คุณโสพิศ โลหะวนิชย์ ..สาวห้องคลอดได้มีการศึกษาการวิเคราะห์การเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด โดยศึกษาข้อมูลย้อนหลังของมารดาและทารกที่มีภาวะขาดออกซิเจนในระยะแรกเกิด จากแบบสำรวจสาเหตุการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด และเวชระเบียน ระหว่าง 1 ตุลาคม 2549 ถึง 30 มิถุนายน 2550 มีจำนวนการเกิดมีชีพ 1,421 ราย มีกลุ่มประชากรที่ศึกษาการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดจำนวน 44 ราย วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติร้อยละ
ผลการศึกษาการวิเคราะห์ข้อมูลโดยเปรียบเทียบสถิติข้อมูลการเกิดมีชีพของทารกทั้งหมดกับทารกที่เกิดภาวะขาดออกซิเจน เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้การเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดเกินเกณฑ์มาตรฐาน 30 ต่อ 1,000 การเกิดมีชีพ ซึ่งแบ่งตามกลุ่มปัจจัยได้ทั้งหมด 5 กลุ่ม คือด้านทารก ด้านมารดา ด้านวิธีการคลอด ปัจจัยทางอายุรกรรมและปัจจัยทางสูติกรรม และจากการศึกษาความสัมพันธ์ของวิธีการคลอดกับสาเหตุการเกิดภาวะขาดออกซิเจนและระดับความรุนแรงของอาการที่เกิดกับทารก(Apgar Score นาทีที่ 1 และนาทีที่ 5)

พบว่า ระดับความรุนแรงของอาการขาดออกซิเจนนาทีที่ 1 แบ่งกลุ่มตามวิธีการคลอดได้ 4 กลุ่ม ส่วนใหญ่มีระดับความรุนแรงของอาการอยู่ในระดับน้อย คิดเป็นร้อยละ 77.27 รองลงมา มีระดับความรุนแรงของอาการอยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 13.64 และระดับความรุนแรงของอาการอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 9.09 ซึ่งกลุ่มที่มีระดับความรุนแรงของอาการในระดับมากนั้นเป็นการคลอดโดยวิธีการผ่าตัดคลอดและการคลอดท่าก้นตามลำดับ ระดับความรุนแรงของอาการขาดออกซิเจนนาทีที่ 5 ส่วนใหญ่ร้อยละ 90.90 มีระดับความรุนแรงของอาการอยู่ในระดับปกติ มีเพียงร้อยละ 9.09 ที่มีระดับความรุนแรงของอาการอยู่ในระดับน้อย ซึ่งในกลุ่มนี้เป็นการคลอดโดยใช้เครื่องดูดสุญญากาศ การคลอดท่าก้นและการคลอดปกติตามลำดับ