พระอาจารย์จึงเอ่ยเสียงหนักแน่นว่า “วัดเส้าหลินไม่เคยรับเด็กที่ไม่ใช่ชาวจีนแท้ๆ” เคนได้แต่ก้มหน้านิ่ง

เวลาคุยกันเรื่องหนังเก่าที่เคยดูสมัยผมเด็กๆ  ถ้าเป็นซีรีส์ญี่ปุ่นก็จะมีเรื่อง อุลตราแมน ไอ้มดแดง หน้ากากเสือ เคนโด ยูโดสายดำ ฯลฯ  ส่วนซีรีส์ฝรั่งก็มี โคลอมโบ นางฟ้าชาลี  Starky&Hutch ฯลฯ  และโดยเฉพาะเรื่อง กังฟู ที่ผมตั้งใจนำมาบันทึกไว้นี้ ถือเป็นซีรีส์ในดวงใจของผมเลยทีเดียว  

ถ้าใครเคยดูเรื่องนี้ คิดว่าทุกคนจะจำฉากภายในวัดอันมืดมิดมีเพียงแสงเทียนจุดเป็นแถวๆ  และบทสนทนาโต้ตอบของ “เคน” ขณะเป็นเณรเด็กกับพระอาจารย์ ซึ่งเป็นบทสนทนาที่จุดประกายความคิดให้กับเคนในตอนโตเมื่อต้องเผชิญกับปัญหา โดยเคนมักเอ่ยถามขึ้นว่า “อาจารย์ครับ...” 

เมื่อมีโอกาสได้ซีรีส์นี้มาดูอีกครั้งเมื่อไม่นานนี้ เลยคิดว่าอยากจะถอดบทสนทนาของเคนกับพระอาจารย์มาให้ได้อ่านกัน เพราะพอดูใหม่ตอนโตแล้ว ก็พบว่าบทสนทนานั้นมีความหมายลึกซึ้งมาก  ส่วนตอนเด็กๆ เข้าใจว่าติดใจกระบวนท่ากังฟูของเคนที่ถ่ายแบบสโลว์โมชั่น  

สำหรับผู้ไม่เคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้มาก่อนแล้วผลัดหลงมาอ่านบล็อกนี้เข้า หรือใครที่อาจเคยดูแต่ลืมๆ ไปแล้ว ผมขอสรุปเรื่องย่อๆ  ไว้ตรงนี้หน่อยว่า เรื่องนี้พระเอกคือ ไควเชงเคน เป็นลูกครึ่งอเมริกันจีน ซึ่งพ่อแม่ได้ตายหมดแล้ว จึงเข้าไปเป็นพระในวัดเส้าหลินจนสำเร็จวิชาออกจากวัดมา  แต่เกิดเรื่องร้ายแรงเพื่อช่วยพระอาจารย์ เคนจึงต้องกลายเป็นฆาตกร และหนีจากเมืองจีนไปอเมริกาซึ่งยังเป็นสมัยคาวบอยบุกเบิก มีคนจีนมาสร้างทางรถไฟ เพื่อตามหาปู่และญาติพี่น้อง  ขณะเดียวกันก็มีหมายจับฆาตกร มีค่าหัวให้เหล่านักล่ารางวัลไล่ล่าตามหลังเคนมา

หนังเรื่องนี้ใช้การถ่ายทำแบบแฟลชแบ๊ก ซึ่งสมัยนั้น (40 ปี) ถือว่าเป็นเทคนิกที่ใหม่มาก  เหตุการณ์จะเป็นปัญหาที่เคนพบในอเมริกา แล้วจะแฟลชแบกสลับกลับไปเมื่อเคนอยู่ในวัดที่เมืองจีน เอาปัญญาและธรรมะที่ได้เรียนรู้มาแก้ปัญหาที่พบเป็นระยะๆ  เรื่องนี้พระเอกนำแสดงโดย เดวิด คาราดีน (สำหรับคนรุ่นใหม่จะรู้จักเขาในนามของ บิล จากภาพยนตร์เรื่อง Kill Bill ของเควนติน ตารันตินโน ที่มีนางเอกคืออูมา เทอร์แมน)

                ต่อไปผมจะบันทึกเฉพาะการสนทนา  โดยไม่เกี่ยวกับตอนในหนังเลยนะครับ เนื่องจากภาษาอังกฤษนั้นไพเราะมาก ผมจึงพยายามจะลงภาษาอังกฤษไว้ แล้วแปลในวงเล็บ ซึ่งอาจแปลไม่ได้เรื่องนัก ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า

               

ครั้งแรก

เมื่อเคนเป็นเด็ก เขาไปยืนรออยู่หน้าวัดเพื่อรอพระอาจารย์ที่จะออกมาเรียกเด็กๆที่ต้องการจะเข้ามาเป็นพระในวัด  ครั้งแรกๆ เขาไม่ถูกเรียก พระอาจารย์จะบอกว่าให้รออีกสักหน่อย  เคนทนยืนรอหน้าวัดแม้ฝนจะตกหนัก ขณะที่เด็กหลายคนหนีไปหลบฝน ความมุ่งมั่นของเคนไม่รอดพ้นไปจากสายตาของพระในวัด  ครั้งต่อมา เคนและเด็กอีกจำนวนหนึ่งจึงถูกเรียกให้เข้าไปในวัด

                เด็กๆ ถูกพามานั่งต่อหน้าพระอาจารย์ใหญ่ พระรูปหนึ่งยกถ้วยน้ำชามาให้เด็กทุกคน รวมทั้งพระอาจารย์ แล้วบอกว่า เชิญ  เด็กทุกคนยกเว้นเคน ยกถ้วยชาขึ้นจิบทันที  พระจึงเรียกให้เด็กทุกคนออกจากวัด เคนทำท่าจะลุกออกไปด้วย แต่พระอาจารย์ห้ามไว้และบอกว่า เธออยู่ได้  และถามเคนว่า ทำไมจึงไม่จิบชา  เคนตอบว่า ให้พระอาจารย์จิบก่อน ผมจึงจะจิบชาได้ครับ 

                พระอาจารย์ถามเคนว่า เธอเรียนเรื่องมารยาทมาจากไหน เคนตอบ จากตาครับ... แล้วเธอชื่ออะไร...ไควเชงเคนครับ...ไม่ใช่ชื่อชาวจีนแท้ ๆ นี่นะ...พ่อผมเป็นอเมริกันครับ

พระอาจารย์จึงเอ่ยเสียงหนักแน่นว่า “วัดเส้าหลินไม่เคยรับเด็กที่ไม่ใช่ชาวจีนแท้ๆ”  เคนได้แต่ก้มหน้านิ่ง

พระอาจารย์จึงยิ้มแล้วกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “But, there is a  first  for everything. (แต่ทุกสิ่งมีครั้งแรกเสมอ)