ความสำเร็จจากกรณีหนึ่ง อาจจะไม่ใช่ความสำเร็จในครั้งต่อมาก็ได้

ความสำเร็จจากกรณีหนึ่ง อาจจะไม่ใช่ความสำเร็จในครั้งต่อมาก็ได้ เนื่องมาจากปัจจัยที่แตกต่างกัน หรือมิใช่ก็มาจากการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่พ่ายแพ้ เรียนรู้เพื่อหาช่องโหว่ของผู้ชนะ ว่ามีเหตุปัจจัยอะไรเกิดขึ้น ไฉนจึงเกิดการชนะจากอีกฝ่าย และพ่ายแพ้จากอีกฝ่าย

มะเฮตีไท้ซาน กับเสม ณ ป่าตอง มีความคล้ายกันก็คือพ่อแม่ของทั้งสองเป็นชาวพม่าที่หลบหนีเข้าเมือง ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนประวัติ ท.ร.38/1 จึงไม่มีเอกสารของทางฝั่งไทย แต่ว่า...

 

มะเฮตีไท้ซาน หรือผู้ที่ควรเป็นมเหสีในความหมายที่เป็นภาษาไทย คือผลพวงของชัยชนะคราวที่แล้ว ที่ทางการไทยได้รับแจ้งการเกิดและออกสูติบัตรให้กับเด็กหญิงน้อยผู้นี้ และให้กับคนอื่นในคราวต่อมา

 

แต่นั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของในประเทศไทยเท่านั้น ยังมีอีกหลายจังหวัด หลายอำเภอ และหลายเทศบาลที่จะไม่เป็นเช่นนี้ เช่นเรื่องราวของเสม ณ ป่าตอง

 

เสม เป็นลูกของชาวพม่าแท้ ๆ ณ ป่าตอง ไม่ใช่นามสกุลแต่เป็นสถานที่เกิดเรื่องราวของความไม่ประสบความสำเร็จในการแจ้งการเกิดในครั้งนี้ หนึ่ง-ปฏิเสธ ผมทราบแล้วว่าเพราะเหตุใด และสอง-ปฏิเสธกำลังจะตามมาอีกครั้งหนึ่งในอีก 30 วันข้างหน้า ซึ่งเป็นการปฏิเสธโดยใช้หนังสือเวียน/หนังสือสั่งการจำนวน 2 ฉบับ ที่ผมไม่เคยเห็น และเจ้าหน้าที่ก็ไม่ยินยอมให้ผมดู (เหลือเชื่อเลยปกปิดข้อมูลข่าวสารอันเป็นกฎหมายเสียด้วย)

 

เสมเป็นลูกของชาวพม่า ที่ทั้งพ่อและแม่หลบหนีออกจากเมืองพม่า และหลบหนีเข้าเมืองไทยจึงไม่มีเอกสารหลักฐานเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยที่จะยืนยันตัวตน และเสมก็ได้ไปเกิดที่โรงพยาบาลป่าตอง โดยทั้งพ่อและแม่ จากนายต๊านเสน และนางเซนมะมะ เป็นชื่อนายสาน และนางนางตามลำดับ

 

ครั้นถามพ่อแม่ของเสมทำไมไม่ใช้ชื่อจริง ๆ เขาก็บอกว่าบอกแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่านางพยาบาลจะใส่ชื่อเขาเป็นนายสาน และเมียเขาเป็นนางนาง

 

เด็กชายเสม. ผมให้อาสาสมัครไปหาถึงแคมป์ และเป็นกรณีศึกษาที่ผมปรารถนาจะกรุยทางให้แก่ลูกของคนต่างด้าวอื่น ๆ ที่เกิดในแผ่นดินไทย แต่แจ้งเกิดคนละเทศบาล เพื่อจะดูว่าในทางปฏิบัตินั้น แต่ละแห่งปฏิบัติแตกต่างกันอย่างไร

 

และด้วยทั้งพ่อแม่ของเสม หลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ผมจึงไม่กล้าที่จะให้นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปแจ้งการเกิดพร้อมกับผม ขืนไปถูกจับขึ้นมาเป็นอันว่า ผมเอวัง สถานีตำรวจอยู่ไม่ไกลเทศบาล ผมหนีไปไหนไม่รอด

 

ผมจึงทำหนังสือมอบอำนาจอีกครั้งดุจเดียวกับกรณีมะเฮตีไท้ซาน ยิ้มกริ่ม ๆ ว่าคงแจ้งเกิดได้ไม่มีปัญหา แต่แล้วก็เป็นไปตามที่เห็นข้างล่าง

 

ผมไม่ว่าอะไร ที่ไม่ว่านั้นเพราะทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้แล้ว นึกไม่ออกว่าจะกลับไปมือเปล่าทำไม ในเมื่อจะกลับมาอีกครั้งก็ด้วยเหตุผลเดิม ผมจึงจำต้องรับคำปฏิเสธมาไว้เพื่ออุทธรณ์คำสั่งต่อไป

 

ความจริงนั้นเป็นความอ่อนด้อยทางข้อกฎหมายของผม ที่ไม่อาจแสวงหาหนังสือสั่งการใหม่ ๆ มาศึกษาเกี่ยวกับหนังสือ มอบหมาย หนังสือ มอบอำนาจ ได้ และมีแนวโน้มว่าจะถูกปฏิเสธอีกครั้งด้วยเหตุผลมอบหมาย VS มอบอำนาจ (จากคำกระซิบของเจ้าหน้าที่ภายหลังจากที่ผมยื่นอุทธรณ์คำสั่งนี้)

 

ผมไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ เจ้าหน้าที่ป่าตองบอกว่า อย่าไปยื่นที่จังหวัดเลย เดี๋ยวเขาก็ส่งหนังสือย้อนกลับมาหาผมผมไม่เชื่อฟังอีกตามเคย ยื่นนายทะเบียนจังหวัดภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อย