...

ท่านอาจารย์รัศมี ซินห์ และคณะ แห่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างอายุ 50-71 ปี จำนวนมากกว่า 500,000 คน

แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 5 กลุ่ม (quintiles = การแบ่งกลุ่มเป็น 5 กลุ่มเท่าๆ กัน; quin- = 5) จากกลุ่มที่กินเนื้อมากที่สุดไปจนถึงกลุ่มที่กินเนื้อน้อยที่สุด ติดตามไป 10 ปี

...

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่กินเนื้อแดง (red meat = เนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น วัว แพะ แกะ หมู ฯลฯ) และเนื้อที่ผ่านกระบวนการผลิต (processed meat เช่น หมูแฮม เบคอน ไส้กรอก ฯลฯ) มากที่สุดมีโอกาสตายจากสาเหตุทุกสาเหตุรวมกัน โอกาสตายจามะเร็ง และโอกาสตายจากโรคหัวใจ-ระบบไหลเวียนเลือดมากขึ้น

อาจารย์ซินห์กล่าวว่า การกินเนื้อให้น้อยลง (เท่ากับกลุ่มที่กินเนื้อน้อยที่สุด) มีส่วนช่วยลดโอกาสตายจากสาเหตุทุกอย่างรวมกัน (overall mortality) ได้ 11% ในผู้ชาย และ 16% ในผู้หญิง

...

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า คนที่กินเนื้อน้อยมีแนวโน้มจะมีสุขภาพเฉลี่ยดีกว่าคนที่กินเนื้อมาก

สาเหตุส่วนหนึ่งอาจะเป็นเพราะได้ไขมันสัตว์ ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวสูงน้อยลง และได้รับสารเคมีอื่นๆ ที่ปนอยู่ในเนื้อสัตว์น้อยลง

...

หน่วยงานสุขภาพรัฐบาลสหรัฐฯ แนะนำให้กินอาหารที่ "หนักไปทางพืชผัก (plant-based diet) นั่นคือ เน้นผลไม้ทั้งผล (ไม่ใช่น้ำผลไม้) ผัก และธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท(เติมรำ) ฯลฯ

ส่วนเนื้อนั้นกินควรกินให้น้อยลง

...

อาจารย์บาร์รี พ็อพคิน ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและเศรษฐศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลนา สหรัฐฯ กล่าวว่า

การกินเนื้อให้น้อยลงมีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อน (จากแก๊สมีเธนที่วัวผายลมออกมา) และลดการใช้น้ำจำนวนมากในการปลูกหญ้าให้วัวกิน

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                       

  • Thank Reuters > Maggie Fox. Mohammad Zargham ed. Red meat raises risk of all kinds of death: study[ Click ] > March 23, 2009. 
  • ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • ข้อมูลในบล็อกมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค > ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงโรคสูง ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์ > ยินดีให้ท่านผู้อ่านนำไปเผยแพร่ได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 24 มีนาคม 2552.