คลังบี้สรรพากรคืนเงิน อัดสภาพคล่องเข้าระบบ
คลังสั่งสรรพากรเร่งทำการคืนภาษีให้ประชาชนและผู้ประกอบการโดยด่วน เพื่อช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบและกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง กล่าวว่า ได้สั่งการให้ นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร กำชับเจ้าหน้าที่สรรพากรให้ทำการเร่งคืนภาษีให้กับผู้เสียภาษี โดยเฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่มีการยื่นแบบตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงมีนาคม 2552 เพราะในช่วงที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียภาษีจำนวนมากว่ายังไม่ได้รับคืนภาษีทั้งที่ยื่นแบบมาเป็นเวลานานแล้ว
ทั้งนี้ เท่าที่รับรายงานเบื้องต้นพบว่า ที่ผ่านมากรมสรรพากรจะคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ยื่นแบบทางอินเตอร์เน็ตภายใน 7 วัน หลังจากที่ยื่นแบบ โดยจะมาตรวจสอบความถูกต้องทีหลัง แต่ปัจจุบันกรมสรรพากรจะตรวจสอบก่อน และมีการเรียกตรวจสอบหลักฐานทำให้ต้องใช้เวลานานถึงจะคืนภาษีได้ ซึ่งได้กำชับมาโดยตลอดให้ดำเนินการให้รวดเร็วกว่านี้
"คลังคิดว่าคนที่ไม่มีประวัติเสียภาษีไม่ดี ควรจะคืนภาษีให้ผู้เสียภาษีทันที ทำให้ได้รวดเร็วเหมือนที่ผ่านมา ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีทุกคนได้รับความเดือนร้อนต้องการใช้เงินทั้งนั้น จึงไม่ควรทำให้ผู้เสียภาษีได้คืนเงินช้า นอกจากนี้การเร่งคืนภาษีจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น" นายประดิษฐ์ กล่าว
หลังจากนี้จะเป็นการยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลซึ่งได้สั่งการให้กรมสรรพากรเร่งทำการคืนภาษีให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ส่งออก ผู้ประกอบการจะได้มีสภาพคล่องลดต้นทุนทางการเงิน และจะได้ขยายธุรกิจไม่ให้คนตกงานในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ดีมากขึ้น
นายประดิษฐ์ กล่าวว่า การเร่งคืนภาษีไม่ควรกังวลว่าจะทำให้รัฐบาลมีเงินหรือสภาพคล่องน้อยลง แม้ว่าการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลจะต่ำกว่าเป้าจำนวนมากก็ตาม โดยตัวเลขการเก็บรายได้ในรอบ 6 เดือน ของปีงบประมาณ 2552 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 ถึง มีนาคม 2552 การเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า 8.5 หมื่นล้านบาท หรือ 12%
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายประดิษฐ์ และ นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง จะหารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง โยกย้ายอธิบดีกรมจัดเก็บภาษีเพื่อให้การจัดเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าให้น้อยที่สุด
แนวหน้า วันที่ 7/4/2009