่วโมงจะถึงที่หมาย หนุ่มหล่อได้ถือเอกสารมาหาพวกเรา

       "คนไทยใช่ไหมครับ" ลูกสาวผมเป็นคนตอบเพราะเขาอยู่ฟากนั้นพอดี เขาถามต่อว่า "มีกรีนการ์ดหรือว่าไทยพาสปอร์ต" พอเราตอบว่าไทยพาสปอร์ต เขาก็ให้เอกสารเราสี่แผ่น รูปร่างหน้าตาเหมือนกันสามแผ่น อีกหนึ่งแผ่นเป็นของหัวหน้าทีม ผมให้ลูกสาวกรอกให้เขาเองและกรอกให้แม่เขา ส่วนผมเขียนของผมเองและเขียนในฐานะหัวหน้าทีมอีกแผ่นหนึ่ง เนื้อหาที่กรอกก็จะเป็นข้อมูลส่วนตัว ที่พักในอเมริกา และเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ในอเมริกา

         สี่ทุ่มพอดีไม่ขาดไม่เกินตามเวลาลอสแองเจลิส คาเธ่ย์แปซิฟิคก็ล้อแตะพื้นพาพวกเราเดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและไม่มีเหตุการณ์อกสั่นขวัญแขวนแต่ประการใด ผมพาภรรยาและลูกสาวไปผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ส่วนน้องสาวและน้องเขยเขาเป็นอเมริกันไม่เรื่องมาก ขณะที่ผมเข้าแถวโดยข้างหน้ายังมีอีกหลายคน พวกเขาก็ไปยืนรอกระเป๋าแล้ว

         ถึงคิวของผมภรรยาและลูกสาว ผมเอาพาสปอร์ตทุกคนและเอกสารที่กรอกบนเครื่องให้เจ้าหน้าที่ ฝรั่งผู้ชายวัยกลางคน หล่อแต่หน้าตาเฉยมาก เขามองดูเราทั้งสามคนแวบหนึ่ง พลิกดูพาสปอร์ตของผมแล้วพิมพ์ลงแป้นคอมพิวเตอร์ ถามว่า

         "มาอเมริกาทำไม" ผมตอบ "มาเที่ยว" เขาถามอีกว่า "อยู่กี่วัน" ผมตอบ "สามสัปดาห์" ถามแค่นี้ เขาก็ให้ผมพิมพ์นิ้วมือโดยใช้นิ้วสี่นิ้วยกเว้นนิ้วหัวแม่มือข้างขวาวางลงบนเครื่องก่อน ต่อมาใช้หัวแม่มือขวา สี่นิ้วข้างซ้ายและหัวแม่มือซ้ายตามลำดับ แล้วเขาให้ผมมองไปที่กล้องถ่ายรูปเล็กๆ ด้านหน้า ก็เสร็จกระบวนการของผม

         ต่อมาก็เป็นภรรยาแต่พิมพ์มือเพียงหัวแม่มือขวา และลูกสาวก็เช่นเดียวกัน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ประทับตราลงในพาสปอร์ตทั้งสามคน และคืนพาสปอร์ตให้พวกเรา ตอนหลัีงมาดูเขาประทับตราและเขียนว่าอยู่อเมริกาได้ถึง 22 ธันวาคม 2009

         ผมภรรยาและลูกสาวผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองด่านแรกแล้ว ต่อมาก็เอากระเป๋าและตรวจกระเป๋าเป็นขั้นตอนสุดท้าย ฝรั่งนิโกรร่างใหญ่ยืนขวางทาง ถามว่ามีสิ่งผิดกฎหมายในกระเป๋าไหม มีอาหารไหม เราตอบ No อย่างเดียว พวกเราก็ออกจากสนามบินได้อย่างสบาย