ชื่อเรื่อง การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ชุด Having Fun with Reading
รายวิชาภาษาอังกฤษ อ 23101 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้ศึกษาค้นคว้า วิรุณรักษ์ แจ้งโม้
บทคัดย่อ
รายงานการศึกษาค้นคว้าฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพ
ของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ชุด Having Fun with Reading รายวิชาภาษาอังกฤษ อ 23101 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อศึกษาผลการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ชุด Having Fun with Reading รายวิชาภาษาอังกฤษ อ 23101 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการอ่าน ก่อนและหลัง
การเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ชุด Having Fun with Reading รายวิชาภาษาอังกฤษ อ 23101 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนผดุงวิทยา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 3 จำนวน 1 ห้องเรียน รวม 20 คน ที่ได้มา
จากการสุ่มอย่างง่าย
เครื่องมือที่ใช้คือ 1) แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ชุด Having Fun with Reading
รายวิชาภาษาอังกฤษ อ 23101 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 6 เล่ม
2) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ชุด Having Fun with Reading รายวิชาภาษาอังกฤษ อ 23101 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ
3) แบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ชุด Having Fun with Reading
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (), ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D), ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC), และสถิติค่าที (t-test dependent)
ผลการศึกษาพบว่า
1. แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ชุด Having Fun with Reading รายวิชาภาษาอังกฤษ
อ 23101 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพ 85.37/91.11 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์
ที่กำหนดคือ 75/75
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ชุด Having Fun with Reading รายวิชาภาษาอังกฤษ อ 23101 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อแบบฝึกเสริมทักษะในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
(= 4.72) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจด้านผลผลิตมากที่สุด
( = 4.82) รองลงมาคือ ด้านกระบวนการ ( = 4.69) และ ด้านปัจจัยนำเข้า ( = 4.65)ตามลำดับ