ความทุกข์นั้น มันเหมือนกับอุณหภูมิในด้านร้อน คือ มันเป็นปฏิภาคกับความสุขหรืออุณหภูมิในด้านเย็น ร้อนกับเย็นจะตรงข้ามกัน เหมือนทุกข์จะตรงกันข้ามกับสุข
นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ความเย็นไม่มี มีแต่ความร้อนน้อย เย็นคือ ร้อนน้อย ความสุขในตัวเองไม่มี สุข คือ ทุกข์น้อย หรือไม่มีทุกข์
คนเราชอบแสวงหาความสุข การจะหาความสุขนั้นเราต้องทราบว่าสุขมีกี่อย่าง สุขมี ๒ อย่าง คือ
๑. สามิสสุข และ ๒. นิรามิสสุข
สามิสสุข คือ สุขที่มีอามิส หรือเหยื่อล่อ นั่นคือการที่คนเราจะมีสุขนั้นเพราะว่ามีสิ่งล่อตาล่อใจมาเป็นองค์ประกอบทำให้เราสบายใจ อย่างเช่น มีความสุขเพราะรัก เพราะมีคนที่เราพอใจ มาเป็นองค์ประกอบให้เรามีความสุข สุขแบบนี้ต้องอาศัยสิ่งอื่นมาล่อถ้าไม่มีสิ่งที่พอตาพอใจเรา เราจะทุกข์ เพราะฉะนั้น สุขแบบนี้จึงเป็นสุขที่อาศัยเหยื่อล่อพอไม่มีเหยื่อล่อก็ทุกข์ทันที นี่เรียกว่า สามิสสุข เปรียบเหมือนสุขที่เกิดจากการเกา สุขที่เกิดจากความพอตาพอใจ อยู่ได้ไม่นาน
ความสุขที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม สะอาด สว่าง สงบนั้น เป็นสุขถาวร เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงเลือกความสุขแบบนี้ เรียกว่า นิรามิสสุข
รู้ ๓ บันดาลสุข ไตรลักษณ์ในชีวิตประจำวัน /พระธรรมโกศาจารย์