GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ปี่พาทย์อยุธยา 14

ปี่พาทย์อยุธยา 14

วิถีวัฒนธรรมปี่พาทย์อยุธยา ๑๔ : ปี่พาทย์ประกอบพิธีบวชนาคปัจจุบัน

……………………………………..

          ชาติต่าง ๆ ย่อมมีประเพณีประจำชาติของตน  และถ่ายทอดกันมาโดยลำดับ หากประเพณีนั้นเป็นของดีอยู่แล้ว ก็รักษาไว้เป็นวัฒนธรรมประจำชาติ หากไม่เหมาะสมก็อาจถูกปรับเปลี่ยน ตัดทอนหรือเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับยุคสมัยโดยเฉพาะสภาพปัจจุบันที่เป็นยุคโลกาภิวัฒน์ การเลื่อนไหลของประเพณีวัฒนธรรม เป็นไปอย่างรวดเร็ว ฉับพลัน อย่างไรก็ตาม ประเพณีย่อมมีส่วนส่อสะท้อนถึงค่านิยม แนวคิด ความเชื่อศรัทธาที่ยังคงหรืออยู่หรือเปลี่ยนแปลงไปของผู้คนในแต่ละยุคสมัยได้เป็นอย่างดี

          ประเพณีอย่างหนึ่งที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาจนเป็นแบบแผนและยังคงกระทำอยู่อย่างต่อเนื่องในปัจจุบันคือ ประเพณีการบวชนาค  การบวชนาคในแต่ละท้องถิ่นนั้นมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป แต่โดยสาระสำคัญยังคงปฏิบัติเป็นแนวเดียวกันทั้งหมด คือ  การติดต่อพระอุปปัชฌาย์ กำหนดนัดหมายวันและพิธีการการฝึกซ้อม ปฏิบัติเกี่ยวกับพิธีบวช การเตรียมของใช้และการลาบวช นอกจากนี้ยังมีประเพณีนิยมที่มักกระทำในการบวชนาคประการหนึ่งคือ  การทำขวัญนาค

          การทำขวัญนาค เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมีมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญหลายประการคือ  นาค หมอทำขวัญนาค บายศรี เครื่องประกอบพิธี และการดำเนินขั้นตอนการทำขวัญนาคเริ่มจากการกล่าวชุมนุมเทวดา  การไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และครูบาอาจารย์ การอธิบายการเกิดและพระคุณของบิดามารดา การบรรยายตำนานนาค การสะท้อนให้ตระหนักในประโยชน์ และแนวประพฤติตนขณะบวช  การชมบายศรี และสอนหลักธรรมการเชิญขวัญและการเวียนเทียน เป่าขวัญ องค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยเพิ่มอรรถรส และความพึงพอใจต่อการทำขวัญนาค ซึ่งปัจจุบันได้ประดิษฐ์ทำนองเพลงให้แปลกใหม่หลากหลายกว่าเดิม ที่ใช้ทำนองแหล่ธรรมวัตรและแหล่ นับว่าพิธีทำขวัญนาค เป็นส่วนหนึ่งของพิธีบวชนาคที่ผสมกลมกลืนกันทั้งในส่วนเนื้อหาสาระและดนตรีในฐานะส่วนประกอบพิธีกรรม

          ในอดีต พิธีกรรมการบวชนาค เป็นพิธีที่วงปี่พาทย์ไทย มีบทบาท มีส่วนร่วม ในการทำหน้าที่บรรเลงประกอบพิธีเป็นขั้นตอน มีรูปลักษณ์ ที่กำหนดเพลงบรรเลง โหมโรงเย็น โหมโรงเช้า เพลงเรื่อง เพลงช้า เพลงเร็ว ถือปฏิบัติกันสืบทอดต่อมาในกลุ่มนักดนตรีให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ปฏิบัติเรียนรู้ กันมาอย่างต่อเนื่อง ความเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ ความเจริญของเทคโนโลยี และการรับวัฒนธรรมตะวันตก ทำให้ปี่พาทย์ดนตรีประกอบพิธีกรรมเดิมค่อย ๆ จางหาย ไป แตรวง เข้ามามีบทบาทบมากขึ้น ด้วยเพิ่มสีสันสอดรับความนิยมของผู้บวชซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ทั้งยังแห่แหนให้ความสนุกสนานเป็นที่ถูกอกถูกใจของคนทุกวัย วัฒนธรรมดนตรีเดิมค่อย ๆ ห่างหายไป

ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เป็นแหล่งดนตรีไทย มีสังคมของคนดนตรีกระจายอยู่ทั่วไป จึงยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ปี่พาทย์ในการแทรกตัวเข้าไปมีบทบาทได้บ้าง แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยจนแทบขาดใจ แต่ต้องยอมรับสภาพ   บางโอกาสทำหน้าที่ได้เต็มที่ แต่บางโอกาสวงปี่พาทย์ทำหน้าที่เพียงบรรเลงประกอบพิธีทำขวัญนาค  โดยมีรูปแบบการบรรเลงที่ปรับเปลี่ยนไปตามกระแส ดังนี้

          วันแรกของการประกอบพิธีบวช ที่เรียกว่า วันสุกดิบวงปี่พาทย์ ที่ทำหน้าที่บรรเลงประกอบพิธี เริ่มบรรเลง เพลงโหมโรงเย็น  เพลงเรื่อง  เพลงช้า เพลงเร็ว (ตามแต่นักดนตรีจะร่ำเรียนมา) ประกอบพิธี จนเมื่อมีพิธีการรับนาคที่มักทำการแห่นาคจากวัดมาบ้านมีขบวนแห่สนุกสนานรื่นเริง  เมื่อนาคถึงบ้าน ปี่พาทย์บรรเลงเพลงกลม รับนาค เมื่อพร้อมทำพิธีอาบน้ำญาติผู้ใหญ่ และสรงน้ำนาค ปี่พาทย์บรรเลงเพลง ลงสรง

          เมื่อเวลาเย็นมีพิธีสวดมนต์เย็น ขณะพระสงฆ์มาถึงบ้าน ปี่พาทย์บรรเลงเพลงรับพระ ครั้นพระสงฆ์สวดมนต์เรียบร้อยแล้ว ปี่พาทย์บรรเลงเพลงส่งพระ โดยบรรเลงเพลงกราวใน เชิด เป็นอันเสร็จพิธีสวดมนต์เย็น  เตรียมกระทำพิธีทำขวัญนาคต่อไป

 

                                                                   พิธีทำขวัญนาค

 

          พิธีทำขวัญนาค จะจัดมณฑลพิธี โดยมีบายศรีและเครื่องอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมกับหมอขวัญ บรรดาญาติมิตรที่เคารพนับถือมาประชุม ณ มณฑลพิธี นาคผู้รับการทำขวัญแต่งตัวสะอาดสวยงาม  มาหมอบอยู่ใกล้บายศรี ผู้ทำขวัญเริ่มพิธี โดยทำนองทำขวัญตามแบบแผน ดังนี้

          บูชาพระรัตนตรัย         เพลงประกอบ    เพลงสาธุการ

          การเชิญเทวดา             เพลงประกอบ    เพลงสาธุการ เพลงร้อง ๒ ชั้น ตามแต่

หมอขวัญจะประดิษฐ์คำร้อง (เช่น เพลงเขมร

ปากท่อ เพลงสละบุหร่ง เพลงเชื้อ เพลงปีน

ตลิ่ง เพลงเวสสุกรรม เพลงครอบจักรวาล (เป็นต้น)

          ปฏิสนธิ,แพ้ท้อง, คลอด  เพลงประกอบ   หมอขวัญจะประดิษฐ์คำร้องเป็นแหล่ทำนอง

ธรรมวัตร หรือขับร้องเพลงทำนอง ๒ ชั้นตามความถนัด )

          กล่อมนาค                  เพลงประกอบ   หมอขวัญประดิษฐ์คำร้องเพลงตามความถนัด

          นามนาค, เห่สำเภา       เพลงประกอบ   หมอขวัญร้องเพลงแหล่  โล้สำเภา นิยมใช้

เพลงกราวนอก

          เปิดบายศรี, เวียนเทียน เพลงประกอบ   ปี่พาทย์บรรเลงเพลงนางนาค  เรื่องทำขวัญ

หรือ เรื่องเวียนเทียน

          ดับเทียน                   เพลงประกอบ    เพลงรัวสามลา

                                                          เพลงกราวใน เชิด (เวลาป้อนอาหาร เช่น

มะพร้าวอ่อน ไข่  เป็นต้น )                 

เสร็จพิธีทำขวัญนาค

 

วันรุ่งขึ้นเป็นวันอุปสมบท ปี่พาทย์บรรเลงเพลงโหมโรงเช้า ตามแบบแผนการบรรเลงปี่พาทย์ไทย  จนถึงพิธีการแห่นาคไปอุปสมบท  จะมีผู้ถือเครื่องอัฐบริขาร  พร้อมบาตร ไตร ขณะที่แห่นาคไปวัดนี้  ปี่พาทย์บรรเลงเพลงกลมไปจนถึงวัด ซึ่งสมมุติว่า มีเทพยดาผู้สูงศักดิ์ร่วมไปในขบวนด้วย 

          ขณะปทักษิณรอบอุโบสถ ปี่พาทย์บรรเลงเพลงกลมไปจนกระทั่งนำนาคเข้าโบสถ์ เมื่อพระอุปัชฌาย์ได้ประกอบกิจกรรมเรื่องอุปสมบทแก่นาค จนถึงได้ครองผ้า ตอนครองผ้านี้ปี่พาทย์บรรเลงเพลง สาธุการ  แล้วพระอุปฌาย์และคู่สวดจะดำเนินพิธีกรรมในเรื่องอุปสมบทต่อไปจนจบสิ้น  เมื่อถวายสิ่งของแก่พระภิกษุเสร็จแล้ว พระภิกษุบวชใหม่ออกจากโบสถ์ ปี่พาทย์บรรเลงเพลงกราวรำ เป็นเสร็จพิธี

          บทบาทของวงปี่พาทย์ ทำหน้าที่ในพิธีกรรมบวชนาค ตามขั้นตอนต่าง ๆ อย่างผสานเหมาะสมกลมกลืน มีความหมายแฝงไว้ ตั้งแต่แรกเริ่มจนจบ ไม่ว่า จะเป็นเพลงโหมโรง ที่แสดงพลังของงานบุญ เพลงเรื่อง  เพลงช้าเพลงเร็ว ที่กรอดบรรยากาศให้กรุ่นด้วยความสง่างาม ด้วยเอกลักษณ์ที่วงดนตรีประเภทอื่นไม่สามารถทำได้นิ่มนวลสวยงามเท่า  โดยเฉพาะการบรรเลง ประกอบพิธีทำขวัญนาค  แม้ว่าการทำพิธีบวชนาค จะมีประโยชน์อย่างไรก็ตาม ในสภาพเศรษฐกิจ สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป พิธีกรรมถูกรวบรัด ตัดตอน ให้สั้นลงกระทำให้แล้วเสร็จภายในวันเดียว ขั้นตอนต่าง ๆ ของพิธีกรรมจึงถูกตัดทอนลง  เช่น การอาบน้ำผู้ใหญ่ การอาบน้ำนาค (เพื่อประโยชน์ในการรวบรัดเวลา) การทำขวัญนาค (ลดความฟุ่มเฟือย)  ส่งผลให้วงดนตรีปี่พาทย์ที่เคยทำหน้าที่ควบคู่อย่างเหมาะสมที่สุด ต้องพลันได้รับผลกระทบอย่างช่วยไม่ได้  เพลงพิธีกรรมทั้งหลายที่เคยใช้ห่างหายไปจนหาฟังได้ยาก ทั้งเพลงเรื่อง เพลงพิธีกรรมอื่น ๆ

          ปัจจัยดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อชาวดนตรีปี่พาทย์ในหลายมิติ ทั้งมิติของผู้รับจ้าง รายได้จากส่วนนี้หมดไป มิติของการเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในสังคม ยามใดมีผู้ติดต่อไปบรรเลงในพิธีบวชนาค กลับดูเหมือนเป็นสิ่งแปลก ครางแครงใจ ที่นักดนตรีรุ่นใหม่ได้รับ  มิติของผู้สืบทอดดนตรี ไม่ถนัดกับเพลงโหมโรง เพลงเรื่องไม่เคยบรรเลง กริ่งเกรงกับการทำหน้าที่รับร้องหมอทำขวัญ  สิ่งที่ไม่ได้ใช้ เหล่านี้ นับวันจะเล็ก ลีบ ใช้การไม่ได้   และหายไปในที่สุด

 

         

 

         

         

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ปี่พาทย์อยุธยา 14
หมายเลขบันทึก: 252511
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

ความเห็น (3)

ขอบคุณมากสำหรับสิ่งดีดีที่นำมาฝาก

เข้ามาเยี่ยมชม blog ของนายกนก ต้องชื่นชมว่ามีความมานะพยายามมากค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้ดีดีค่ะ

ของดี ๆ อย่างมีสาระแบบนี้ ควรที่จะได้มีการ ตีฆ้อง ร้องเป่า ให้ดัง ๆ ชาวประชาในราชอาณาจักร จะได้สดับรับรู้อย่างทั่วหน้า เราขอสนับสนุน และขอบใจท่านที่ได้ให้วิทยาทาน ในครั้งนี้ด้วย