จตุกกะ คือ หมวด 4

 

วุฑฒิธรรม คือ ธรรมเป็นเครื่องเจริญ 4 อย่าง

ความหมาย ประเภทธรรม

จริยธรรมเป็นปัจจัยสำคัญยิ่ง ในทางสร้างสรรค์ความรุ่งโรจน์ และสันติสุขแห่งชีวิตทุกสภาพ

1. สัปปุริสสังเสวะ ขั้นแรกเลือกคบสนิทเฉพาะกัลยาณมิตรผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม และระเบียบวินัย

2. สัทธัมมัสสวนะ เชื่อฟังคำตักเตือนและคำแนะนำจากท่านสม่ำเสมอและจริงจัง

3. โยนิโสมนสิการ ฟังแล้วใช้ปัญญาไตร่ตรองเห็นโทษแห่งความชั่ว และคุณประโยชน์แห่งความดี

4. ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ งดเว้นจากบาปทุจริตเด็ดขาด ตั้งใจประพฤติสุจริตธรรมอย่างจริงใจ

 

จักร 4

ความหมาย ประเภทธรรม

จรรยาบรรณดุจล้อรถ ซึ่งนำชีวิตไปสู่ความก้าวหน้า ราบรื่น ตามลำดับขั้นตอนเป็น 4 ระยะๆ คือ

1. ปฏิรูปเทสวาสะ เบื้องต้นได้อาศัยเลี้ยงชีพในสถานที่ดี มีสิ่งแวดล้อมเหมาะสม

2. สัปปุริสูปัสสยะ เลือกผูกไมตรี ใกล้ชิดกับอารยชนคนมีวัฒนธรรม และรู้ดีปฏิบัติชอบ

3. อัตตสัมมาปณิธิ ได้เรียนรู้และเห็นตัวอย่างดี แล้วปรับปรุงตัวให้ชอบด้วยศีลธรรม

4. ปุพเพกตปุญญตา อาศัยอุปนิสัยที่เคยอบรมไว้ พยุงจิตให้โน้มเอียง แต่สุจริตและสัมมาชีพ

 

อคติ 4

ความหมาย ประเภทธรรม

ความลำเอียง สัญชาตญาณถูกโน้มน้าวไปโดยไร้ความเที่ยงธรรม

ความเอนเอียงแห่งอารมณ์ ผุดขึ้นจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง และช่องว่างในสังคม

1. ฉันทาคติ โอนเอียงโดยสนับสนุนญาติมิตรที่ชอบพอ หรือผู้จ่ายสินจ้างแก่ตน

2. โทสาคติ ลำเอียงไม่เข้าข้างฝ่ายที่ตนเกลียดชัง

3. โมหาคติ เสียความยุติธรรมเพราะโฉดเขลา ไม่รู้ทันเหตุการณ์ที่แท้จริง

4. ภยาคติ ขาดดุลยอมร่วมด้วยเพราะเกรงอำนาจอิทธิพล หรือ กลัวขาดผลประโยชน์

 

อันตรายของภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่ 4 อย่าง

ความหมาย ประเภทธรรม

เป็นอันตรายหรืออุปสรรค ต่อพรหมจรรย์สำหรับผู้บวชใหม่ เพราะ

-ผู้บวชใหม่มีพื้นฐานแตกต่างกัน โดยตระกูล การศึกษา การอบรม และอุปนิสัยใจคอ แต่มาอยู่ร่วมกัน

-ยังไม่ชินต่อระเบียบวินัยใหม่ ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมแปลกๆไม่ได้

-เมื่อถูกล้อมกรอบด้วยวินัย ก็เบื่อหน่าย ท้อใจ ทนอดกลั้นไม่ไหว ละเมิดพระบัญญัติ

 

 

1. ท้อแท้ เบื่อหน่ายต่อระเบียบมากมาย ซึ่งจำต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

2. เหลืออดเหลือกลั้น ที่ถูกจำกัดช่วงเวลา และมีข้อบังคับหยุมหยิม เกี่ยวกับอาการและเครื่องดื่ม

3. จิตฟุ้งใฝ่หาความหรูหรา อภิรมย์ยินดีและอาลัยถึงสุขสันต์หรรษา

4. ตัดใจเรื่องเพศตรงข้ามไม่เด็ดขาด หมกมุ่นด้วยอารมณ์รักและเพศสัมพันธ์

 

ปธาน คือความเพียร 4 อย่าง

ความหมาย ประเภทธรรม

ปธาน พยายามด้วยน้ำใจเด็ดเดี่ยว บากบั่นจริงจัง ขยันมั่นใจสม่ำเสมอจนสำเร็จ

สัมมัปปธาน บางครั้งก็หมั่นเพียรโดยชอบธรรมและสม่ำเสมอ

1. สังวรปธาน เพียรระวังกิริยามารยาท ไม่ประพฤติทราม ไม่พูดเลว และไม่คิดร้าย

2. ปหานปธาน เพียรเลิกละทุจริต ไม่พูดคำหยาบ กำจัดความคิดเหลวไหล

3. ภาวนาปธาน เพียรบำเพ็ญสุจริต พูดจาสุภาพ ฝึกทำใจให้ผ่องใส โดยจริงใจเสมอ

4. อนุรักขนปธาน เพียรยึดมั่นในการบำเพ็ญประโยชน์สุข ทำความดีเกื้อกูลไม่หยุดยั้ง

 

ข้อสังเกต

สัมมัปปธาน คือเพียรชอบ ก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับ สัมมาวายาโม เพียรชอบในอริยมรรค 8

 

อธิษฐานธรรม คือ ธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ 4 อย่าง

ความหมาย ประเภทธรรม

ตั้งใจยึดมั่น ในอันที่จะปลูกฝังอัธยาศัยดีงาม และทำให้จิตว่าง สงบ

1. ปัญญา รอบรู้ศิลปวิทยาทั้งคดีโลกคดีธรรม ตลอดจนหยั่งรู้สภาวธรรม

2. สัจจะ ประพฤติธรรมด้วยใจซื่อถือสัตย์ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยน้ำใสใจจริง

3. จาคะ สลัดอารมณ์ขัดแย้งที่ทำให้ท้อแท้ และขจัดสิ่งเย้ายวนให้สิ้นซาก

4. อุปสมะ ใจว่าง สงัดจากกิเลสทั้งปวง คือปลอดโปร่งใจและสงบสุข

 

คุณประโยชน์

1. นับเป็นส่วนสำคัญ ในทางเสริมบุคลิกภาพและอุปนิสัยใจคอ

2. มีกำลังใจเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ชำนะอุปสรรคต่างๆ โดยไม่ย้อท้อ

3. มีสมรรถนะในการประกอบภารกิจที่รับผิดชอบ ให้บรรลุผลสำเร็จเรียบร้อย

4. เป็นตัวอย่างผู้นำทำความดี ชีวิตก้าวหน้า และชื่อเสียงดีเด่น

 

 

อิทธิบาท คือคุณเครื่องให้สำเร็จความประสงค์ 4 อย่าง

ความหมาย ประเภทธรรม

หลักธรรมซึ่งสร้างผลงานที่มนุษย์พึงทำได้ให้เสร็จเรียบร้อยและแน่นอน

1. ฉันทะ สนใจ โดยประเมินคุณค่าของงาน  ทุ่มเทพลังกายและปัญญา และรับผิดชอบหน้าที่

2. วิริยะ เต็มใจ อาศัยความพยายาม กำลังใจเข้มแข็งอดทน หนักเอาเบาสู้

3. จิตตะ ตั้งใจ จิตจดจ่อต่องาน ขวนขวายด้วยความกระตือรือร้น และจริงจัง

4. วิมังสา เข้าใจ ดัดแปลงและปรับปรุงงาน ให้เหมาะแก่สถานที่และกาลเวลา

 

ประโยชน์

1. ทำให้เป็นคนมีนิสัยรักงาน ใฝ่ใจติดตามผลงานอย่างเพลิดเพลิน

2. รู้จักรับผิดชอบงานที่ทำ ด้วยความมีระเบียบและสมเหตุสมผล

3. มีประสบการณ์จัดเจนในกิจกรรมหลายสาขา สามารถแก้ปัญหาได้เฉียบขาดถูกต้องและ รอบคอบ

4. ทำให้กิจการซึ่งไม่เหลือบ่ากว่าแรงบรรลุเป้าหมายสำเร็จ คุ้มค่าและทันเหตุการณ์

 

ควรทำความไม่ประมาทในที่ 4 สถาน

1. ในการละกายทุจริต                          ประพฤติกายสุจริต

2. ในการละวจีทุจริต                             ประพฤติวจีสุจริต

3. ในการละมโนทุจริต                           ประพฤติมโนสุจริต

4. ในการละความเห็นผิด     ประพฤติความเห็นให้ถูก

 

อีกอย่างหนึ่ง

1. ระวังไม่ให้กำหนัดในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด

2. ระวังไม่ให้ข้อเกี่ยวในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง

3. ระวังใจไม่ให้หลงในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความหลง

4. ระวังไม่ให้มัวเมาในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งการมัวเมา

ธรรม 2 หมวดนี้ มีใจความชัดเจนอยู่ในตัวเองเพียงพอแล้ว

 

ปาริสุทธิศีล 4

ความหมาย ประเภทธรรม

พรหมจรรย์สะอาดหมดจด บำเพ็ญศีลพรตเคร่งครัด ไม่เป็นที่รังเกียจและติเตียน

บทศีล ก็เรียก เพราะศีล 4 นี้ เหมือนแก่นแห่งธรรมวินัยอันสมบูรณ์สำหรับสมณเพศ

 

1. ปาติโมกขสังวรศีล ประพฤติสำรวมตามสิกขาบทวินัยและสังฆกรรม ไม่ละเมิดข้อห้ามของภิกษุ

2. อินทรีย์สังวรศีล มีสติคุมอารมณ์ที่เกิดขึ้นแก่ใจ ผ่านอายตนะ 6 มิให้ทำอันตรายแก่พรหมาจรรย์

3. อาวปาริสุทธิศีล ทำตนเป็นคนเลี้ยงง่าย ด้วยปัจจัยตามมีตามได้ ไม่แสวงหาลาภผิดสมณวิสัย

4. ปัจจัยสันนิสิตศีล พิจารณาแยบคาย ซึ่งปัจจัย 4 คือ เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรคอันเป็นสิ่งจำเป็นแก่ชีวิต เพียงอยู่รอดไม่เกินพอดีและหลงมัวเมา

 

อารักขกัมมัฏฐาน 4

ความหมาย ประเภทธรรม

กัมมัฏฐานที่ควรทำเสมอๆ คือ การฝึกให้พลังความคิดเป็นหนึ่งแน่วแน่และสงบนิ่ง

1. พุทธานุสสติ ระลึกถึงพระจริยาวัตร และปฏิปทาอันยอดเยี่ยมของพระพุทธเจ้า

2. เมตตา แผ่น้ำใจปรารถนาดี ร่มเย็นเป็นสุขแก่มวลมนุษย์ แลสิ่งมีชีวิตทั่วกัน

3. อสุภะ หยั่งรู้ชัดซึ่งความน่าเกลียด สิ่งสกปรกของส่วนประกอบต่างๆ ในร่างกาย

4. อรณัสสติ หมั่นนึกเสมอว่า ตอนเองตาย เช่นคนอื่น หนีไม่พ้นแน่

 

ประโยชน์

1. ใจมั่นคงในพุทธธรรม มุ่งหมายพ้นทุกข์ตามรอยพุทธบาท

2. ใจรักอุดมการณ์ พลีความสุขส่วนตัว จิตคงที่ไม่ตกเป็นทาสกิเลส จิตเหนือกระแสโลก

3. เข้าใจแก่นแท้ของชีวิต รีบขวนขวายทำประโยชน์แก่สาธารณะ

 

พรหมวิหาร 4

ความหมาย ประเภทธรรม

คุณสมบัติประจำใจ สำหรับผู้ใหญ่ โดยมุ่งธรรมสูงส่งดุจพรหม

1. เมตตา ความรักใคร่ ปรารถนาสันติสุขแก่ทุกชีวิต ประสานโรคให้อบอุ่นร่มเย็น

2. กรุณา ความสงสารใฝ่ใจในอันจะรับรู้ความเดือดร้อนแทนคนอื่นเหมือนทุข์ของตน

3. มุทิตา ความยินดี พลอยชื่นชมยินดีต่อความสำเร็จของผู้อื่นโดยบริสุทธิ์ใจ

4. อุเบกขา ความวางใจเป็นกลาง ปลงใจวางเฉย เห็นเป็นธรรมดาของโลก

 


ประโยชน์

1. กลายเป็นคนใจคอกว้างขวาง เยือกเย็น ไม่ก่อพิษ และแพร่ภัยแก่ใคร

2. บุคลิกลักษณะน่านิยมนับถือ เป็นที่พึ่งของสังคม

3. มีน้ำใจประเสริฐ เปี่ยมด้วยมนุษยธรรม มองโลกในแง่ดี ซึ่งจะทำให้มีชื่อเสียงดีเด่น ชีวิตผาสุกทุกสถาน

 

สติปัฏฐาน 4

ความหมาย ประเภทธรรม

ประกอบสติให้จดจ่อแน่วแน่ เฉพาะจุดที่กำลังกำหนดพิจารณาอยู่

เอการยนมรรคก็เรียก ได้แก่หนทางสายเอก สายเดียวที่นำผู้ปฏิบัติล่วงทุกข์ทั้งสิ้นได้จริง

1. กายานุสปัสสนา มีสติกำหนดพิจารณารูปกาย รู้ชัดว่า เพียงธาตุ 4 คุมกันไว้เกิดขึ้นเปลี่ยนแปรไม่ยั่งยืน ไม่อยู่ภายใต้บัญชา เหนืออำนาจตน ไม่ใช่ตน สูญสลายในที่สุด

2. เวทนานุปัสสนา มีตสติกำหนดพิจารณาความเกิดขึ้นเปลี่ยนแปลง ดับสูญแห่งการเสวยอารมณ์ เพลิดเลินก็ดี ทุข์ก็ดี เฉยๆ ก็ดี ซึ่งไม่ยอมคล้อย ตามใจตน จนเบื่อหน่ายไม่ยึดมั่น

3. จิตตานุปัสสนา มีสติกำหนดพิจารณาสภาพของจิต พลังงานของจิต ดำเนินไปภายใต้สภาพแวดล้อม เกิดแล้วแปรผัน ดีบ้างร้ายบ้าง สูงบ้างต่ำบ้าง พ้นวิสัยบังคับ จนรู้ชัดและไม่ยึดมั่น