นำประสบการณ์และความสำเร็จมาเล่าสู่การฟัง

สำนักงาน กศน. ตรังได้ตระหนักว่าสิ่งที่จะทำให้องค์กร บรรลุผลเรื่องการจัดการความรู้ คือ ต้องสร้างวัฒนธรรมแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ของคนในองค์กร บุคลากรจะต้องเปิดใจใฝ่เรียนรู้ (learning mind )    โดยภารกิจหลักของครู  กศน. ต้องทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกของกลุ่ม (Group Facilatator )  มีหน้าที่คอยกระตุ้นให้สมาชิกของกลุ่มได้แสดงความคิดเห็น อย่างกว้างขวาง และทั่วถึง  เพราะหลักการสอนผู้ใหญ่ (Andragogy) มีความเชื่อว่าการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ไม่เหมือนกับเด็ก  เพราะผู้ใหญ่มีความแตกต่างกับเด็กหลายประการ เช่น มโนทัศน์ของผู้เรียน  ประสบการณ์ของผู้เรียนความพร้อมของผู้เรียน  ฯลฯ  ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะต้องสอดคล้องกับความพร้อมของผู้เรียนเหมาะสมกับธรรมชาติและวิถีชีวิต  การจัดกิจกรรมต่างจึงต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม เช่นการแบ่งกลุ่มกันอภิปราย  การระดมพลังสมอง  (ในสมัยก่อน 20 ปีที่แล้ว  หลายคนมักแอบเรียกพวกเราว่า   "ครูแบ่งกลุ่ม " เพราะเวลาจัดการเรียนการสอน การอบรม ก็ต้องมีการแบ่งกลุ่ม   มีแผ่นเรียนที่เป็นประเด็นปลายเปิด  ให้ผู้เรียนได้ช่วยกันคิด  เสมอ )ทั้งนี้ด้วยความเชื่อในศักยภาพของคน  เชื่อในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของคนทุกคนว่าเท่าเทียมกัน

                 ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของการจัดการความรู้ (KM ) ที่เชื่อว่า  บุคลากรเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดขององค์กร  ( People are our most important asset )  โดยเชื่อมั่นว่าบุคลากรเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้องค์กรบรรลุ จุดประสงค์และเป้าหมายได้ดังนั้นคุณค่าและประโยชน์ของการนำการจัดการความรู้มาใช้นองค์กรเพื่อให้มีกระบวนการขับเคลื่อน และเติบโต (ไม่เป็น ตอไม้ที่ตายแล้ว )โดยใช้ระบบก่อให้เกิดวงจรของการเรียนรู้ เริ่มจาก ค้นหา สร้าง รวบรวม จัดเก็บเผยแพร่ ถ่ายทอด แบ่งปัน เพื่อนำไปสู่การทำงาน   โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  การฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนการจัดกิจกรรมเหล่านี้จะไม่เป็นไปตามเจตนารมย์ของการปฏิรูปการศึกษาเลยถ้าตราบใดที่คนในองค์กร อันประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา  คนงานภารโรง และเจ้าหน้าที่ทุกคน  ยังคงมองว่า Km เป็นการเพิ่ม ภาระงาน  ไม่สามารถบูณาการให้ Km  เข้าไปอยู่ในวิถีงานปกติได้  .. การปฏิรูปการศึกษาที่เราหวังจะปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ  ก็คงเป็นแค่นามธรรม เป็นคำพูดที่สวยหรูอยู่ใน พรบ. ฉบับใหม่

             ดังนั้น การการนำ KM มาใช้ในการจัดกิจกรรม กศน. นั้น  ศนจ. ตรังได้เริ่มดำเนินการดังนี้

      การแลกเปลี่ยนเรียนรู้  (Knowledge sharing )  ในการประชุมประจำเดือนทุกเดือน มีการค้นหาคนหรือกลุ่มคนที่มีความสำเร็จในการทำกิจกรรม กศน. อาจจะเป็นครู หรือผู้บริหารอำเภอ มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน โดยมีการกำหนดประเด็นที่ชัดเจน เช่น ทำอย่างไร นักศึกษาจึงไม่ขาดสอบ  หรือกรณีการเตรียมการสอนในการฝึกอบรม การจัดกิจกรรมเรียนรู้ด้วยตนเอง โครงการการพัฒนาครู กศน. ปี 2552 .. ต่อมาก็มีการใช้เทคนิคการเล่าเรื่อง  โดยนำ ประสบการณ์และความสำเร็จของบุคคลมาเล่าสู่กันฟัง  และมีการเขียนประสบการณ์ใน weblog  ภายใต้ชื่อ korsornortrang