คราวก่อนตอนที่เราเดินทางไปต่างจังหวัด วันนั้นคนขับรถของเราขับซิ่งมาก ในใจเราตอนนั้นก็นึกโกรธว่า ทำไมหนอเขาถึงขับรถประมาทอย่างนี้

แต่ ณ เวลานั้น เราเองพยายาม “สงบปาก สงบคำ” ยิ้มและแผ่เมตตาในใจ พร้อมกับการให้อภัยเขาไปตลอดทาง

นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนั้น เราและเขาเป็น “เพื่อที่ดีต่อกัน” มาโดยตลอด
มีอะไรเราก็พึ่งพาอาศัยกันได้ คุยกันได้ หัวเราะ และสนุกสนานร่วมกันได้

แต่ในทางกลับกัน ณ วันนั้น ถ้าหากเราโกรธเขา และว่าเขาด้วยคำพูดที่รุนแรงออกไป วันนี้ เราและเขาคงจะต้องมองหน้ากันไม่ติด
โดยเฉพาะเวลาที่ต้องอยู่ในสถานที่เดียวกันคงจะทำให้สถานที่แห่งนี้แคบลงไปอีกเยอะ
เพราะถ้าหากเขาอยู่ทางนั้น เราก็จะต้องอยู่ทางนี้

ถนนหนทางคงจะต้องแบ่งออกไปสองสาย “เราใช้สายหนึ่งและเขาใช้สายหนึ่ง...”

แต่ทว่าวันนั้นเราตัดสินใจถูกที่ให้อภัยเขา วันนี้เราจึงสามารถเดินร่วมถนนเส้นเดียวกับเขาได้ นั่งรถคันเดียวกับเขาได้ และทานข้าวด้วยกันได้

ด้วยเหตุนี้เอง...นอกจากสิ่งของต่าง ๆ นานาที่เราสมควรจะแบ่งให้กับผู้อื่น อาทิเช่น อาหาร เครื่องนุ่มห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค อันเป็นปัจจัยสี่ของมนุษย์นั้น “การให้อภัย” ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งที่เราควรจะมีแบ่งปันให้กับบุคคลรอบข้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่เรากำลังโกรธ

ยิ้มให้กันมาก ๆ โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้น
ให้อภัยกันมาก ๆ โลกนี้จะกว้างขึ้น
กว้างและน่าอยู่ขึ้นเพราะใจเรานั้นสบาย ใจเรานั้นบริสุทธิ์ ไม่ขุ่นข้องและหมองมัว

แบ่งปันการให้อภัยซึ่งกันและกันในวันละนิด โลกเล็ก ๆ ใบนี้จะกว้างและน่าอยู่ขึ้นอีกมาก...