แค่จะประคับประคองประสิทธิภาพการระลึกรู้ให้คงที่ในระดับเดิมก็แสนจะยากเย็น เพราะต้องต่อสู้กับพัฒนาการของสิ่งเร้าต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา ไหนจะต้องคอยปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม พอดิบ พอดี ต้องคำนึงถึงความรู้สึก ความต้องการ สิทธิของผู้อื่น ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสถานการณ์นู่นนี่่รอบตัว แล้วการที่ต่างคนต่างแยกกันไประมัดระวังของตัวเอง พลาดบ้าง ผิดบ้าง ชุ่ยบ้าง รั้นบ้าง เข้าใจผิดบ้าง ก็อาจเป็นช่องทางให้เราเผอไปละเมิดคนอื่นได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
หลากหลายความรู้สึกปะปนกันอย่างบอกไม่ถูก เมื่อต้องเข้าไปในสถานที่คุมขัง ที่ชัดสุดคือความหดหู่ใจ
ทั้ง ๆ ที่พยายามทำความเข้าใจทั้งเหตุและัความจำเป็นเรื่องกติกาที่สังคมต้องมีไว้กำกับและควบคุมพฤติกรรมของสมาชิกในสังคมแล้วก็ตาม ก็ยังอดไม่ได้ที่จะฟุ้งไปกับความสงสาร ไม่อยากให้มีคนทำสังคมวุ่นวาย จะได้ไม่ต้องมีสถานที่แบบนี้ไว้คุมขังคนด้วยกัน
แค่การถูกริดรอนสิทธิพื้นฐานด้วยการถูกคุมขัง ยังไม่ต้องพูดถึงการถููกทำโทษ เฆี่ยนตี บังคับ ทรมาน ขืนใจใด ๆ ครูปูว่าแค่นี้ก็เจ็บปวดและกระทบกระเทือนความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ได้มากพอแล้วค่ะ

สารภาพว่าทำหน้าไม่ถูกกับสายตาที่ผู้ต้องขังจ้องมองเรา ไม่แน่ใจเรื่องความเหมาะสมหากจะพูดคุยสอบถามหรือแม้กระทั่งยิ้มหัวตอบเหมือนที่ใจอยากทำ
โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนสบาย ๆ ไม่ชอบกฎเกณฑ์มากนัก แม้แต่หมาแมวที่เลี้ยงไว้ก็จะไม่กักขัง ใช้วิธีการฝึกด้วยโหมดเสียงแทนสัญลักษณ์คำสั่งต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการลงโทษเฆี่ยนตีซึ่งตัวเองไม่ชอบ และะคิดว่าคนอื่นคงไม่ชอบเช่นกันจึงไม่คิดจะทำกับใคร
ระหว่างนั่งรอตามขั้นตอน เห็นชาย 3 คน ใส่เสื้อยืดสีขาวคอกลมไม่มีลวดลายใหม่เอี่ยม ที่แน่ใจเพราะเสื้อยังเป็นรอยพับเดิมเหมือนเพิ่งแกะจากห่อแล้วสวมทันที กางเกงขาสามส่วนลายทหารค่อนข้างใหม่ ผมรองทรงที่เพิ่งผ่านการตัดมาสด ๆ ร้อน ๆ เดินออกมาจากประตูหลายชั้น กว่าจะผ่านมาแต่ละชั้นก็ยกมือไหว้ตลอดทาง บ้างก้มลงกราบ บ้างลงนั่งยอง ๆ ยกมือท่วมหัวเหมือนกำลังไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็มานั่งยิ้มอาย ๆ อยู่หน้าร้านอาหารของเรือนจำ
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ชายหญิงคู่หนึ่งที่ประจำอยู่ในสำนักงาน เริ่มพูดคุยกันเรื่องประวัติของนักโทษชาย 1 ใน 3 คนที่ได้รับการปล่อยตัววันนี้ ทำให้ครูปูพลอยได้รู้จัก “บัง” ไปด้วย
ว่าเดิมเป็นช่างตัดผม เมื่อมาถูกคุมขังก็ถูกมอบหมายให้มีหน้าที่ตามอาชีพเดิม เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ อาจเป็นเพราะอาชีพการให้บริการก็เป็นได้ และดูจะเป็นขวัญใจของหลาย ๆ คน เนื่องจากถูกเรียกชื่อ ถูกแซว ถูกหยอกล้อตลอดทาง
ว่าแล้วเจ้าหน้าที่สุุภาพบุรุษท่านนั้นก็ตะโกนเรียก “บัง ๆ”
ครูปูจ้องเขม็งด้วยความสนใจ ไม่กลัวว่าบังจะรู้สึกอับอาย เพราะคิดไว้ในหัวใจที่ตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ว่า ไม่ว่าบังจะไปทำผิดคิดร้ายกับใครมา แต่อยากเหลือเกิน อยากเดินเข้าไปแสดงความยินดีกับอิสรภาพที่บังเพิ่งได้ัรับ บังจะได้มีเรื่องประหลาดใจอีกเรื่องหนึ่งของชีวิต และมีกำลังใจในการเริ่มต้นชีวิตใหม่
บังค่อย ๆ เดินเข้ามา มือซ้ายจับข้อศอกขวา แล้วค่อยก้มตัวลง ๆ จนมือทั้งสองข้างซุกเข้าไปอยู่หว่างขาของตัวเอง เมื่อใกล้จะถึงตัวเจ้าหน้าที่ท่านนั้น บังก็อยู่ในท่านั่งยอง ๆ ค่อย ๆ เขยิบตัวเข้าไปหา มือขวาเอื้อมไปจับเคาเตอร์เพื่อพยุงตัวแล้วชะโงกหน้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ท่านนั้นด้วยความนอบน้อม และจบประโยคด้วย “ครับผม ๆ” ทุกคำ
“จะไปไหนต่อล่ะบัง ไปถูกไม๊ มีสตังค์อยู่เท่าไหร่ กลับบ้านซะนะ ไปหาลูกหาเมีย แล้วอย่ากลับมาอีกล่ะ ก่อนกลับบ้านแวะไหว้พระเป็นศิิริมงคลกับตัวเองก่อนนะ อ้าวลืมไปเว๊ย บังเป็นอิสลามนี่หว่า ฮ่าๆๆ เอ้า เงินนี่ไว้เป็นค่ารถกลับบ้านนะ”
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ผู้นั้น ทำครูปูอ้าปากค้างกับน้ำใจที่เขามีต่อบัง ครูปูว่านี่ล่ะค่ะเรื่องยิ่งใหญ่แห่งปีที่ได้พบ ไม่ทราบใครคิดอย่างไร เชื่อหรือไม่หรือจะไปเพ่งพิศต่อเรื่องปฏิกริยาหรือการรับรู้รับทราบ การจดจำบทเรียนชีวิตครั้งนี้ของบัง
แต่ครูปูเองรู้สึกอิ่มเอิบใจอย่างบอกไม่ถูกเสียแล้วค่ะ
หากเชื่อเรื่องที่ว่าพื้นฐานทุกคนเป็นผ้าขาว คือไม่มีดี ไม่มีเลว มีแต่หิว มีอยาก มีอิ่ม มีดีใจ เสียใจ ถูกใจ ไม่ถูกใจ มีความต้องการปัจจัยสี่ ต้องการความปลอดภัย เอาตัวรอด และต้องการความรัก แค่นี้ก็คงไม่มีใครอยากก่อความวุ่นวายเสียหาย และทำให้ตัวเองไม่เป็นที่ปราำรถนาของใคร ๆ กระมังคะ
นอกจากนี้ก็ไม่แน่ใจในเหตุ ในปัจจัย ในอวิชชาที่แต่ละคนมี ที่ทำให้เลือกตัดสินให้เกิดเหตุนั้นๆ ขึ้น
แอบเปรย ๆ ว่าี “อยากเขียนบันทึกเรื่องนี้ แอบจดชื่่อนามสกุลและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ท่านนั้นไว้แล้ว” เลยถูกทักขึ้นว่า “ระวังนะเขาอาจจะคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวมากกว่าก็ได้”
อืม จริงด้วยเนอะ
ครูปูว่าการที่จะดำเนินชีวิตให้ถูกต้องเหมาะสมในแต่ละวันนี่ยากขึ้นทุกที ๆ นะคะ
แค่จะประคับประคองประสิทธิภาพในการระลึกรู้ ให้คงที่ในระดับเดิมก็แสนจะยากเย็น เพราะต้องต่อสู้กับพัฒนาการของสิ่งเร้าต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา ไหนจะต้องคอยปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม พอดิบ พอดี ต้องคำนึงถึงความรู้สึก ความต้องการ สิทธิของผู้อื่น ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสถานการณ์นู่นนี่่รอบตัว
แล้วการที่ต่างคนต่างแยกกันไประมัดระวังของตัวเอง พลาดบ้าง ผิดบ้าง ชุ่ยบ้าง รั้นบ้าง เข้าใจผิดบ้าง ก็อาจเป็นช่องทางให้เราเผอไปละเมิดคนอื่นได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ไม่อยากพูดว่า แค่คิดจะ่ำทำดียังยากเลยเพราะดูจะสิ้นหวังเกินไป
ได้แต่นั่งสงสัยตัวเอง ไม่รู้ละเมิดใครไปแล้วเท่าไหร่ เพราะมัวแต่ดูตัวเอง ลืมคิดถึงคนอื่น
แล้วจริง ๆ แล้ว เราถูกตัดสิทธิลงไปบ้างแล้วหรือยัง
ถูกใครตัดออกจากบัญชีหัวใจ บัญชีแห่งความนับถือ บัญชีแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจไปบ้างแล้วหรือเปล่า
เมื่อไม่รู้ตัวว่าถูกตัดสิทธิ ก็ไม่รู้จะไปแก้ไข ไปทวงสิทธินั้นคืนได้อย่างไร
มิอาจรู้ได้เลยว่า จริง ๆ แล้ว เราต่างกับผู้ต้องขังหรือไม่
อาจถูกตัดสิทธิไปแล้วเหมือนกัน
แค่ยังเดินเหินได้อย่างอิสระ แต่ไร้ความหมายเท่านั้น
พี่ปูจ๋า
คิดฮอดหลายๆๆๆ แวะมากอดๆๆๆๆๆๆ อิอิ
สบายดีนะค่ะ เสียดายอาทิตย์ก่อนไม่เจอเลย
โอ้ เหมือนฟ้าใหม่
หายไปนาน คิดถึงมาก มาก
ทีไหนได้ ...
อิอิ โทรศัพท์ มันหาย เลยหาเบอร์ไม่เจอ
เออจริงซิมันก็หายไปกับเครื่องอิอิ
มาแล้ว ก็โอเค หายห่วง
มาอิ่มเอม กับเรื่องราวของพี่สาวคนนี้ ที่น้ำใจงามเสมอ
....
ไม่ได้กลับบ้านอาทิตย์เดียว อี๋บอกว่ามีโปสการ์ดจากพี่สาว ดีใจจัง
ตื่นเต้น อาทิตย์หน้ากลับบ้าน จะไปเปิด และเพ่งพินิจ หลายรอบๆ นะคะ..
...
รู้ว่า งานยุ่งๆ หลาย แม้โทรไปเลยไม่อยากกวนจ้า ... แต่แน่นอน ไม่ต้องสงสัยนะคะ พี่ครูปู ยังไม่ถูกตัดสิทธิ์ ตัดบัญชี ออกจากหัวใจดวงน้อยๆ แน่นอน
มาชม
เห็นคมในมุมคิดดีจังนะนี่
แล้วจริง ๆ แล้ว เราถูกตัดสิทธิลงไปบ้างแล้วหรือยัง
ถูกใครตัดออกจากบัญชีหัวใจ บัญชีแห่งความนับถือ บัญชีแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจไปบ้างแล้วหรือเปล่า
ดีจ้าน้องนา
วันนั้นพี่ปูเอารถเข้าอู่จ๊ะ แล้วต้องไปรับเย็นนั้นด้วยที่แคลาย ฝนก็ตกเลยวิ่งกลับไปกลับมาไม่ทันจ๊ะ
ไว้วันหลังเน๊อะ
^_^
อรุณสวัสดิ์ตอนสาย ๆ ค่ะ
.......^___^.......
ตามมาบอกว่า ยินดีต้อนรับ ออกจาก "ที่คุมขังหัวใจ" ค่ะ
อ่านเรื่องของ "บัง" แล้ว มีความสุข ปิติไปด้วยค่ะ
เรื่องของคนดี ๆ ในมุมเล็ก ๆ ยังมีอีกมากมายเลยค่ะ เพียงแต่เราไม่ได้มีโอกาสไปรับรู้ ...
ชอบและขอบคุณเรื่องดี ๆ ของคนในซอกหลืบเล็ก ๆ ที่นำมาให้ได้อ่านค่ะ
......
มาบอกคล้ายคุณศิลาค่ะว่า บัญชีใดก็ตามที่ฝากไว้แล้ว ถ้าไม่มาถอนออกหรือปิดบัญชี....แล้ว...
ดอกผลก็งอกงามขึ้นทุกวันค่ะ
คิดถึงค่ะ ส่งดอกแก้วหอม ๆ ที่ออกดอกเต็มต้นเลยมาให้ค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ครูอิงจันทร์
น้องครูปูจะขับรถกลับบ้านประมาณวันที่ 10 ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะคะ เดี๋ยวจะโทรหาค่ะ พี่
ถ้าอยากได้อะไรจากสุราษฎร์ธานีโทรบอกก่อนนะคะ
ขากลับจะแวะให้ค่ะ
ระลึกถึงเช่นกันค่ะ พี่ต้อยขา ^_^
โห เจ้าน้อง poo จ๋า
พี่ส่งโพสการ์ดนั่นไปตั้งแต่ก่อนปีใหม่แล้วมั๊ง
ใช้เวลาเดินทาง 4 เดือน
โรแมนติกจัง
อิอิ
^_^
ขอบคุณค่ะ อ.umi
ประสบการณ์และเหตุการณ์ที่พานพบมันสอนบทเรียนให้หน่ะค่ะ
ถ้าปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้คิดอะไรก็น่าเสียดาย และขาดทุนเรื่องการเรียนรู้หน่ะค่ะ
ด้วยความระลึกถึงค่ะ
อิอิ คุณ
กลัวค่ะ กลัวเฉย ๆ กลัวว่าจะเผอทำบาปบริสุทธิ์หน่ะค่ะ
แล้วโดยเฉพาะคนที่เรารัก คนที่เราปรารถนาดีอย่างจริงใจ
กลัวว่าความรู้ไม่เท่าทันจะทำให้เราพลาดค่ะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บัญชีที่เปิดไว้แถว ๆ นี้อ่ะค่ะ
อิอิ
^_^
สวัสดีค่ะ เพื่อนรัก
จริงด้วยค่ะ คนที่มีแง่มุมดี ๆ มีอยู่ทั่วไป เพียงแต่เราจะโชคดีหรือไม่ที่ได้พบได้เห็นค่ะ
ครูปูเชื่อว่า เราทุกคนมีกันคนละหลายแง่หลายมุม เราคงคัดกรองคนหนึ่งคนว่า เลว ว่า ดี ไปได้อย่างเด็ดขาด คงจะยากอยู่เหมือนกัน
เอาเป็นว่า เราพยายามสร้างมุมดี ๆ และหันด้านนั้นเข้าหากันก็น่าจะดีนะคะ
ตกลงแล้ว บัญชีหัวใจที่ว่านี่ ของคนไม่มีราก มีครูปูอยู่ด้วยใช่ป่าวคะ
ฮิ๊ว................. :P
คิดถึงจัง
เมื่อไหร่จะได้นั่งจู๋จี๋ ดู๋ดี๊ระหว่างกินเตี๋ยวกันน๊อ
หุ หุ
ขจิตเอ๊ย
มีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย
พรุ่งนี้ถึงจะเดินทาง
รู้สึกมีทีมหนึ่งยกเลิก
เสร็จวันที่ 9
เปลี่ยนใจยังทันเน่อ
ปล่อยพี่เหงาได้ไง
ไม่รู้จะแซวใครอ่ะ
เหอ เหอ
^_^
ก็อยากให้ตามหาคนชื่อไพรัตน์ พุทธเจริญ
บ้านอยู่อ.คีรีรัตน์นิคม ต.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี เมืองคนดีที่สุดสดใส นครศรีธรรมราชจะประกาศพระธรรมเกริกไกร ...อิอิ
หากเจอขอเบอร์เลยค่ะ บอกว่าน้องบ้านตามหาเด้อ คนที่อยากเจอพี่ท่านสุดๆก็คืออดีตสาวน้อยนามว่า ดารณี คนสวยที่สุดในหลืบ 555+
แล้วกรุณาอย่าหารไปเงียบๆอีกนะคะ บอกตรงๆ เป็นห่วงเจ้า
อยากไปมั่งน๊ะ แต่วันที่10 มีนัดซะแล้วต้องไปสระบุรีค่ะ
นามสกุล พุทธเจริญ เหมือนท่านนี้เลยค่ะ พี่ต้อยขา
http://gotoknow.org/profile/apichart_p