ขายเสียง
สำหรับคนขายเสียง ราคาสุนัขขายที่ท่าแร่ ยังแพงกว่า อายหมาจริงๆ

ย้อนรอย30ปี...“โรคร้อยเอ็ด” ต้นตำรับ“ทุ่มแหลกแจกไม่อั้น”!!! (สกู๊ปพิเศษ)
-
นับตั้งแต่ ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ “สมบูรณาญาสิทธิราชย์” มาเป็น “ระบอบประชาธิปไตย” เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 “ประเทศไทย” มีการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปทั้งสิ้น 24 ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2476 และครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 และในปลายปีนี้การเลือกตั้งครั้งที่ 25 จะเกิดขึ้นวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ตลอดเวลา 76 ปีทีผ่านมา ประวัติศาสตร์จารึกว่าเส้นทางประชาธิปไตยฉบับ
-
“เมืองสยาม” ผ่านอุปสรรคหลายรูปแบบ การเลือกตั้งบางครั้งผู้คนตื่นตัว “เข้าคูหา- กาเบอร์” ชนิดถล่มทลาย บางจังหวะผู้คนนอนหลับทับสิทธิ์ชนิดไม่อายฟ้าดิน ขณะที่บางอารมณ์ต้องจารึกว่าเป็นการเลือกตั้งที่ “โคตรโกง”!!! กล่าวถึงปฐมบทแห่งการ “ทุ่มแหลกแจกไม่อั้น”
-
กรณีศึกษาที่ “คลาสสิค” ที่สุดเกิดขึ้น ณ ดินแดนที่ราบสูงในจังหวัดเกินร้อยนาม “ร้อยเอ็ด” ในราวปี 2500 มี ส.ส. คนหนึ่งทุ่มเงินซื้อเสียงชาวบ้านคนละ 1 บาท ท้ายสุด ส.ส. คนนั้นได้รับได้การเลือกตั้งเข้าไปนั่งในสภา ฯ ต่อมาในปี 2524 พบว่าการเลือกตั้งที่จังหวัดเกินร้อยแห่งนี้ มีการทุ่มเงินซื้อเสียงกันมาก...มากจน ผู้คนสมัยนั้นเปรียบเปรยให้เป็นโรคระบาดชนิดร้ายแรงชื่อ “โรคร้อยเอ็ด” สมัยนั้นชาวบ้านมีคำขวัญประจำใจว่า “เงินไม่มีหนีไปนา เงินไม่มาไปนาดีกว่า เงินไม่มากาไม่เป็น”!!! “อาจารย์ประสพ วงศ์หนองหว้า” รองผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิ์ชัยชนูปถัมภ์ อ.โพธิ์ชัย จ. ร้อยเอ็ด ได้ทำข้อศึกษาเกี่ยวกับ “โรคร้อยเอ็ด” บันทึกเป็นประวัติศาสตร์ว่า การเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดร้อยเอ็ดเมื่อราว 30 ปีก่อน ส.ส. จากพรรคการเมืองต่างๆ ระดมทั้ง “กำลังคน” และ “กำลังเงิน”
-
อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน บรรยากาศจังหวัดร้อยเอ็ด เสมือนงานเฉลิมฉลอง อย่างยิ่งใหญ่ เข้าไปในหมู่บ้านไหน ตำบลใด ล้วนพบกับการฉายหนังกลางแปลงไม่เว้นแต่ละวัน ครั้งนั้น “นางสุนีรัตน์ เตลาน” เศรษฐีนีทุ่มเงินหาเสียง จัดงานบุญงานกุศล ขุดน้ำบ่อ ก่อศาลา สร้างสะพาน แจกไม่อั้น ไม่กลัวหมดเปลือง ทุ่มเงินอย่างมหาศาล คาดว่ามีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท ส่วน “นายฉันท์ จันทร์ชุม” ผู้สมัครจาก “พรรคสหประชาไทย” แจกเงิน ให้สามล้อมปั่นติดใบปลิวของตนคันละ 5-10 บาท รถยนต์แจกคันละ 50 บาท แต่การเลือกตั้งครั้งนั้น “ธรรมะย่อมชนะอธรรม” ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งคือ “นายชวินทร์ สระคำ” หรือ “อดีตพระมหาชวินทร์” เล่ากันว่า “นายชีวิน” ไม่สนการแจกเงิน หากแต่แจก “เข็มเย็บผ้าและยาแก้ปวด” แทน!!! การเลือกตั้งครั้งอื้อฉาวที่สุดใน จ.ร้อยเอ็ด
-
เกิดขึ้นในปี 2524 เมื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด “นายสมพร จุรีมาศ” รองหัวหน้าพรรคสยามประชาธิปไตย เสียชีวิตลง ครั้งนั้นมีผู้สมัครชิงชัยตำแหน่ง ส.ส. ที่ว่างลง 14 คน แต่รายที่น่าสนใจคือ “พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์” หัวหน้าพรรคชาติประชาธิปไตย อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย และ “พ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชา” รองหัวหน้าพรรคกิจสังคม อดีต รมช.มหาดไทย ครั้งนั้นทีมงานหาเสียงของ “พล.อ.เกรียงศักดิ์” ประกาศว่า “นายพลแพ้ไม่ได้” มีการระดมเงินจำนวน 30 ล้านบาทใช้หาเสียง แบ่งเป็นค่าโฆษณามากถึง 7 ล้านบาท ค่าที่พัก 4 แสนบาท ค่าเช่ายานพาหนะ 1.65 ล้านบาท ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 4.5 แสนบาท ค่าใช้จ่ายหัวคะแนน 4.75 ล้านบาท ฯลฯ และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตร็ดอีกนับไม่ถ้วน
-
ขณะที่ “พ.ต.ท.บุญเลิศ” มีกองหนุนชั้นเยี่ยมอย่าง “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” หัวหน้าพรรคกิจสังคม เดินทางมาช่วยหาเสียง ใช้นโยบายประชานิยมเป็นจุดขาย เดินสายลุยทุกหมู่บ้าน ใช้เทคนิค “ทัวร์นกขมิ้นค่ำไหนนอนนั่น” ครั้งนั้นคาดว่าพรรคกิจสังคมใช้เงินลุยหาเสียงไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ขณะที่ผู้สมัครเลือกตั้งคนอื่นๆก็ใช้กลยุทธ์ลดแลกแจกแถมตามกำลัง “ทรัพย์”ของแต่ละคน ประมาณว่าการเลือกตั้งครั้งนั้น จ. ร้อยเอ็ดมีเม็ดเงินสะพัดมากถึง... “80 ล้านบาท”!!!
-
อาจารย์ประสพ ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นส่งผลให้เศรษฐกิจของเมืองร้อยเอ็ด ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอาทิ โรงแรมมีคนพักเต็มทุกวันส่งผลให้ราคาห้องพักสูงขึ้นจาก 80 บาท เป็น 240 บาท กองทัพสื่อมวลชนเดินทางมาทำข่าวกันชนิดไม่ขาดสาย รถโดยสารเต็มทุกเที่ยว รถสามล้อต้องคิดค่าบริการเพิ่มจาก 5 บาทเป็น 10 บาท ชาวบ้านมีอาชีพเสริมจากการรับจ้างปิดใบปลิว นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า “พ.ร.บ. เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522” ไม่มีความหมาย แม้มีการกำหนดค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งให้ไม่เกิน 3.5 แสนบาทต่อคน และห้ามใช้วิธี ให้ทรัพย์หรือผลประโยชน์อื่นใดโดยทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม แต่ก็ยังมีการทุ่มเงินซื้อเสียงกันชนิด... “ไม่อายฟ้าดิน”!!!
-
ท้ายสุดเมื่อเปิดหีบนับคะแนน ผลปรากฎว่า “พล.อ.เกรียงศักด์” ชนะเลือกตั้งชนิด “ถล่มทลาย”ไปด้วยคะแนนเสียง 70,812 คะแนน ขณะที่ “พ.ต.ท.บุญเลิศ” ได้ 42,084 คะแนน ครั้งนั้น “พล.อ.เกรียงศักดิ์” ได้ ทิ้งร่องรอยการพัฒนาให้ชาวร้อยเอ็ดไว้ดูต่างหน้าคือ การขุดลอก “บึงพลาญชัย” และ “ขุดลอกคลองคูเมือง” ขณะที่ “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์” ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า... “เราแพ้โรคร้อยเอ็ดจริงๆ”!!! คำเปรียบเปรย “โรคร้อยเอ็ด” นับเป็นความเจ็บปวดของชาวจังหวัดเกินร้อย นับจากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมาเกือบ 30 ปี “การซื้อสิทธิ์ขายเสียง” ยังถ่วงความเจริญและกัดกินฐานราก “ประชาธิปไตย” เมืองไทยอย่างต่อเนื่อง
-
การเลือกตั้งทุกครั้ง ขอให้ลืมคำว่า “โรคร้อยเอ็ด” อย่าให้นักการเมืองตีราคาคนน้อยกว่า น้ำปลา 1 ขวด หรือตีราคาคนน้อยกว่าสุนัข ที่นำไปขายที่บ้านท่าแร่ จ.สกลนคร ศักดิ์ศรีเกียรติยศไม่มีขาย ไม่มีแจก ถึงเวลาที่เราคนไทยต้องออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม!!!
-
ร้อยเอ็ดเมืองแปลกแต่จริงครับ “การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ในเขตเลือกตั้งที่ 2 มีผู้สมัคร 7 คน ในจำนวน 9 เขต ๆละ 1 คน นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้สมัครับเลือกตั้ง ส.ส.พรรคไทยรักไทย ได้รับใบแดง เพราะใหญ่หน้ายาน ดาราตลก ไปแสดงบนแคร่ไม้ไผ่ ก่อนการปราศรัย กรณีเดียวกันที่จังหวัดมหาสารคาม ได้ใบเหลือง ที่ จ.ขอนแก่น ไม่มีผลทางกฎหมายการเลือกตั้ง ประกาศเทคะแนนให้นายบุญเติม จันทระวัฒน์ ผุ้สมัคร ส.ส.เขต 2 ได้คะแนน 240 คะแนน ติดหนี้ 2,000 บาท เมียหนีจาก ผลการเลือกตั้ง นายบุญเติมไม่ต้องหาเสียง รักเศกสิทธิ์ สงสารเศกสิทธิ์ เลือกบุญเติม จันทะวัฒน์ เป็น ส.ส.เขต 2 ผลปรากฏว่า “นายบุญเติม ได้เป็น ส.ส.ด้วยคะแนน 19,712 คะแนน 4 ปีเต็ม สุดท้ายมาอยู่ที่พรรคไทยรักไทย แบบไม่มีการซื้อเสียงครับ
-
เพราะ กกต.มีตำรารณรงค์หาเสียง “บุญเติมไปเลือกตั้ง” เฮ้อ แข่งเรือแข่งแพ แข่งม้าแข่งลา ข่างได้ครับ แข่งบุญวาสนา แข่งมิได้ ส.ส.เศกสิทธิ์ เป็นส.ส. 2 สมัย ไม่ถึง 4 ปี บุญเติมเป็นสมัยเดียว 4 ปี ภรรยาเดิมภรรยาแต่ง ได้ลูกด้วยกัน วาสนาน้อย เพราะบุญเติมติดหนี้ 2,000 บาท ตอนลงสมัครผู้แทน หอบผ้าหนี “ป๋าผัว” วาสนาบักเติม
-
ได้เป็น ส.ส.หม้ายสาวร้านส้มตำไก่ย่าง นามน้อง “เต้อ” ส่งข้าวเหนียวไก่ย่างทุกวัน ณ สำนักงานบุญเติม จันทะวัฒน์ บ้านหนองผักแว่น ส่งอาหารแล้งส่งเลย ไม่ยอมลงมาจากสำนักงาน ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ เขาเรียก “คุณนายเต้อ” ภรรยาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่หลังจากไม่ได้ลง ส.ส.ทั้งคุณนายเต้อ อดีต ส.ส.บุญเติม หายหน้าจากสังคมไปเลย ครับ ฝากบอกด้วยว่า “บุญเติมคือประวัติการเลือกตั้งร้อยเอ็ดที่ต้องจารึกไว้ในความทรงจำ”*********
-
วัชรินทร์ เขจรวงศ์/101









เที่ยวสงกรานต์ให้สนุก และ สบายใจค่ะ
-ขอบคุณคัรบมหากเขียบ/น้อยหน่า