ผู้ตั้งมั่นด้วยปัญญาและศีล คงจะเป็นผู้ที่ไม่ควรมีคนนินทาเพื่อติเตียนผู้นั้น

       

        เมื่อเดินชมหลายคำสอนภายในวัดนาขุม หมู่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก  ถูกใจมากเมื่อพบป้ายนี้ ที่ว่า "ผู้ไม่ถูกนินทา ย่อมไม่มีในโลก"  เพราะในแต่ละวันเมื่อพบปะพูดคุยมักจะกล่าวถึงบุคคลที่ 3 ซะมากกว่าที่จะพูดถึงเรื่องของตัวเองกัน   ถ้าเป็นลูกน้องก็คงไม่พ้นพูดถึงเรื่องของเจ้านายแหละครับท่านผู้อ่าน แต่ขอบอกก่อนนะว่าถ้าเป็นในวงสุรามีอยู่ หลายเรื่องที่ห้ามนำมานินทา คือเรื่องของการเมือง  ศาสนา และเรื่องของน้องเมีย(พี่เขยเขาหวง)

        เขียนออกนอกเรื่องไปนานมาพูดถึง พุทธสุทธสุภาษิต "ผู้ไม่ถูกนินทา ย่อมไม่มีในโลก"  สอดคล้องกับคำว่า "อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ  ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน แม้แต่องค์พระปฏิมายังราคิน  คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา"

นินทาโดยส่วนเดียว หรือว่าอันเขาสรรเสริญโดยส่วนเดียวไม่ได้มีแล้ว จักไม่มี และไม่มีอยู่ในโลกนี้แน่นอน  หากว่าผู้ประพฤติธรรมได้ใคร่ครวญแล้วทุกๆ วัน สรรเสริญผู้ใด ซึ่งมีความประพฤติไม่ขาดสาย มีปัญญา ผู้ตั้งมั่นด้วยปัญญาและศีล  คงจะเป็นผู้ที่ไม่ควรมีคนนินทาเพื่อติเตียนผู้นั้น  แต่ถ้าเป็นการกล่าวเพื่อการนำความรู้ของผู้นั้นมากล่าวถึงคงจะไม่เป็นการนินทาหรอกนะ  คงเป็นไปเพื่อการจัดการและการวิเคราะห์ความรู้นั้นๆ ครับ

      เมื่อกล่าวถึงคำนินทา ก็นึกถึงคำว่า "เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป" และโลกธรรม 8  จึงหันไปพบอีกป้ายหนึ่งที่กล่าวว่า "ได้ยศแล้วไม่ควรเมา" คงจะจริง เนื่องจาก ได้ยศแล้วคงจะต้องมีเสื่อมยศ ตรงตามธรรมของ โลกธรรม 8 ที่ทุกท่านบนโลกนี้ต้องพบ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม มาน้อยต่างกัน  จำแนกออกเป็น 2 ฝ่าย ควบคู่กันและมีความหมายตรงข้ามกัน คือ

ฝ่ายที่มนุษย์พอใจ

ฝ่ายที่มนุษย์ไม่พอใจ

ได้ลาภ

เสียลาภ

ได้ยศ

เสื่อมยศ

สรรเสริญ

ถูกนินทา

ได้สุข

ตกทุกข์