วิไลวรรณ ภู่ทอง: การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะการวิจัยในชั้นเรียน ของครูโรงเรียนวัดปากบ่อ สังกัดกรุงเทพมหานคร (DEVELOPMENT OF A KNOWLEDGE MANAGEMENT MODEL TO ENHANCE KNOWLEDGE AND SKILLS ON CLASSROOM RESEARCH OF TEACHERS AT WAT PAKBOR SCHOOL, UNDER BANGKOK METROPOLITAN ADMINISTRATION) รศ.ดร.ทวีศักดิ์ จินดานุรักษ์, หน้า.
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียน วัดปากบ่อ สังกัดกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์เรื่องการวิจัยในชั้นเรียน ก่อนและหลังการทดลองใช้รูปแบบการจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนวัดปากบ่อ สังกัดกรุงเทพมหานคร และ3)เพื่อศึกษาคุณภาพงานวิจัยในชั้นเรียนของครูหลังทดลองใช้รูปแบบการจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนวัดปากบ่อ สังกัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ครูของโรงเรียนวัดปากบ่อตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2551 จำนวน 60 คน เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัยได้แก่ 1) แบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านรูปแบบการจัดการความรู้ในสถานศึกษา 2) แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการความรู้ เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะการวิจัยในชั้นเรียน ของครูโรงเรียนวัดปากบ่อ สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ 3) โปรแกรมการพัฒนาความรู้และทักษะการวิจัยใน ชั้นเรียน 4) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ เรื่องการวิจัยในชั้นเรียน 5) แบบประเมินคุณภาพงานวิจัยในชั้นเรียน และ 6) แบบสอบถามความคิดเห็นของครู เกี่ยวกับการจัดการความรู้เรื่องการวิจัยในชั้นเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ ได้แก่ การวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาค่าฐานนิยม และการวิเคราะห์หาค่าทดสอบที (Paired-Sample T Test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. รูปแบบการจัดการความรู้ สรุปตามขั้นตอนการจัดการความรู้ จำแนกตามบทบาทสถานศึกษา และบทบาทครู ได้ดังนี้
ขั้นที่ 1 การกำหนดสิ่งที่ต้องเรียนรู้ บทบาทสถานศึกษา : จัดตั้งคณะทำงานด้านการวางแผนการจัดการความรู้, สำรวจความต้องการเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนของครู, กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และพันธกิจ ในด้านการพัฒนาความรู้และทักษะการวิจัยในชั้นเรียน, การสร้างความตระหนักให้ครูเห็นความสำคัญของการวิจัยในชั้นเรียน, มีนโยบายชัดเจนให้ครูทุกคนในโรงเรียนพัฒนางานวิจัยในชั้นเรียนอย่างน้อยภาคการศึกษาละ 1 เรื่อง,จัดทำเว็บไซต์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากรครู,สร้างโปรแกรมการพัฒนาความรู้และทักษะการวิจัยในชั้นเรียนของครู และคู่มือประกอบโปรแกรม, จัดประชุมบุคลากรครูเพื่อชี้แจงนโยบายและปฐมนิเทศเตรียมพร้อม บทบาทครู: เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมร่วมกับสถานศึกษาเพื่อทำความเข้าใจต่อการพัฒนาตนเองด้านการวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้รูปแบบการจัดการความรู้ในการพัฒนา
ขั้นที่ 2 การแสวงหาความรู้บทบาทสถานศึกษา: จัดแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสม, จัดหาทุนสนับสนุนการทำวิจัยในชั้นเรียนให้แก่ครู, จัดการประชุมปฏิบัติการและจัดหาวิทยากรเพื่อให้ความรู้และเป็นที่ปรึกษาแก่ครูในการปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน, ส่งเสริมให้มีการทำงานเป็นทีมโดยเพื่อนช่วยแนะเพื่อนบทบาทครู: การเรียนรู้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ, การพูดคุยสอบถาม และสอนงานกันในหมู่เพื่อนครู, การประชุมกลุ่มเพื่อนร่วมงานทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ, การเข้าร่วมการประชุมปฏิบัติการเรื่องการวิจัยในชั้นเรียน ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา, การลงมือปฏิบัติงานวิจัยในชั้นเรียน โดยทำการศึกษาวิจัยในชั้นเรียนของตนเอง ตามกระบวนการของการวิจัยในชั้นเรียน
ขั้นที่ 3การสร้างความรู้ บทบาทสถานศึกษา: จัดให้มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทำการถอดบทเรียนความรู้ไว้เป็นความรู้ของสถานศึกษา บทบาทครู: สรุปและอภิปรายผลการวิจัย และทำการเผยแพร่ออกไปเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น, สังเคราะห์ความรู้ที่ได้ขึ้นเป็นนวัตกรรมการศึกษาของตนเอง เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนต่อไป
ขั้นที่ 4 การจัดเก็บและสืบค้นความรู้ บทบาทสถานศึกษา: จัดทำเอกสารสรุปการประชุม และจัดสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับบรรจุลงเว็บไซต์ของโรงเรียน, จัดทำคลังความรู้ของโรงเรียน, ส่งเสริมให้มีการนำผลงานวิจัยในชั้นเรียนมาทำผลงานทางวิชาการ
บทบาทครู: ครูเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน โดยจัดทำเป็นรูปเล่มเอกสารการวิจัย และจัดทำเป็นไฟล์เอกสาร จัดเก็บในซีดีรอม เพื่อนำไปเก็บเป็นฐานข้อมูล
ขั้นที่ 5 การถ่ายโอนความรู้และใช้ประโยชน์ บทบาทสถานศึกษา: จัดให้มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงกระบวนการการดำเนินการวิจัยในชั้นเรียน เคล็ดลับสู่ความสำเร็จในการวิจัยในชั้นเรียน, จัดนิทรรศการนำเสนอนวัตกรรมผลงานวิจัยในชั้นเรียนของครูในโรงเรียนภายในโรงเรียน, เผยแพร่นวัตกรรมผลงานวิจัยในชั้นเรียนที่เป็นตัวอย่างที่ดีสู่ภายนอก บทบาทครู: นำเสนอนวัตกรรมจากงานวิจัยในชั้นเรียนของตนเอง ร่วมแบ่งปันกับครูคนอื่นๆ เพื่อนำไปใช้พัฒนาการเรียนการสอน, เผยแพร่นวัตกรรมของตนในรูปแบบต่างๆ เพื่อร่วมแบ่งปันในวงกว้าง
2. ครูโรงเรียนวัดปากบ่อที่ผ่านการทดลองใช้รูปแบบการจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะการวิจัยในชั้นเรียนมีผลสัมฤทธิ์เรื่องการวิจัยในชั้นเรียนภายหลังการทดลองใช้รูปแบบสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลองใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. คุณภาพงานวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนวัดปากบ่อที่ผ่านการทดลองใช้รูปแบบการจัดการความรู้ เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะการวิจัยในชั้นเรียน ของครูโรงเรียนวัดปากบ่อส่วนใหญ่มีคุณภาพอยู่ในระดับปานกลาง
โรงเรียนวัดปากบ่อ ลายมือชื่อผู้วิจัย............................................................
สำนักงานเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ลายมือชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา...........................................
ปีการศึกษา 2551
ชอบมากค่ะ ผอ. เขียนอีกนะคะ ขอเป็นกำลังใจ ณิชาภัทร (น้องมิน) ค่ะ
ขอบคุณที่สนใจแล้วจะลงตอนต่อไปค่ะ
ใครหนอ นามสกุลเดียวกะเราเลย เรากำลังปวดหัวอยู่เลยค่ะ กับงานวิจัย เก่งจังเลยนะคะ
ใครหนอ นามสกุลเดียวกะเราเลย เรากำลังปวดหัวอยู่เลยค่ะ กับงานวิจัย เก่งจังเลยนะคะ