ชีวิตกว่าสองปีที่ได้มาสัมผัสกับคนที่มา "ทำบุญ..." นั้น บางคนก็ทำบุญด้วยกาย บางคนก็ทำบุญด้วยวาจา บางคนก็ทำบุญด้วยใจ แต่ทว่ามีอีกหลายคนทำบุญด้วย "เงิน..."

คนที่มาทำบุญนั้นมีมากมายหลายฐานะ ยากบ้าง จนบ้าง รวยบ้าง

คนมีเงินมักทำบุญด้วยเงิน เงิน เงินแล้วก็เงิน บริจาคโน่น บริจาคนี่ สร้างโน่น สร้างนี่ ถวายเงินเสร็จแล้วก็กลับไปนอนที่บ้าน ถวายเงินเสร็จแล้วก็ไปเที่ยวกันต่อ สรวนเส เฮฮา

คนมีเงิน ชวนให้นอนวัดก็บอกว่า "จองโรงแรมไว้แล้ว"

คนมีเงิน ชวนให้กินข้าวที่วัด กินข้าวก้นบาตรก็บอกว่า "ยังไม่หิว" "นัดกับเพื่อนไว้" "จะพาครอบครัวไปกินข้าวข้างนอก"

คนมีเงิน ชวนอยู่วัดนาน ๆ ก็บอกว่าจะไปกราบนมัสการพระองค์นั้น จะไปไหว้เจดีย์ที่นั่น จะไปทำบุญที่โน่น แล้วก็เฮละโลกันไป เมาบ้าง ไม่เมาบ้าง กลางวันทำบุญ กลางคืนทำบาป

 

คนมีเงิน ถึงวันเข้าพรรษา ออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาก็พาครอบครัวไปเที่ยวในประเทศบ้าง ต่างประเทศ

 

คนมีเงิน ชวนให้ถือศีลอยู่วัดก็บอกว่า "ไม่ว่าง งานเยอะ มีนัด มีประชุม เดี๋ยวหาโอกาสว่าง ๆ ก่อน..."

 

คนไม่มีเงินหรือมีเงินน้อย ก็ต่างขวนขวายช่วยเหลือกิจการงานของวัด ไม่มีเงินมีทอง ก็มาช่วยเก็บกวาดวัด ล้างห้องน้ำ วิ่งไปซื้อของ ซื้อโน่นซื้อนี่ เงินแม้จะไม่มี ค่าน้ำมันก็ไม่เอา..

 

คนไม่มีเงินถึงวันศีล วันบุญ วันสำคัญก็มานอนวัด รักษาศีล มากันเป็นครอบครัว

เดินทางมาจากต่างจังหวัดก็มานอนที่วัด ตอนเย็น ๆ ก็มานั่งสมาธิ สวดมนต์ ตกกลางคืนก็เดินจงกลม ตอนเช้าตื่นออกไปช่วยพระบิณฑบาต กลับมาก็ช่วยจัดอาหารถวายพระ พอเพราะตักอาหารเสร็จก็กินข้าวก้นบาตร ช่วยล้างชาม ล้างภาชนะ

คนมีเงินทำบุญเสร็จแล้วกลับบ้าน มีไม่มีเงินทำบุญเสร็จแล้วทำกุศลต่อ...

คนมีเงินมักถูกนับหน้าถือตา สิ่งนี้เป็นเหมือนดาบสามคม คือ ยิ่งเพิ่มหัวโขน อัตตา ตัวตน ตัวกู ของกู

การมาทำทาน เป็นการลดความตระหนี่ ถี่เหนียว อันนี้คนมาทำทานด้วยเงินก็พอลดได้อยู่บ้าง

แต่ทว่า... จุดสำคัยของพุทธศาสนานั้นสอนให้คนรู้ทุกข์ และเหตุให้เกิดทุกข์ แล้วเงินนี่แหละเป็นสาเหตุตัวสำคัญของทุกข์สำหรับคนในสังคมปัจจุบัน

เมื่อทำบุญด้วยเงิน ก็มักหวังการนับหน้าถือตา ทำมากมีคนสรรเสริญมาก เมื่อมีคนสรรเสริญ ก็ยิ่งหลงตัว หลงตน หลงยศ เกียรติ ชื่อเสียง อันนี้ยิ่งทำให้ทุกข์มากขึ้น ทุกข์มากขึ้น

"คนรวยใส่บาตรด้วยข้าว แต่คนจนมักใส่บาตรด้วยใจ..."

คนไม่มีเงินเขามาทำบุญที่วัด เขาก็มาแบบเงียบ ๆ ตามภาษาคนตัวเล็ก ๆ เดินมาบ้าง ขี่จักรยานมาบ้าง ได้ออกกำลังกายอีกต่างหาก

เขามาทำบุญเขาก็ได้บุญมาก เพราะเขาได้ถือศีล ซึ่งเป็นการงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม การพูดเท็จ และการดื่มของดอง ของมึนเมา

วันศีล วันอุโบสถ ก็ได้มีรักษาศีลแปด ได้มารู้จักชีวิต ได้ฝืน ขัดกิเลสบ้าง ไม่กินอาหารเย็นบ้าง ไม่นอนบนทที่นอนสูงบ้าง ไม่ดูหนัง ฟังเพลงบ้าง ไม่ใส่เสื้อผ้าหรูหรา ไม่ใส่เครื่องประดับ ทำอย่างนี้ไปนาน ๆ ก็จะรู้ว่าชีวิตเราอยู่ได้นี่ เราไม่มีเครื่องประดับ ไม่มีทอง ไม่มีหยอง เราก็ไม่ตาย ชีวิตเขาย่อมสงบขึ้นมาก เพราะเขาไม่ต้องขวนขวาย วุ่นวาย กระเสือกระสนดิ้นรนไปหาเงินหาทองให้มากมายเหมือนคนรวย ๆ

คนมีเงิน มักขับรถคันโก้ แต่งตัวหรูหรา เครื่องประดับ เพชรทองฟู่ฟ่า ทำตัวพองหนาแล้วมา "ทำบุญ"

นี่แหละหนอ "กรรมของคนมีเงิน"

พระพุทธองค์ท่านทรงตรัสไว้ว่า

ถึงแม้นเราจะถวายเงิน ทอง ข้าวของ อาหาร สร้างโบสถ์ สร้างวิหารเท่าภูเขาเลากา ก็มิมีค่าเท่ากับการถือศีลเพียงชั่วเวลานกกระพือปีก "แล้วเราล่ะ ถวายเงินเท่าภูเขาแล้วหรือยัง...?"

และถึงแม้นว่าเราจะรักษาศีลนับช่วงเวลาร้อยปี ก็มิมีค่าเท่ากับการ "ภาวนา" เพียงชั่วเวลาช้างกระดิกหู "แล้วเราล่ะ รักษาศีลถึงร้อยปีแล้วหรือยัง...?"

หากนำสมการนี้มาเทียบค่ากับการทำบุญด้วยเงินแล้ว จะต้องใช้เงิน ทรัพย์สินมากเท่าใด จะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด ชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติไหน ๆ ที่เราจะสามารถพ้นภัยจากวัฏฏะสงสารแห่งนี้ได้อย่างแท้จริง...