เด็กที่ไม่มีความสุขในชีวิตมักกล่าวโทษ ว่าเป็นความ ผิดของพ่อแม่ที่ทำให้ตนต้องเกิดมา ส่วนพ่อแม่ที่ตกยากหรือลำบากทุกข์ร้อนกับการมีลูก ก็จะกล่าวโทษลูกว่าเป็นมารหัวขนที่เกิดผิดกาลเทศะ สรุปคือถ้าคนเราจะหาความผิดกัน ก็เอาผิดกันได้ตั้งแต่เกิด ความเชื่อเรื่องผิดตั้งแต่เกิดจึงมีอยู่เสมอมาและจะยังคงมีอยู่ตลอดไป

ความลับทาง ธรรมชาติข้อหนึ่งที่พุทธศาสนานำมาเปิดเผย คือ คนเราไม่ได้ผิดตั้งแต่เกิด ถ้าชีวิตลำบาก ถ้าชีวิตเป็นทุกข์ หรือถ้าเห็นว่าการมีชีวิตคือความผิดพลาด ก็หาใครมารับโทษไม่ได้ เพราะต้นเหตุของความผิดทั้งปวงเริ่มขึ้นก่อนที่ใครจะเกิดมาเสียอีก!

กล่าว เช่นนั้นเพราะธรรมชาติไม่ได้เริ่มต้นแบบจู่ ก็ให้กำเนิดก้อนเลือดก้อนเนื้อขึ้นมา ก่อนหน้านั้นต้องมีกรรมดีบางอย่าง เอื้อให้จิตวิญญาณสามารถหยั่งลงในครรภ์มนุษย์เพศหญิงได้ หากปราศจากบุญเก่าของทารกเองเป็นปัจจัยหลักแล้ว ก็ไม่มีทางที่จิตจะปรากฏขึ้นในครรภ์ของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงระดับมนุษย์ได้เลย แม้ชายหญิงจะมีสัมพันธ์ทางเพศกันนานกี่เดือนกี่ปีก็ตาม

เมื่อทราบว่า บุญเป็นปฐมเหตุให้เกิดเป็นมนุษย์ได้ ก็ต้องทราบต่อไปด้วยว่าบุญหรือบาปเองก็ไม่มีทางเกิดขึ้นลอย บุญคือนามธรรมที่บอกว่ามีการกระทำในทางดี ส่วนบาปคือนามธรรมที่บอกว่ามีการกระทำในทางร้าย สิ่งมีชีวิตทั้งหลายหลงก่อบาปเพราะไม่รู้ว่าจะนำภัยมาสู่ตน หรือแม้เพลิดเพลินทำบุญก็ไม่รู้ว่าจะมีรางวัลแบบไหนมากำนัล

ขอเพียง คนเรารู้ล่วงหน้าชัด ว่าทำบาปแต่ละครั้งจะต้องรับโทษทัณฑ์อย่างไร ก็จะไม่มีใครยอมเผลอทำบาปเลยสักครั้งเดียว และขอเพียงคนเรารู้ล่วงหน้าแน่ ว่าทำบุญแต่ละครั้งจะได้รับการสมนาคุณขนาดไหน ทุกคนก็จะขวนขวายทำบุญกันทั้งวันทั้งคืน โดยแทบไม่อยากหยุดพักสักนาที

แย่ตรงที่ในทางปฏิบัติแล้ว ธรรมชาติบีบให้พวกเรารู้สึกว่าต้องไม่รักษาศีลเท่านั้น จึงจะได้อะไรดี เป็นรางวัล เช่น

ไม่รักษาศีล จึงจะมีสิทธิ์สะใจที่ได้ฆ่าหรือทำร้ายศัตรูผู้ทำให้เราเคียดแค้น

ไม่รักษาศีล จึงจะมีสิทธิ์สมหวังที่ได้ฮุบข้าวของของคนอื่นมาเป็นของตน

ไม่รักษาศีล จึงจะมีสิทธิ์เติมเต็มความฝันที่ได้เสพสมกับลูกเขาเมียใคร

ไม่รักษาศีล จึงจะมีสิทธิ์โล่งใจที่ได้โกหกเอาตัวรอด

ไม่รักษาศีล จึงจะมีสิทธิ์สำราญที่ได้กินเหล้าเมายาฮาเฮกับเพื่อน

เท่านั้นไม่พอ ในโลกที่ความเห็นแก่ตัวเป็นใหญ่ การรักษาศีลดูเหมือนเป็นความดักดานของคนโง่ เพราะต้องเสียประโยชน์ต่าง นานา เช่น
 

รักษาศีลแล้วต้องปล่อยให้ศัตรูลอยนวล

รักษาศีลแล้วไม่มีทางได้ในสิ่งที่เกินกำลังซื้อหา

รักษาศีลแล้วต้องเอาแต่น้ำลายหกมองคนมีเจ้าของ

รักษาศีลแล้วเสียประโยชน์จากการพูดความจริง

รักษาศีลแล้วเข้าสังคมที่นิยมแอลกอฮอล์ได้ยาก

เมื่อ ภาพชีวิตปรากฏอยู่เช่นนี้ เราย่อมถามตัวเองบ่อย ว่าจะต้องรักษาศีลไปเพื่ออะไร หากเหตุผลไม่ดีพอ ทุกคนย่อมพ่ายแพ้ต่อกิเลส ไม่อยากฝืนใจต้านทานแรงขับดันทางธรรมชาติ หรือถึงแม้เมื่อรักษาศีลสำเร็จก็ไม่อยากชมตัวเองว่าฉลาดสักเท่าใด

มุม มองทั้งหมดอาจเปลี่ยนแปลง ถ้าเราลงรายละเอียดเป็นข้อ จนเห็นตามจริงว่า แค่ผิดที่กายก็เปื้อนที่ใจได้เดี๋ยวนั้น และเมื่อใจเปื้อนบ่อย ในที่สุดย่อมมืดมน ย่อมคล้ายคนหลงทางที่ค่อย ถูกต้อนเข้าสู่ส่วนลึกของถ้ำมากขึ้นทุกที กระทั่งสุดท้ายก็ไปตั้งมั่นอาศัยอยู่ตรงก้นถ้ำแห่งความมืด ยากที่แสงจากฟ้าใสจะสาดเข้าไปถึง

ศึกษาให้ตลอดสาย แล้วในที่สุดจะตระหนักว่าโวหารเช่นไม่รู้คือไม่ผิดใช้ได้กับมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น แต่ถ้าให้ธรรมชาติเป็นผู้ตัดสิน ธรรมชาติจะตัดสินว่าแค่ไม่รู้ก็ผิดแล้วต่างหาก เพราะการอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติอันยิ่งใหญ่นี้ ความไม่รู้กฎนั่นแหละ คือต้นตอสำคัญของการทำผิดกฎทั้งปวง!

ในทางกลับกัน ยิ่งรู้จักโทษของการทำผิดกฎมาก แนวโน้มของการทำผิดกฎก็มีสิทธิ์ลดลงได้เท่านั้น จึงควรยิ่งที่เราจะทราบความตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในสัพพลหุสสูตรด้วยความรู้แจ้งในกฎธรรมชาติของพระองค์ท่าน คือ

 
ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย การปลงชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไปนั้น ถ้าใครทำมากแล้ว ชาชินแล้ว เชี่ยวชาญแล้ว ย่อมเป็นเหตุให้ไปสู่นรก หรือไปสู่กำเนิดสัตว์เดรัจฉาน หรือไปสู่เปรตวิสัย ผลแห่งการปลงชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไปสถานเบาที่สุด คือทำให้เป็นผู้มีอายุน้อยเมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การลักขโมยสมบัติที่เจ้าของไม่ได้ให้นั้น ถ้าใครทำมากแล้ว ชาชินแล้ว เชี่ยวชาญแล้ว ย่อมเป็นเหตุให้ไปสู่นรก หรือไปสู่กำเนิดสัตว์เดรัจฉาน หรือไปสู่เปรตวิสัย ผลแห่งการลักขโมยสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้สถานเบาที่สุด คือทำให้เป็นผู้มีสมบัติพินาศเมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์

ดูกรภิกษุทั้ง หลาย ความประพฤติผิดทางกามนั้น ถ้าใครทำมากแล้ว ชาชินแล้ว เชี่ยวชาญแล้ว ย่อมเป็นเหตุให้ไปสู่นรก หรือไปสู่กำเนิดสัตว์เดรัจฉาน หรือไปสู่เปรตวิสัย ผลแห่งความประพฤติผิดทางกามสถานเบาที่สุด คือทำให้เป็นผู้มีศัตรูและภัยเวรเมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์

ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย การพูดเท็จนั้น ถ้าใครทำมากแล้ว ชาชินแล้ว เชี่ยวชาญแล้ว ย่อมเป็นเหตุให้ไปสู่นรก หรือไปสู่กำเนิดสัตว์เดรัจฉาน หรือไปสู่เปรตวิสัย ผลแห่งการพูดเท็จสถานเบาที่สุด ย่อมทำให้ถูกกล่าวตู่ด้วยคำที่ไม่เป็นจริงเมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย การดื่มน้ำเมานั้น ถ้าใครทำมากแล้ว ชาชินแล้ว เชี่ยวชาญแล้ว ย่อมเป็นเหตุให้ไปสู่นรก หรือไปสู่กำเนิดสัตว์เดรัจฉาน หรือไปสู่เปรตวิสัย ผลแห่งการดื่มน้ำเมาสถานเบาที่สุด ย่อมทำให้เป็นบ้าเมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์

บท ต่อ ไป จะเป็นการขยายความเพื่อให้เห็นอย่างเป็นเหตุเป็นผลถึงโทษของการไม่รักษาศีล สอดคล้องกันกับที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสชี้ไว้ในสัพพลหุสสูตรทุกประการ