“ถ้ารู้จักพอก็ไม่ควรที่จะโลภโมโทสันอยากได้ ตำแหน่ง และเครื่องประดับต่างๆ ให้มันมากเกิน เหตุและผล นอกจากหวนกลับมาพิจารณาตัวเองและตั้งคำถามอยู่เสมอว่า ตนได้ทำสิ่งใดให้เกิดประโยชน์แก่แผ่นดินเอาไว้บ้าง”

หันมาสนใจค้นหาความจริง เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

ศาสาตราจารย์ ระพี  สาคริก

 

                                                                                   

พอดีผมได้มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์ คุณปู่ระพี สาคริก ที่บ้านของท่าน ในหัวข้อการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งก็ได้รับความเมตตาจากท่าน

 

ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก คนส่วนใหญ่อาจจะรู้จักท่านในฐานะของ "บิดาของกล้วยไม้ไทย ผู้บุกเบิกวงการกล้วยไม้ไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก" ขณะที่อีกหลาย คนอาจจะเคยสัมผัสท่านในสถานภาพของ "อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณพ่อที่คลุกคลีกับลูกๆ นิสิตชาวเกษตร ถึงกับลงไปช่วยขุดลอกคูคลองด้วยตัวเอง" และบ้างก็รู้จักท่านในฐานะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ชื่อว่าทำงานเพื่อประชาชนมากที่สุดคนหนึ่ง และยังมีหลายต่อหลายบทบาท อาทิ นักดนตรี สื่อมวลชน ช่างภาพ หรือแม้แต่นักเขียน

วันนี้ ศาสตราจารย์ ระพี ในวัย 87 ปีที่เราได้เห็นในวันนี้ คือภาพของชายชราธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่วางมือจากชีวิตการทำงานทั้งในภาคราชการ กึ่งราชการและเอกชน เพื่อหันมาใช้ชีวิตที่สงบและเรียบง่าย เหลือก็แต่เพียงการเป็นที่ปรึกษาให้วิทยาทานด้วยการบรรยาย สัมมนาโดยเฉพาะด้านการพัฒนาชนบทและเยาวชนที่เน้นด้านคุณธรรมและจริยธรรม ผู้เขียนจึงขออนุญาตหยิบยกเอาเรื่องราวและประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของศาสตราจารย์ ระพี มาตกผลึกเป็นข้อคิดและมุมมองการใช้ชีวิตให้กับคนรุ่นใหม่ โดยท่านได้ให้ความคิดเห็นในเรื่องของ เศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ว่า

                หากลองมองย้อนกลับไปนึกถึงช่วงที่เศรษฐกิจของสังคมไทยกำลังทรุดหนักเมื่อครั้งที่แล้วได้ทำให้มีการนำเอาแง่คิดเกี่ยวกับ เศรษฐกิจพอเพียงแม้แต่ การเกษตรพอเพียง มาเสนอแนะให้ใช้กันอย่างกว้างขวาง

                หวนกลับมาค้นหาความจริงเพื่อทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกันอีกครั้งหนึ่งซึ่งอันที่จริงแล้วองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราซึ่งทรงห่วงใยพสกนิกร โดยเฉพาะเกษตรกรซึ่งทำหน้าที่อยู่ใกล้ชิดพื้นดินมากที่สุดได้ทรงรับสั่งย้ำความสำคัญของเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง

                แต่คนไทยจำนวนไม่น้องที่ขาดความสนใจค้นหาความจริงจากใจตนเองอาจเป็นเพราะสติปัญญามืดบอดเนื่องจากถูกอิทธิพลความทันสมัยทางวัตถุข้ามชาติเข้ามาบุกรุกทำลายรากฐานจิตใจอย่างต่อเนื่องจึงทำให้การปฏิบัติตนจำต้องเดินหลงไปคนละทางสองทางสุดแล้วแต่สิ่งปนเปื้อนที่เข้าไปแฝงอยู่ในจุดยืนซึ่งแตกต่างกัน

                ความจริงแล้วถ้าจะกล่าวว่าเหมือนเส้นผมบังภูเขาก็ไม่น่าจะผิด หรืออย่างที่คนแต่ก่อนเคยกล่าวไว้ว่าผงเข้าตาตัวเองต้องให้คนอื่นเขี่ยออกทั้งๆที่ผงชิ้นนิดเดียวและอยู่ใกล้นัยน์ตาตัวเองมากที่สุดก็ยังมองไม่เห็นจึงช่วยตัวเองได้ยาก

                ความจริงหากสนใจที่จะทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ขอให้หยุดความ โลภ โกรธ หลงที่เป็นสิ่งปนเปื้อนอยู่ในใจตนเองให้ได้ หมายถึงฝึกเอาชนะใจตนเองให้เป็นผลสำเร็จ จากการสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างท้าทายแล้วนำปฏิบัติจากความจริงที่อยู่ในใจตนเองอีกทั้งมีความเพียรพยายามอย่างมุ่งมั่นด้วยสมาธิแค่นั้นก็น่าจะหลุดพ้นจากคอขวดออกมาสู่อิสรภาพ ทำให้เกิดสติปัญญาสว่างไสวแถมยังติดตามมาด้วยการทำงานอย่างมีความสุข

                ความพอเพียงหมายถึงการปฏิบัติทุกสิ่งทุกอย่างภายในกรอบของระบบการพึ่งตนเองโดยใช้วัสดุเหลือใช้ที่อยู่ในไร่นาตัวเองสร้างระบบหมุนเวียนเป็นธรรมชาติ(recycling) ละเว้นการสร้างกระแสที่สัมพันธ์ถึงสิ่งซึ่งมีอิทธิพลอยู่นอกระบบ เช่นการกู้หนี้ยืมสินและสิ่งอื่นๆ

                เพราะหากนำสิ่งเหล่านั้นเข้ามาผูกพันในระบบการผลิตหากเศรษฐกิจภายนอกเกิดปัญหาย่อมทำให้รายได้ของตนจำเป็นต้องถูกดูดกลับส่งผลเสียหายให้กับสิ่งที่สะสมไว้แล้วอย่างป้องกันได้ยาก

                ในอดีตเราเคยใช้แรงงานสัตว์ทำนาโดยไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพราะว่าเชื้อเพลิงของสัตว์ก็คือหญ้าในนาและข้างถนนนอกจากนั้นเชื้อเพลงธรรมชาติดังกล่าวเมื่อสัตว์นำไปใช้ประโยชน์แล้วยังถูกเปลี่ยนมาเป็นปุ๋ยธรรมชาติ แต่ช่วงหลังๆเราเห่อความทันสมัยและความสะดวกสบายจึงหลงไปนำเครื่องจักรกลจากต่างประเทศเข้ามาใช้เป็นการอุดหนุนสินค้าต่างชาติและเพิ่มรายจ่ายให้สูงยิ่งขึ้น

                ช่วงหลังๆ ราคาน้ำมันถีบตัวสูงขึ้นมาก ทำให้ชีวิตเกษตรกรจำต้องเดือดร้อนหนักสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของการสูญเสีย ยิ่งสภาวะเศรษฐกิจของสังคมทรุดหนักย่อมทำให้การดำเนินชีวิตพึ่งตนเองได้ยากยิ่งขึ้น

                สิ่งที่กล่าวมาแล้วช่วยให้มองเห็นได้ว่าเหตุใดชีวิตเกษตรกรไทยซึ่งเป็นพื้นฐานเศรษฐกิจของสังคมไทยจึงทรุดหนักลงไปทุกขณะและยังมีทางรั่วไหลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มมากยิ่งขึ้น

                หวนกลับไปนึกถึงอดีต มีหน่วยราชการหลายแห่งหลังจากรับกระแสพระราชดำรัสจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใส่เกล้าฯ แล้วหลายคนนำมากำหนดให้เกษตรกรจะต้องมีเนื้อที่ทำการเกษตรเท่านั้นเท่านี้แถมยังมีการแบ่งออกเป็นส่วนๆ ด้วยว่า จะต้องปลูกข้าวเท่านั้นไร่เลี้ยงปลาในบ่อขนาดเท่านั้นเท่านี้ อีกทั้งปลูกต้นไม่ผลกี่ต้นติดตามมาด้วยโดยการกำหนดการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์บนพื้นฐานที่เป็นปริมาณ

                หากจะอ่านความจริงจากใจผู้ที่มีความคิดแบบนี้เป็นโอกาสให้หยั่งรู้ความจริงได้ว่า ขาดการรู้ตัวเองสอดคล้องกันกับคำปรารภซึ่งเคยได้ยินคนต่างชาติที่มองมายังชีวิตคนไทยแล้วกล่าวว่าเป็นเพราะคนไทยสบายมานานหากกลับไปมองอีกด้านหนึ่งน่าจะหยั่งรู้ความจริงได้ว่าการคิดแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ทุกคนซึ่งมีสิ่งปนเปื้อนเข้าไปแฝงอยู่ในจิตใจตนเองหนามากคงต้องได้รับบทเรียนจากความเจ็บปวด

เพราะฉะนั้นผู้ที่สนใจคิดจะให้เศรษฐกิจการเกษตรของไทยเปลี่ยนไปเป็นเศรษฐกิจพอเพียงแม้ด้านหนึ่งจะมีเจตนารมณ์ที่หวังดีแต่อีกด้านหนึ่งย่อมไม่ควรท้อแท้จนกระทั่งเป็นทุกข์หากบุคคลผู้ประกอบการเกษตรจำเป็นจะต้องละจากความโลภโมโทสันจากใจได้ทุกเรื่องน่าจะช่วยให้มีความเข้าใจและพร้อมให้จะมองเห็นโอกาสเสริมสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ยาก

เนื่องจากข้อจำกัดภายในรากฐานจิตใจของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันดังจะเห็นได้ว่าหลังจากคนเหล่านี้นอนหลับสบายบางคนได้ยินเสียงสิ่งผิดปกติเล็กน้อยก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นบางคนต้องไปเขย่าตัวแรงจึงจะรู้สึกได้ แต่มีบางคนแม้หยิกแรงๆก็ยังไม่ตื่น

คำว่าจงเป็นผู้ตื่นอยู่เสมอที่ผมฝากไว้ในอดีตนานพอสมควรแล้วน่าจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ไม่มากก็น้อย

อย่างน้อยการนำบทความภายใต้หัวข้อว่าจงเป็นผู้ตื่นอยู่เสมอมาพูดบุคคลผู้ได้รับประโยชน์ก็คือตัวผู้เขียนเองการค้นหาความจริงจากใจออกมาพูดย่อมมีผลปลุกตัวเองให้เป็นผู้ที่มีสติปัญญาเจริญงอกงามอีกทั้งเพิ่มพลังภายในรากฐานจิตใจตนเองให้มากยิ่งขึ้นยิ่งกว่านั้นยังนำปฏิบัติอย่างมีความสุขร่วมด้วย

ผมชื่อด้วยเหตุและผลว่าหากนำแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้สร้างพื้นฐานสะสมไว้ถึงระดับหนึ่ง แม้เศรษฐกิจจะต้องพบกับสภาพฟองสบู่แตกก็ย่อมมีภูมิคุ้มกันตัวเองให้มั่นคงอยู่ได้เพราะในยามปรกติเราก็ไม่คิดที่จะไปกู้หนี้ยืมสินจากที่อื่นมาใช้ในการดำเนินชีวิตอยู่แล้วหากใช้วิธีดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย

การนำเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติอย่างน้อยควรจะมีพื้นฐานการนำทุกสิ่งทุกอย่างภายในสภาพแวดล้อมของชีวิตประจำวันมาพิจารณาใช้ประโยชน์โดยไม่คิดโลภโมโทสัน แต่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข

ภายในภาพรวมของสังคมไทยถ้าผู้ที่ชีวิตก้าวขึ้นไปสู่ระดับสูงละเว้นจากการใช้ความอยากเป็นพื้นฐานไม่ว่าจะมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะไปช่วยบ้านเมืองหรืออะไรก็สุดแล้วแต่หากรู้ตัวอยู่เสมอว่าตนเองทำทุกสิ่งทุกอย่างจากใจที่มีเมตตา และทำแล้วมีความสุขถ้ามวลชนในสังคมรู้สึกศรัทธามาขอร้องให้เข้าไปรับตำแหน่งหน้าที่อะไรก็แล้วแต่ก่อนอื่นควรประเมินตัวเองว่าเราสามารถทำอย่างดีที่สุดแล้วจะสามารถทำให้สังคมมั่งคงอยู่ได้หรือไม่หมายความว่าควรเป็นคนรู้จักประเมินตัวเองให้มีจิตใจมั่งอยู่เสมอ

เราถูกต่างชาติหลอกมานานแล้วให้เชื่อว่าประชาธิปไตยต้องมีผู้สมัครรับเลือกตั้งตามมาด้วยการจัดการเลือกตั้ง

แม้แต่การหาเสียงก็อาจกล่าวได้ว่าคือการโฆษณาตัวเองย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีความอยากที่จะเข้าไปมากกว่า

หากมองทวนกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมควรเห็นได้ว่าการเลือกตั้งควรจะมาก่อน ส่วนการสมัครควรเป็นเรื่องของแต่ละคนที่จะตามมาภายหลังบ้านเมืองคงไม่ประสบกับความเสียหายอย่างเช่นทุกวันนี้

สรุปแล้วภายในวิถีชีวิตประจำวันไม่ว่าใครจะปฏิบัติเรื่องใดหรือมีจุดยืนอยู่ที่ไหนหากมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองอยู่ในรากฐานจิตใจอย่างมั่นคงควรถือได้ว่าทำหน้าที่ของสมาชิกประชาธิปไตยที่พื้นฐานตัวเองอย่างสมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว

ภายในภาพรวมของชุมชนซึ่งมีพื้นฐานความคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียง ควรจะมองเห็นภาพรูปแบบที่หลากหลายอย่างเป็นธรรมชาติ หรือมีความสอดคล้องกันกับธรรมชาติที่อยู่ในรากฐานจิตใจคนท้องถิ่น จากความรู้สึกซึ่งทุกคนสัมผัสได้

ผมหวังว่า หากมีคนไทยที่ไม่ลืมง่ายว่า เหตุการณ์เศรษฐกิจทรุดหนักเท่าที่เป็นมาแล้วในอดีตที่เกิดจากการลืมตัวของคนในชาติ ทำให้หลายคนเจ็บปวดมากแค่ไหน แต่วิกฤติที่กำลังรออยู่เบื้องหน้าอีกทั้งยังมองเห็นได้ว่าไม่ไกลมากนักอาจส่งผลเสียหายให้กับคนท้องถิ่นหนักยิ่งกว่าเก่า

เพราะนโยบายการบริหารประเทศของกลุ่มผู้มีอำนาจ ได้สะท้อนให้หยั่งรู้ความจริงได้อย่างชัดเจนว่า อยู่บนพื้นฐานการลืมตัวที่บังอาจนำตัวเองไปกระทบไหล่กับประเทศอภิมหาอำนาจ น่าจะถือเป็นบทเรียนที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

 

 

ศาสตราจารย์ ระพี  สาคริก