ขี้เกียจพูด

เรื่องที่ดิฉันกำลังจะเล่านั้น  จริงๆแล้วเกิดมาประมาณ 4 เดือน  ในครอบครัวดิฉันมีลูกอยู่ 3 คน คนโตอยู่ม.4 คนกลางอยู่ม.1 คนเล็กอยู่ป.5   คนโตและคนเล็กเป็นผู้ชาย คนกลางเป็นผู้หญิง  ตอนเลี้ยงก็กลัวคนกลางจะมีปัญหาตามที่ได้ยินมา  แต่ก็ยังไม่มีคงเป็นเพราะว่าเป็นผู้หญิง

ส่วนลูกผู้ชาย 2 คนสนิทกันดี แต่วัยค่อนข้างต่างกันไม่เคยทะเลาะกัน  อยู่มาวันหนึ่งดิฉันกลัดกันจากที่ทำงานแล้วคุณยายบอกว่าเด็กสองคนทะเลาะกันถึงขั้นพี่ชายบีบคอน้องชาย  ส่วนน้องร้องให้  จึงถามลูกชายคนโตว่าทำไมทำกับน้องอย่างนั้น ลูกตอบว่าน้องเถียงยายจึงสั่งสอนไปดิฉันก็ไม่อยากจะถามอะไรมาก  ถามลูกชายคนเล็กบอกว่ายายบ่นรำคาญจึงพูดบอกยาย  แต่หาว่าเถียง  ฟังแล้วก็มานั่งคิด  เฝ้าดูพฤติกรรมลูก อยู่ 4 เดือนไม่ยอมพูดกัน  ถามว่าทำไมไม่พูดกัน 2 คนตอบเหมือนกันว่าไม่อยากพูด

ได้เวลาแก้ปัญหาความสัมพันธ์ของลูกๆแล้วจะทำอย่างไรดี  จึงลองจับ 2คนมาพูดกัน  ก็ดูท่าแล้วบังคับก็คงไม่พูดต่างคนต่างไม่สนใจ  ความเป็นแม่จึงต้องทำหน้าที่เจรจาไกล่กลี่ยด้วยการให้พี่จับมือน้องชาย และให้น้องขอโทษพี่  เสร็จกิจกรรมแล้วพบว่าวันที่ 1 วันที่ 2 ก็แล้วยังไม่ยอมพูดกัน  ทำอย่างไรคิดในใจแล้วเกิดปิ้งไอเดีย

เย็นวันนั้นเองขณะที่ดิฉันกำลังกวาดใบไม้อยู่  ก็ตะโกนบอกลูก 2 คนว่าพูดกันหรือยัง  ถ้ายังไม่พูดกันคืนนี้จะให้ผลัดกันเล่านิทานให้ฟังคนละเรื่อง  ปรากฏว่าเจ้าพี่ชายบอกน้องชายว่า "โอ๊ตไปเตะบอลกันเถอะ"  หลังจากนั้นทั้ง 2 คนก็พูดกัน  แต่รู้สึกได้ว่ายังไม่เหมือนเดิม  แต่ก็รู้สึกสบายใจขึ้นที่เห็นลูกๆพูดกัน

ก็เป้นมุมหนึ่งของการเลี้ยงลูกที่ต้องใช้กลยุทธ์อื่นๆมาช่วยเหมือนการทำงานในองค์กรเลย  อย่างนี้ต้องเรียกว่าไม่มีวันหยุดเลย  แต่ก็มีความสุขค่ะ

เรื่องเล่าจาก ครอบครัว โภคศิริ