เมื่อคราวที่เรายังเป็นตัวสเปิร์ม ที่มีคู่แข่งเกือบยี่สิบล้าน

    

จู่ๆคนแปลกหน้าก็โผล่มาเยี่ยม แล้วบอกว่ารู้จักและจำผมได้ดีแม้ว่ากาลเวลาผ่านไปยี่สิบกว่าปีเธอเก็บภาพชีวิตเก่าๆมาเล่าให้ฟังอย่างเป็นเรื่องราวทีนี้เลยจำคนชอบแกล้งผมสมัยเป็นนักเรียนมัธยมปลายได้ เราเรียนคนละโรงเรียน แต่บ้านเธอเป็นทางผ่าน เกือบทุกวันจะต้องเจอหน้าไม่เช้าก็เย็นเป็นประจำ เราไม่สนิทกันหรอก แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอจำผมไม่ลืมเลือน วันนี้เธอมาเที่ยวก็พูดคำเก่าๆไม่ต่างจากสมัยเด็ก ม ปลาย ใช้ฉันพูดเธอแบบเป็นกันเองทั้งที่รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปหมดไม่หลงเหลือเค้าร่างและบุคลิกเดิม  ผมยิ่งงงไปใหญ่ที่ได้ยินเธอบอกว่า ได้ดีเพราะผม ต้องฟังกันยาวๆให้เธอเล่าเรื่องต่างๆนานา ภาพอดีตฉากหนึ่งก็ผลุดลอยขึ้นมา  วันนั้นเธอร้องไห้ที่หน้าบ้าน ไม่อยากเข้าบ้านเพราะรู้ว่าสอบโควต้า มช ไม่ติด  ต้องทนฝืนเรียนให้จบม 6 แล้วก็สมัครสอบเอนทร๊านซ์อย่างไม่เหลือความเชื่อมั่นในตัวเอง ผมให้กำลังใจแก่เธอเป็นถ้อยคำที่ผมมักปลอบตัวเองเสมอว่า  มื่อคราวที่เรายังเป็นตัวสเปิร์ม ที่มีคู่แข่งเกือบยี่สิบล้าน เรายังสามารถเป็นผู้ชนะ สามารถแย่งที่เกิด เกิดมาเป็นคนได้  การสอบเอนทร๊านซ์ซึ่งมีคู่แข่งเพียงไม่กี่คน  ถ้าไม่โชคร้ายเกินไป เราก็มีสิทธิชนะได้ แล้วเธอก็ทำได้สำเร็จ ได้เรียนได้ทำงานในสิ่งที่เธอชอบและใฝ่ฝัน นี่กระมังที่เธอไม่เคยลืม(ข้อคิดของ)ผม