ด้ายแดงผูกรักและเฒ่าจันทรา "ด้ายแดงล่องหน เชื่อมสองคนไว้ตามพรหมลิขิต ไม่ว่ากาลเวลา สถานที่ หรือเหตุการณ์ใด ๆ ก็ไม่อาจพรากคนทั้งสองได้ ด้ายแดงเส้นนี้อาจจะถูกดึงให้ตึง (หมายถึงได้พบกันช้า) หรือถูกมัดเป็นปม (ได้พบกันเร็ว) แต่มัน ไม่มีวันถูกตัดขาด" เรื่อง 'เฒ่าจันทรา' และอานุภาพของพรหมลิขิตมีอยู่ ในสมัยราชวงศ์ถัง 'เหวยกู้' บัณฑิตหนุ่มรูปงาม ร่ำรวยเงินทอง บังเอิญออกไปเดินเล่นตอนกลางคืน และเขาก็เห็นลุงแก่ ๆ คนหนึ่งนั่งอ่านหนังสือหน้าตาประหลาด เขาจึงเข้าไปถามว่า "ท่านลุงอ่านอะไรอยู่หรือ" เฒ่าคนนั้นก็ตอบว่า "ข้ากำลังดูตำราการแต่งงานของชาวโลก" ตอนแรกเหวยกู้ก็ไม่เชื่อ ชายแก่จึงอธิบายว่าเขาคือ 'เฒ่าจันทรา' มีหน้าที่ผูกด้ายแดงไว้ที่นิ้วมือของชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กัน และเมื่อถึงเวลาที่กำหนดได้ หญิงชายคู่นั้นก็จะต้องได้แต่งงานกันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือมีอุปสรรคขัดขวางมากมายเพียงใดก็ตาม แม้แต่ที่นิ้วของเหว่ยกู้เองก็มีด้ายแดงล่องหนผูกเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เหวยกู้ฟังแล้วก็เกิดสนใจ จึงขอร้องให้เฒ่าจันทราช่วยพาไปดูตัวว่าที่เจ้าสาวของเขา แต่แทนที่เฒ่าจันทราจะพาไปในถิ่นที่คนมีเงินชอบไปปลูกบ้านอยู่ กลับพาเข้าไปในตลาดแล้วชี้ไปที่แม่ค้าขายผักจน ๆ นางหนึ่งซื่งข้างกายนางมีเด็กน้อยหน้าตามอมแมมนั่งเล่นอยู่ แล้วบอกว่า "นั่นล่ะ เนื้อคู่ของเจ้า" เหวยกู้เห็นก็โกรธมาก แต่เฒ่าจันทราหายตัวไปแล้ว บัณฑิตหนุ่มรีบกลับบ้าน ส่งมีดให้คนรับใช้แล้วสั่งให้ไปฆ่าเด็กน้อยคนนั้นเสีย เวลาผ่านไป 10 ปี เหวยกู้สอบได้เป็นจอหงวนและไต่เต้าขึ้นเป็นขุนนางหนุ่มอนาคตไกลได้สำเร็จ ซ้ำยังโชคดีได้แต่งงานกับบุตรสาวคนสวยของเจ้าเมือง ชีวิตของเขามีแต่ความสุขจนเขานึกหยามว่าความเชื่อเกี่ยวกับเฒ่าจันทราคงเป็นแค่นิทานหลอกเด็กเท่านั้นเอง วันหนึ่ง เหวยกู้สังเกตว่าเมียสาวของเขาจะต้องแต้มจุดแดงเป็นรูปดอกไม้ไว้ที่หน้าผากเสมอ เขาจึงทัก เมียสาวจึงเฉลยว่า "ท่านพี่คงยังไม่รู้ว่าข้าไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริงของท่านพ่อ แต่เป็นลูกบุญธรรมที่ท่านรับมาอุปการะ แม่ที่แท้จริงของข้าเป็นเพียงแม่ค้าขายผักจน ๆ คนหนึ่ง ตอนที่ข้าเป็นเด็ก จู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งถือมีดมากรีดหน้าของข้าแล้วหลบหนีไป โชคดีที่ท่านพ่อเห็นเข้าจึงรับอุปการะเราสองคนไว้" เหวยกู้ตกใจมา เขารีบเรียกคนรับใช้มาเค้าถามความจริง คนรับใช้ถึงกับร้องไห้โฮก่อนจะสารภาพว่าเข่าฆ่าเด็กน้อยไม่ลง จึงเพียงแต่กรีดหน้าผากนางเป็นรอยเล็ก ๆ เท่านั้น เหวยกู้รู้ทันทีว่าเมียสาวของเขาก็คือ เด็กหญิงที่เฒ่าจันทราใช้ด้ายแดงผูกนิ้วมือไว้กับเขานั่นเอง นี่ละคือความมหัศจรรย์ของด้ายแดงที่มีอานุภาพเหนือชะตาชีวิตของมนุษย์ แม้ว่าคนเราจะพยายามเท่าไรก็ไม่สามารถฝืนพรหมลิขิตที่เกิดจากด้ายแดงของเฒ่าจันทราไปได้ แต่ก็ใช่ว่าด้ายแดงผูกรักจะไม่มีวันถูกตัดขายเสียเลย ในบางครั้งถ้าเฒ่าจันทราเห็นว่าการผูกด้ายแดงของท่านเป็นการจับคู่ที่ผิดพลาดท่าก็จะใช้ "กรรไกรตัดวาสนา" หรือ "กรรไกรสิ้นรัก" ตัดด้ายนั้นให้ขาด วาสนาของคู่รักคู่นันก็จะขาดสะบั้นหมดวาสนาต่อกันไปด้วย
แฮร์รี่...
" กรรไกรตัดวาสนา " มีด้วยเหรอ
อ่านแล้วให้ข้อคิดดีเหมือนกัน
ที่สุพรรณฯใช้ด้ายขาวผูกข้อมือลูก ป้องกันเหตุร้ายมาแผ้วพาน บางทีก็ให้พระผูก เรียกชวัญ ก็มี
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ
ที่เล่าสู่กันฟังนะ
น้องสาว
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่ค่อยได้คุยกัน ว่าแล้วน้องสาวมีด้ายแดงให้เห็นหรือยังหล่ะ
ก้อม่ายรู้เหมือนกันว่ามีมั๊ย
มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ..พี่วินดี้
ขอบคุณนะคะที่เข้ามาเยี่ยมชม..
เป็นความรู้ใหม่เลยคะ..แล้วตอนนี้ยังผูกกันอยู่หรือปล่าวค่ะ..
ขอบคุณนะคะที่เข้ามาเยี่ยมชม
ตามมาเรียนรู้เรื่องด้ายแดง ค่ะ ได้มุมคิดนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ที่อึดอัดหน่ะเพราะมีหลายเส้นหรือปล่าวคะ
คิดถึงพี่ ๆ เหมือนกันนะ
น้องคงยังไม่มีหรอกด้ายแดงหนะ..ว่าแต่พี่มีเส้น ระวังนะมันจะพันกัน..
ขอบคุณค่ะที่เข้ามาเยี่ยมชม
★.• •★ ทานอาหาร...ตามกรุ๊ปเลือด...เพื่อสุขภาพที่ดี★... •★
ผมว่า..บางทีเฒ่าจันทราก็อาจจะผูกใครเร็วไป หรือไม่ก็..ผูกหลายนิ้วก็ได้นะ อิอิ...