
จากคราวที่แล้วได้เล่าถึงเรื่องผลของสมาธิต่อตนเองมาคราวนี้จะมาขอเพิ่มเติมในเรื่องผลของสมาธิต่อครอบครัว ต่อสังคมและประเทสชาติ และต่อศาสนา
เรามาเริ่มกันที่ผลต่อครอบครัวเลยนะค่ะ หากทำการฝึกสมาธิแล้วนั้นจะส่งผลให้ครอบครัวมีความสงบสุข เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวเห็นประโยชน์ของการปฏิบัติธรรม ทุกคนตั้งมั่นอยู่ในศีล ปกครองกันด้วยธรรม เด็กเคารพผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เมตตาเด็ก ทุกคนมีความรักใคร่สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นอกจากนั้นแล้วสมาชิกทุกคนต่างก็ทำหน้าที่ของตนโดยไม่บกพร่อง เป็นผู้ที่มีใจคอหนักแน่น เมื่อครอบครัวเกิดปัญหาหรือมีอุปสรรคอันใด ย่อมสามารถร่วมใจกันแก้ไขปัญหานั้นให้ลุล่วงไปได้
ต่อมาเป็นผลของของสมาธิต่อสังคมและประเทศชาติ หากคนในสังคมทำการฝึกสมาธิจะส่งผลทำให้สังคมสงบสุข ปราศจากปัญหาอาชญากรรม และปัญหาสังคมอื่นๆ เพราะปัญหาทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการฆ่า การข่มขืน โจรผู้ร้าย การทุจริตคอรัปชั่น ล้วนเกิดมาจากคนที่ขาดคุณธรรมเป็นผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอหวั่นไหวต่ออำนาจสิ่งยั่วยวนหรือกิเลสได้ง่าย ผู้ที่ทำการฝึกสมาธิย่อมเป็นผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งมีคุณธรรมในใจสูง ถ้าแต่ละคนในสังคมต่างฝึกฝนอบรมใจของตนให้หนักแน่น มั่นคง ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้สังคมสงบได้ นอกจากทำให้สังคมสงบสุขแล้วยังผลทำให้เกิดความมีระเบียบวินัย และเกิดความประหยัด ผู้ที่ฝึกใจให้ดีงามด้วยการทำสมาธิอยู่เสมอ ย่อมเป็นผู้รักความมีระเบียบวินัย รักความสะอาด มีความเคารพกฏหมายบ้านเมือง ส่งผลให้บ้านเมืองเรามีความสะอาดน่าอยู่ ไม่มีคนมักง่ายทิ้งขยะบนพื้นถนน จะข้ามถนนก็เฉพาะ ก็เฉพาะตรงทางข้าม เป็นต้น ส่งผลให้ประเทศชาติไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ เวลา และกำลังเจ้าหน้าที่ ที่จะไปใช้สำหรับแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากความไม่มีระเบียบวินัยของประชาชน นอกจากนั้นยังส่งผลทำให้สังคมเจริญก้าวหน้า เมื่อสมาชิกในสังคม มีสุขภาพจิตดี รักความเจริญก้าวหน้า มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง ย่อมส่งผลให้สังคมเจริญก้าวหน้าตามไปด้วย และเมื่อมีกิจกรรมส่วนรวม สมาชิกในสังคมก็ย่อมพร้อมที่จะสละความสุขส่วนตน ให้ความร่วมมือกับส่วนรวมอย่างเต็มที่ และถ้ามีผู้ไม่ประสงค์ดีต่อสังคม จะมายุแหย่ให้เกิดความแตกแยกก็จะไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะสมาชิกในสังคมเป็นผู้มีจิตใจหนักแน่น มีเหตุผลและเป็นผู้รักสงบ
และสุดท้ายเป็นผลของการฝึกสมาธิต่อศาสนาทำให้เข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้อง และรู้ซึ้งถึงคุณค่าของพระพุทธศาสนา รวมทั้งรู้เห็นด้วยตัวเองว่ามีการฝึกสมาธิไม่ใช่เรื่องเหลวไหล หากแต่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้พ้นทุกข์เข้าสู่นิพพานได้ และยังทำให้เกิดศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย พร้อมที่จะเป็นทนายแก้ต่างให้กับพระศาสนา อันเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่การปฏิบัติธรรม ที่ถูกต้องให้แพร่หลายไปอย่างกว้างขวาง เป็นการสืบอายุพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไป เพราะตราบใดที่พุทธศาสนิกชนยังสนใจปฏิบัติธรรมเจริญภาวนาอยู่ พระพุทธศาสนาก็จะเจริญรุ่งเรืองอยู่ตราบนั้น และจะเป็นกำลังส่งเสริมทะนุบำรุงศาสนา โดยเมื่อเข้าใจซาบซื้งถึงประโยชน์ของการปฏิบัติธรรมด้วยตนเองแล้ว ย่อมจะชักชวนผู้อื่นให้ทำทานรักษาศีล เจริญภาวนาตามไปด้วย และเมื่อใดที่ทุกคนในสังคมตั้งใจปฏิบัติธรรมทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เมื่อนั้นย่อมเป็นที่หวังได้ว่าเป็นสันติสุขที่แท้จริงก็จะบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ความสงบ คือ ความสุขที่แท้จริง
ดีค่ะ จะนำไปใช้กับครอบครัว นะค่ะ
ครอบครัวจะได้มีความสุข
ขอบคุณมากสำหรับเรื่องดีดีนะ
เรารู้สึกว่าในทุกขณะของคนเราควรจะมีสมาธิอยู่ด้วย
เพราะที่ผ่านมาเราต่างละเลยเรื่องนี้ไป
หากเราทำจิตใจให้สงบ โลกเราและประเทศเราคงไม่เป็นอย่างทุกวันนี้
ขอบคุณนะสำหรับคำแนะนำดีดี
เราจาพยายามฝึกสมาธิตามคำแนะนำน้า
ถ้าเราได้ฝึกสมาธิ
คงจะมีสติในการทำข้อสอบซัมเมอร์แน่เลย
ดีจังจะได้นำไปใช้กับครอบครัว
สติมา ปัญญาเกิด
สติมา ปัญญาเกิด
สมาธิดี ต้องฉลาดแน่ๆ
เราชอบนั่งสมาธิมากเลยค่ะ รู้สึกสบายใจมากๆเลยเวลาทำอ่ะ จิตนิ่งด้วย ขอบคุณความรู้ดีๆนะคะ
เปนเนื้อหาที่ดีมากเลยอ่ะ
สติ สมาธิ สตางค์
อิอิ
*__*
บางครั้งดูเหมือนเรื่องของสมาธิจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ
สำหรับเด้กวัยรุ่นสมัยนี้........
แต่จริงๆแล้วสมาธิก้อยู่รอบๆตัวเรานี่เอง
เมื่อไหร่ที่เราเห็นคุณค่าของสมาธิแล้ว
คุณก็จะทึ่งกับความวิเศษของมัน
ดีมากเลย แล้วจะลองทำดูนะ
ขอบคุณมากสำหรับเรื่องดีดีนะ
แล้วจะพยายามนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ...
โอ้ ดีจังเลย
มีสติ ทำอะไรจะได้ไม่ประมาท
ดีจัง,,การนั่งสมาธิเป็นวิธีที่ทำให้เราสงบ..ถ้าคนไทยหันมาสนใจ
ประเทศไทยคงดีขึ้นน่ะ(เกี่ยวไหมอ่ะ...อิอิ)
มานั่งสมาธิกันเถอะ
http://forums.212cafe.com/samatha/