หายไปนานโข มัวแต่ไปดูนก ดูดาว ดูผีเสื้อ ดูเมฆ บ้าง งานเข้า.....บ้าง กลับมาเกือบต่อไม่ติด วันนี้มาเล่าเรื่องสอบการสื่อความหมายของแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ เจอข้อสอบก็หน่าย เพราะสอบชิ้นแรกชอบมากกว่า เป็นเรื่องต้นไม้ นก คราวนี้ต้องหาเรื่องประวัติศาสตร์ อาจารย์ก็มีสถานที่ให้เลือกเหมือนกัน แต่ก็เช่นเคย ตามประสาคนไม่มีรถ และแถบนี้ถ้าไม่มีรถก็ลำบากเพราะไม่มีรถประจำทาง ก็เลยต้องหาที่ใกล้ตัวไว้ก่อน เดินไปสำรวจได้บ่อยๆ ก็เลยเลือกเอาเมืองนี้เลย Greymouth กะไว้คร่าวๆ ว่าจะย้อนยุคเล่าสมัยชาวเมารีและเล่าต่อมายังทางเดินที่เขาทำไว้เพื่อกันน้ำท่วมเมือง (Flood Wall) ซึ่งตรงนี้จะสามารถเล่าเรื่องตึกต่างๆ และประวัติของการสร้างเขื่อนกั้นน้ำนี้

ภาพเมือง Greymouth มองจาก Cobden (ภาพจากเว็บ greydistrict) ซึ่งเล็งไว้ว่าจะนำเพื่อนๆ และนักเรียนชาติอื่นที่มาเรียนภาษาอังกฤษที่นี่มาเดินชมในการสอบครั้งนี้

สำหรับเรื่องราวของการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำก็พอหาได้จาก History House และจากหนังสือพิมพ์ ประกอบกับว่าอาจารย์ที่คอยเป็นคนติวภาษาอังกฤษให้ พ่อของเขาเคยตีพิมพ์รูปเก่าสมัยน้ำท่วมเมืองไว้ เลยมีข้อมูลบ้าง

ส่วนข้อมูลของชาวเมารีนั้นหายากหน่อย เนื่องจากชาวเมารีมีวัฒนธรรมแบบเล่าสู่กัน (Oral culture) ไม่ค่อยมีบันทึก เลยต้องปรึกษาอาจารย์ Bunty ผู้สอนวิชาเมารี ปรากฎว่าอาจารย์ก็ต้องไปหาคนที่รู้เรื่องราวของเกาะใต้มาให้ เพราะอาจารย์เองเป็นคนเกาะเหนือไม่สามารถนำเอาประวัติของชาวเกาะใต้มาเล่าให้คนอื่นฟังได้ ต้องให้คนเกาะใต้ที่สืบทอดตระกูลมาเท่านั้น ก็เลยต้องร้องเพลงรอ และพยายามหาข้อมูลให้มากที่สุดจากหนังสือหรือในเว็ปไซด์ แต่อาจารย์ก็ดีใจมากที่มีคนสนใจจะสอบถามเรื่องราวประวัติของชาวเมารีในบริเวณนี้ เราก็พอรู้ว่าตระกูลใหญ่ที่สืบทอดมาจากนักรบชาวเมารีสมัยก่อนนั้นคือตระกูล Mason ซึ่งก็เป็นนามสกุลของสามีของอาจารย์นั่นเอง

ระหว่างเก็บข้อมูล ก็มีโอกาสร่วมการประชุมสัมนาของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของนิวซีแลนด์ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองนี้ที่ Shanty Town ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ที่จำลองเอาบรรยากาศสมัยยุคที่ชาวยุโรปเริ่มมาขุดทอง ทำเหมืองถ่านหินที่นี่ และที่นี่เองก็ได้พบกับบุตรชายของอาจารย์ที่อาจารย์ให้มาช่วยเล่าเรื่องของชาวเมารีสมัยก่อนให้ฟังเพื่อประกอบการสื่อความหมายของเรา

มีรถไฟสมัยยุคทำเหมืองมาให้นั่งกันด้วย

นับว่าเป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมในการสัมนาครั้งนี้ ได้เห็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Pakeha (ภาษาที่ชาวเมารีเรียกคนนิวซีแลนด์) กับชาวเมารี และมีการเน้นย้ำในเรื่องของ Cultural Tourism นอกจากนี้ยังได้รับรู้เรื่องราวที่จะได้นำไปเล่าในการสอบด้วย

ลูกชายอาจารย์เล่าประวัติให้ฟังย้อนไปประมาณ 12 ชั่วคน โดยเล่าชื่อให้ฟังย้อนขึ้นไปเรื่อยๆ และเรื่องที่เขาเล่าก็เป็นเรื่องที่บรรพบุรุษเล่าให้ฟังต่อๆ กันมา ซึ่งมีคนที่เป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญในการที่ดินแดนของชาวเมารีบริเวณเกาะใต้เกือบ 75 ล้านตารางกิโลเมตร นี้ต้องถูกขายไปให้กับชาวผิวขาว แต่ก็ยังคงมีการสงวนพื้นที่บริเวณที่เป็นเมือง Greymouth ซึ่งปัจจุบันตระกูล Mason ก็เป็นเจ้าของพื้นที่ทำให้ผู้ที่จะทำมาค้าขายในบริเวณนี้ยังต้องเช่าพื้นที่อยู่

เราพยายามจะตามหาบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของ Mawhera pa หรือที่ตั้งของสถานที่สำหรับป้องกันศัตรูเข้ามายังแหล่งที่มีของมีค่าของพื้นที่นี้คือแม่น้ำ Arahura ที่มีหยก ที่เคยเล่าไปแล้ว พยายามไปหาถ้ำที่เคยฝังสมบัติของชาวเมารี แต่ในที่สุดก็ทราบว่าถ้ำนั้นโดนระเบิดทำลายไปตอนที่มีการตัดถนน ซึ่งในอดีตถ้ำนี้ในช่วงน้ำลงจะสามารถเดินลอดใต้แม่น้ำไปทะลุอีกฝั่งได้

โปรดติดตามตอนต่อไป ขอไปหาสมุดจดตอนที่ลูกชายอาจารย์เล่าเรื่องก่อนจ้า