ในการประชุม SCBF (มูลนิธิสยามกัมมาจล) เมื่อวันที่ ๒๓ มี.ค. ๕๒ คณะกรรมการถกเถียงกันเรื่องบทบาทของ SCBF โดยกรรมการบางคนเกรงว่า SCBF จะทำงานด้านพัฒนาเยาวชนและการเรียนรู้เปรอะไปหมด ไม่โฟกัส ไม่มีผลงานของตนเองชัดๆ ผมพยายามชี้ว่า SCBF ทำงานน้อยๆ หวังผลมากต่อบ้านเมือง
ท่านนายกฯ อานันท์ จึงชี้ว่า SCBF ทำหน้าที่จุดประกาย ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแนวคิดในสังคม SCBF เป็น catalyst for change ไม่ใช่ change agent คือหวังผลเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ในสังคม โดยตนเองทำงานแบบที่ไม่ลงแรงมาก ทำน้อยๆ แต่หวังให้เกิดผลใหญ่
นี่คือวิธีคิดและวิธีทำงานที่ผมยึดถือมาตลอดชีวิต เป็นชีวิตของ catalyst ที่ไม่หวังมีตัวตน แต่หวังให้สังคมได้รับผลการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
วิจารณ์ พานิช
๔ เม.ย. ๕๒
ขอแสดงความคารวะต่อ
Catalyst ผู้ยิ่งใหญ่แต่ไร้ตัวตน อย่างท่านอาจารย์หมอครับ
จะพยายามสะกดรอยตามนะครับ
แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดบนเส้นทางสายนี้สำหรับตัวเองก็คือ
"อัตตา" ของตัวเองนี่แหละครับ ที่มันจะคอยนึกอยาก "มีตัวมีตน" อยู่ร่ำไป
จะขอเรียนรู้ และลองปฏิบัติตามแนวทางของอาจารย์หมอที่กรุณาบอกกล่าวไว้นะครับ