วันนี้เอาอาการของก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ ( Carpal ganglion )คาร์พัล แกงเกลียน จากประสบการณ์ตรงมาเล่าสู่กันฟังครับ
สืบเนื่องมาจากผมได้สังเกตอาการผิดปรติบริเวณข้อมือของตนเอง ว่ามีลักษณะนูนออกมาเป็นก้อน เริ่มแรกก็ไม่โตเท่าไหร่ จับดูจะรู้สึกแข็งๆ และเจ็บนิดๆ ตอนแรกๆก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอกครับ...แบบว่าไม่เจ็บมากก็ปล่อยเลยตามเลย คิดว่าเดี๋ยวก็หายไปเอง พอนานๆ เข้าก้อนชักจะโตจนเห็นได้ชัด และอาการปวด (แบบรำคาญ) จะมีบ่อยขึ้น แต่ไม่ถึงกับทำงานไม่ได้ ชักเอะใจว่าเป็นอะไร เลยตัดสินใจไปปรึกษาหมอ ดูครับ ว่าเป็นอะไรกันแน่
จากการได้พูดคุยกับคุณหมอที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยนเรศวร ก็ได้ข้อสรุปว่าข้อมือของผมมีถุงน้ำเกิดขึ้นครับ ตอนแรกฟังแล้วตกใจเลยว่าเป็นได้ยังไง หมอก็ถามว่าออกกำลังกายหรือให้ข้อมือหนักไปหรือเปล่า ก็มานั่งคิดดูเราก็ใช้มือทำกิจกรรมทุกวันอยู่แล้วนี่ แต่ที่หนักไปคงเป็นการออกกำลังกาย ปรกติจะว่ายน้ำเป็นประจำ และที่หนักสูดๆ คงเพราะผมยกเวท เป็นแน่แท้ คงมาจากสาเหตุนี้ล่ะ (อันนี้คิดเองครับ)
หมอท่านก็ได้บอกว่าคนที่จะเป็นโรคนี้ได้ ต้องใช้ข้อมือทำงานหนัก นอกจากออกกำลังหายแล้ว พวกที่นั่งพิมพ์งานเป็นประจำและนานๆ จนทำให้ข้อมือเกร็งอันนี้ก็มีผลเช่นเดียวกัน
พอรู้ตัวว่าเป็นทีนี้ก็เลยถามวิธีรักษาเลยครับ คิดมากกลัวว่าจะทำให้ต่อไปใช้การมือไม่ได้เหมือนเดิม ก็ได้รับคำแนะนำอีกว่า โรคนี้ไม่อันตรายถึงขนาดจะให้มือไม่ได้ (เฮ้ออ!!! โล่งใจ) แต่...มันจะทำให้เรารู้สึกรำคาญ (มันจะปวดนิดๆ เป็นประจำ) ดังนั้นการรักษา บางคนไม่ต้องทำอะไรมันจะหายไปเอง บางคนถ้าถุงนั้นแตกก็หายได้เช่นกัน หรือถ้าใครจะผ่าตัดออกอันนี้ก็สามารถ ทำได้
หมอก็ถามผมว่าจะทำอย่างไร จะผ่าตัดเลยใหม? ผมก็ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า... ไม่ครับ (555) ฟังดูน่ากลัวมากกับการผ่าตัด...หมอก็บอกนะครับว่าการผ่าตัด มันอาจจะกลับมาเห็นใหม่ได้อีก
จากนั้นก็ไม่ไปหาหมออีกเลย จนอาการกลับมารู้สึกว่าก้อนจะโตมากขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้จึงกลับไปหาหมออีกครั้ง ตัดสินใจผ่าตัดออก ได้ฤกษ์กำจัดออกจะที วันที่ 17 เมษายน นี้ครับ ตอนนี้ก็ทำใจอยู่ (เป็นโรคกลัวหมออีกแล้ว)
สำหรับคนที่มีอาการเหมือนผมวันนี้ได้ค้นหาข้อมูลมาให้อ่านดูครับ
ก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ ( โรคคาร์พัล แกงเกลียน
,Carpal ganglion )
เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง ที่พบได้บ่อยที่สุดของบริเวณมือและข้อมือ
โดยมี
- ผนังของก้อนถุงน้ำเป็นเยื่อบุข้อ หรือ
เยื่อหุ้มเส้นเอ็น
- ภายในก้อนถุงน้ำจะมีน้ำไขข้อบรรจุอยู่
-ก้อนถุงน้ำนี้จะมีช่องติดต่อกับข้อมือ
ตำแหน่งที่พบได้บ่อยคือ
หลังข้อมือ และ ด้านหน้าของข้อมือ บริเวณใกล้ ๆ
กับโคนนิ้วหัวแม่มือ สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด
ในผู้ป่วยบางราย อาจมีประวัติ การบาดเจ็บจากการกระทบกระแทก หรือ อาจจะ
เป็นผลจากการทำงานโดยเฉพาะงานที่ต้องมีการกระดกข้อมือขึ้นลงบ่อย
ๆ
พบบ่อยในผู้หญิง ช่วงอายุ 20 - 40 ปี
อาการ
มีก้อนนูนขึ้นมา ลักษณะค่อนข้างแข็ง ผิวเรียบ และไม่เคลื่อนที่
ส่วนใหญ่กดไม่เจ็บ ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเมื่อย
หรือปวดข้อมือบ้างเล็กน้อย เคลื่อนไหวข้อไม่สะดวก
เนื่องจากก้อนถุงน้ำไปกดเบียด เส้นเอ็นหรือเยื่อบุข้อ
ถ้ากระดกข้อมือขึ้น หรือ งอข้อมือลง
จะทำให้ขนาดของก้อนถุงน้ำเปลี่ยนแปลง เช่น ถ้าก้อนทางด้านหลังข้อมือ
เมื่อกระดกข้อมือขึ้น ขนาดก้อนจะเล็กลงหรือคลำไม่ได้ แต่ถ้างอข้อมือลง
ก็จะโตขึ้น และแข็งมากขึ้น เป็นต้นถ้าปล่อยไว้ก้อนก็มักจะโตขึ้น
แต่จะค่อย ๆ โตอย่างช้า ๆ อาจใช้เวลานานหลายเดือน หรือ เป็นปี
จึงจะผิดสังเกต
แนวทางรักษา
1. วิธีไม่ผ่าตัด
ในรายที่ก้อนใหญ่แต่ผู้ป่วยไม่มีอาการและไม่กังวล
ก็อาจปล่อยไว้โดยไม่ต้องผ่าออก
เพราะก้อนถุงน้ำนี้ไม่ทำให้เกิดอันตรายและไม่กลายเป็นเนื้องอกร้ายแรง(มะเร็ง)
ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่และมีอาการปวด ก็ควรลดการใช้ข้อมือ
ให้ข้อมืออยู่นิ่ง ๆ สักพักอาการปวดมักจะดีขึ้น
ถ้ามีอาการปวดมากอาจจะรับประทานยาแก้ปวดลดการอักเสบ
ใช้ผ้ายืดพันรอบข้อมือ หรือ ใส่เฝือกอ่อนประมาณ 1
สัปดาห์
2. วิธีกดทำให้ก้อนแตก หรือ
วิธีเจาะดูดน้ำในก้อนออก
ถ้าก้อนมีขนาดเล็ก ๆ
ก็อาจกดให้ก้อนแตกออก
แต่ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่ก็ควรใช้วิธีใช้เข็มเจาะก้อนแล้วดูดน้ำที่อยู่ภายในก้อนออก
อาจจะฉีดยาสเตียรอยด์ร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้
เมื่อก้อนแตกหรือเมื่อดูดน้ำในก้อนออก ก้อนก็ยุบหายไป
แต่วิธีนี้มีโอกาสที่จะเกิดก้อนซ้ำขึ้นมาใหม่ ประมาณ 35 - 70
%
3. วิธีผ่าตัด
แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ แล้วก็เลาะเอาก้อนออก
ถ้ามีหลายก้อนก็จะต้องผ่าตัดเอาก้อนออกให้หมด
ในกรณีที่ช่องต่อเข้าไปในข้อมือมีขนาดใหญ่
ก็จะต้องตัดเยื่อหุ้มข้อมือบางส่วนออกไปด้วยแล้วเย็บซ่อมช่องที่เชื่อมต่อเข้าไปในข้อ
มิฉะนั้นจะทำให้มีโอกาสเป็นซ้ำอีกได้ ถ้ารักษาด้วยวิธีผ่าตัดจะมีโอกาสเป็นซ้ำประมาณ
5 - 15 %
การดูแลหลังผ่าตัด
- หลังผ่าตัดพันผ้าและใส่เฝือกชั่วคราวให้ข้อมืออยู่นิ่ง ๆ
ไว้ 10 – 14 วัน
- ยกแขนสูง กำนิ้วมือสลับกับเหยียดนิ้วมือบ่อย ๆ
เพื่อลดอาการบวม
- เริ่มทำแผลในวันที่สองหลังการผ่าตัด
แล้วทำแผลวันละครั้งจนถึงวันตัดไหม ( ประมาณ 7-10
วันหลังผ่าตัด )
ขอบคุณ คุณหมอหมู เจ้าของ Blog นี้นะครับ
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-07-2008&group=5&gblog=31
ความเห็นส่วนตัว คิดว่าเป็นโรคนี้อยู่เหมือนกันค่ะ
เพราะมีอาการเดียวกับข้างต้น
หากงอข้อมือ จะเห็นเป็นก้อนนูนมาอย่างชัดเจน
เป็นมานานแล้ว
แต่ก่อน เป็นบ้าง แล้วยุบไป แต่ตอนนี้เป็นถาวรแล้วค่ะ
สังเกตมาสองปีแล้ว ไม่ยุบลงเลย
แต่มีบ้างนานๆครั้งที่จะรู้สึกปวด หรือเจ็บบริเวณนั้น
เนื่องจากใช้กำลังมือ ข้างนั้นมากค่ะ
เป็นเหมือนกันค่ะ แต่มันแข็งเหมือนกระดูกเวลายกฝ่ามือตั้งขึ้นก้อนจะหายลงไป แต่คว่ำมือลงก้อนจะนูนขึ้นมายังไม่มาก เป็นมานานแล้วค่ะ
ที่หนักเวลานี้เป็นที่ไหล่ขวาตั้งแต่ไหปลาล้าถึงหัวไหลเป็นมากกว่าอาการคือปวดๆเมื่อยๆและรูสึกเส้นคอตึง เวลาขยับจะดังกรุ๊บกรั๊บดังจนคนข้างๆได้ยินเป็นมาประมาณ 2 เดือนแล้วค่ะ
ขอบคุณที่เอาสิ่งดีๆมาสะกิดให้คิด ให้อ่านค่ะ
ถ้าไม่ผ่าจะอันตรายป่าวค่ะ
เคยเป็นแล้วผ่าตัดแล้วเมื่อ ประมาณ ก.ค.2551 อีก 8-9 เดือนก็ขึ้นมาอีกที่เดิมเลย
ตอนนี้ก็กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะไปผ่าตัดอีกดีป่าว
เวลาผ่าตัด วางยาสลบได้มัยคับ กลัว
ติดต่อกลับทางอีเมล์ได้มัยคับ กลัวหาบอร์ดไม่เจอ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรคับ
ถ้าผ่าเสร็จแล้วบอกด้วยนะคะ ว่า ok มั้ยแฟนเป็นอยู่เค้าเป็นแบบปุ๊บปั๊บเลย คือไปตีแบดแล้วพอวันรุ่งขึ้นมันก้อบวมขึ้นมาเลย
เลยไปหาหมอ บอกว่าไม่ต้องผ่า เลยอยากรู้ว่าผ่าแล้วจะอันตรายมั้ย
เค้าก็เปน...
อยากรุ้ค่าผ่าตัดซะเท่าไหร่อ่ะ
จาได้เตรียมเงินถูก
อย่าเพิ่งไปผ่านะครับ
ผมเคยผ่ามาแล้ว ต่อมามันก็เป็นอีก
คราวนี้ผมเปลี่ยนรพ.
หมอเค้ากดที่ข้อมือให้..และมันก็หายไป
ไม่ต้องเจ็บตัว งอข้อมือแล้วก็ค่อยๆนวด กดทุกวัน
เด๋วหายเองแน่นอนครับ
ปลอดภัย100%ครับ
ผมผ่ามาแล้วคับ แล้วก็ขึ้นมาใหม่ (2 ปีหลังจากผ่าตัด จะเริ่มเห็นเป็นก่อนชัดเจนนูนอยู่หลังข้อมือ) เมื่อ 2 วันก่อน ผมเลยไปที่ รพ. ไปเจาะให้หมอดูน้ำออก เสียเงินไม่กี่ร้อยเอง ถ้ามันใหญ่ขึ้นมาใหม่ ก็ไปเจาะอีก
ไปผ่าคงไม่เอาแล้ว เจ็บตัว แพง แล้วก็ขึ้นมาใหม่ด้วย
ตอนแรงหมอจะกดให้แตกคับ แต่ถุงมันหนา หมอโถมมาทั้งตัว ยืนกดยังไม่แตกเลย เจ็บมาก อิอิ สุดท้ายเลยเอาแข็มเจาะดูดออก
หมอบอกว่า ถ้าถุงมันแตก มันจะไม่ค่อยมีโอกาสขึ้นมาใหม่ เพราะถุงมันแตกเละไปแล้ว
เพิ่มเติมนะคับ
- ค่าผ่า : ผมผ่าที่ รพ. เอกชนแห่งหนึ่ง ค่าผ่าราวๆ 10,000 12,000 คับ ผ่าเมื่อ 3 ปีก่อน
- วางยาสลบมั้ย : ไม่วางครับ นอนเตียงผ่าตัด แล้วฉีดยาชา แล้วหมอก็ผ่าครับ มีผ้าบังไว้ ไม่ให้เห็นมือตอนผ่า ผมก็นอนกระดิกเท้าไป คุยกะหมอไป
- เจ็บมั้ย ตอนผ่า : เจ็บคับ เจ็บมากบางจังหวะ เจ็บก็ร้องๆ โอ้ยๆ หมอก็จะเบามือลงนิด หุๆ
- หมอที่ผ่า : เป็นหมดกระดูกครับ บริเวณข้อมือ เป็นบริเวณที่ซับซ้อน มีเส้นเอนของนิ้วอยู่เยอะ กระดูกข้อม์อก็ละเอียด มีหลายชิ้น หมอต้องขุดไปถึงรากมันข้างใน แล้วเอาออกมาทั้งยวง เจ็บๆๆ พลาดพลัง โดนเอ็นโดนไรเข้า นิ้วเดี้ยงขยับไม่ได้น่อ
- ระยะเวลาผ่า : ราวๆ 1 ชั่วโมง หนาวมากๆๆๆ ห้องผ่าตัด ปากสั่น กั่กๆๆๆ เลยแหละ
- พักพื้น : สัก 2-3 เดือน หรืออาจจะครึ่งปีคับ ข้อมือมันจะโหวงๆ ตึงๆ พิกลๆ
ความเห็นส่วนตัวของผู้ที่ผ่าแล้ว มันก็ขึ้นยมาใหม่อีก ฮา : หลังจากนี้ คงเจาะเอาแล้วครับ ถูกและเร็ว ราวๆ ไม่ถึง 500 บาท ต่อ 1 ครั้ง ให้ไปผ่า คงไม่เอาแล้วล่ะ
เป็นซีสที่ข้อมือเหมือนกันค่ะ เคยไปเจาะออก แล้วก็ขึ้นมาใหม่ เลยตัดสินใจผ่าตัด พอผ่าตัดแล้ว ไม่กี่เดือนก็ขึ้นมาใหม่อีกค่ะ แล้วก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ คิดว่าคงจะไม่ไปผ่าตัดแล้ว เพราะหลังผ่า จะใช้ข้อมือไม่ได้ประมาณ 2 อาทิตย์ คิดว่าถ้ามันใหญ่กว่านี้อีกคงจะใช้วิธีเจาะดีกว่าค่ะ
เป็นเหมือนกันค่ะ ทำงานยุ่งๆๆๆ แล้ววันหนึ่งก็ นึกว่ากระดูกข้อมือเคลื่อน แต่มันไม่เจ็บนะ
ไปหาหมอ หมอก็บอกว่าเปนโรคนี้ค่ะ
เศร้าเลย รักษาไม่หายขาด ต้องลดการใช้งานค่ะ
เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ
ในวันที่ พยาบาล ป่วย เฮ้ออออ อิอิ
ถามข้อความที่ 8 ครับหรืใครรู้ว่าหาหมอที่ไหนกดให้แต่ที่ไปหามาเขาไม่ทำอะไรให้เลยครับ
อยากกดเหมือนกันแต่กลัวทำผิดวิธีใครรู้ช่วยบอกหน่อยครับ
เป็นเหมือนกันค่ะตอนแรกมันเป็นข้างเดี๋ยวไปหาหมอแล้ว หมอบอกว่าไม่เป็นอันตรายถ้าจะผ่ามันจะเป็นขึ้นมาอีกก็เลยไม่ผ่าก็ปล่อยมาเรื่อยมันก็ไม่ใหญ่ขึ้น แต่ตอนนี้เป็นกังวนมากเลยมันขึ้นอีกข้างแล้วมีใครเป็นบ้างช่วยบอกวิธีรักษาหน่อยค่ะ
เราก็เป็นเหมือนกันอยากทราบว่าโรงพยาบาลอะไรเหรอที่ไปกันน่ะ
เป็นเหมือนกัน ตอนแรกมันแตกไปแล้วประมาณ2 ปี แล้วมันก็โตมาอีก มีวิธีไหนไหมที่ทำให้มันหายขาดช่วยบอกหน่อย
จะขอบคุณมากๆๆๆๆค่ะ
ถ้าเรากดมันแรงๆเอง แล้วมันแตก มันจะเป็นอันตรายหรือเปล่าครับ
ถ้าไม่เป็นอันตรายจะได้ทำเอง ไม่ต้องไปหาคุณหมอ
เป็นเหมือนกันครับ แต่เป็นที่ข้อเท้าจะเหมือนกันหรือเปล่า อาการ คือ ปวด ๆ ตึงเป็นครั้งคราว เมื่อก่อนไปหาหมอ หมดกดให้ก็หายไปประมาณ 1 สับดาห์ก็ปูดขึ้นมาอีก สังเกตุดูเวลาออกกำลังกายมาก (จ๊อคกิ้ง หรือปั่นจักรยาน) จะปูดขึ้นมาก เมื่อนวดจะลดลงบ้าง แต่ปัจจุบันประมาณ 1 เดือนไม่ลดเลยครับ วิธีการรักษาเหมือนรักษาที่ข้อมือหรือเปล่า
เป็นกันทั้งนั้นแต่ไม่เห็นมีใครบอกชื่อรพ ที่จะไปรักษาเลย ก็เป็นอยู่เหมือนกันมันใหญ่ขึ้นมากด้วยทำยังไงดีไม่มีใครบอกข้อมูลมากกว่านี้เลย จะปรึกษาใครดีน่า
พึ่งจะพาลูกสาวอายุ 7 ขวบ (ป.1)ไปหาหมอที่คลีนิก(ชัยภูมิ)มาเมื่อวันที่ 2 มีนา ค่ะ คุณหมอบอกว่าถุงน้ำแตกค่ะเป็นที่ข้อมือด้านหน้า คุณหมอทายาชาบริเวณที่เป็นประมาณ 20 นาที แต่ตัวยุ่งเข้าห้องน้ำยาโดนกระโปรงหายไปหมด ต้องทายาชาใหม่ รออีก 20 นาที แล้วคุณหมอก็ใช้เข็มฉีดยา เจาะ แล้วดูดออก และคุณหมอให้ดูตัวต้นเหตุด้วยคะ เป็นสีใส ๆ ลักษณะเหมือนเยลลี่ เป็นวุ้น ๆ ค่ะ
ที่สำคัญคุณหมอบอกว่า มาลุ้นกันว่ามันจะขึ้นมาอีกรึเปล่า นัดอีดที 16 มีนา ค่ะ แต่วันนี้(5 มีนา ) เริ่มเห็นเป็นก้อนๆ ขึ้นมาอีก(ที่เดิม)แล้วค่ะ คุณหมอแนะนำให้กดบริเวณที่เป็นเรื่อยๆ บ่อย ๆ ถ้าขึ้นอีกก็เจาะ ดูด อีกค่ะ คุณหมอบอกว่า น้องยังเด็กไม่อยากผ่าตัดให้ค่ะ และที่สำคัญคือผ่าแล้วไม่ใช่ว่าจะหายขาดคะ
ถ้าใครมีประสบการณ์เรื่องนี้ หรือมีความรู้ที่นอกเหนือจากนี้ แล้วมีอันตรายร้ายแรง รบกวนแจ้งให้ทราบทางเมลล์ด้วยนะคะ เพื่อประกอบการรักษาน้องต่อไปค่ะ(สงสารเวลาเข็มจิ้มเนื้ออ่อนๆค่ะ)