การวางแผนการดูแลรักษาอย่างดีทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ปลอดภัยและข้อสำคัญนั้น คือไม่มีความสูญเสีย สูญเปล่าที่เกิดจากการดมยาสลบเพื่อคอยเครื่องมือหรือคอยทีมแพทย์ผู้ทำหัตถการที่มีโอกาสว่างไม่พร้อมกัน

วันนี้เป็นวันดีอีกวันหนึ่งที่ได้เห็นการทำผ่าตัดที่ดูเหมือนจะเป็นเทคนิคใหม่สำหรับผู้เขียน... (แต่อาจจะเป็นเทคนิคเก่าแล้วสำหรับท่านอื่นๆ) 

ผู้ป่วยอายุ 49 ปี

วินิจฉัยโรคเป็น Hilar CHCA S/P PTBD (Hilar Cholangiocarcinoma  status post-op Percutaneous Transhepatic Biliary Drainage )

วางแผนมาทำผ่าตัด PVE (Portal Vein Embolization : การทำเอ็มโบไลเซชั่นของเส้นเลือดดำพอร์ตัลในมะเร็งของตับและระบบทางเดินน้ำดี) 

 

บอกตรงๆ...ไม่อาย... การทำผ่าตัดในหัตถการนี้ผู้เขียนไม่เคยเห็น  จึงเป็นที่มาของคำถามว่า 

“เขาทำอะไร? ทำยังไง?  ทำแบบไหน? ทำท่าไหน? ทำนานไหม?  ยากมั้ย?  bleed มั้ย?.....” และอีกมากมาย  จนชัดเจน

 

ยิ่งกว่านั้น รศ.วราภรณ์ เชื้ออินทร์ ผู้เป็นวิสัญญีแพทย์นำทีมวิสัญญีที่รับผิดชอบในวันนั้นได้ประสานกับทีมงานในทุกเรื่อง  แม้กระทั่งการเบิกยาเสพติด(ซึ่งถูกควบคุมเข้มงวดและกำลังขาดแคลน) ที่หอผู้ป่วยเบิกติดมาและซ้ำซ้อนกับวิสัญญี   

  

“เนี่ย...ถ้าคนไข้ต้องจ่ายเงินเองละก้อ  มันเกินจำเป็น  เขาต้องเสียเงินไปเปล่าๆ  มันไม่ยุติธรรมกับคนไข้” 

อาจารย์ปฏิบัติเป็นรูปธรรม เป็นแบบอย่างให้แพทย์ลูกศิษย์ทั้งหลายได้เห็น  และอาจารย์ก็ให้ความสำคัญของการสื่อสาร

การสื่อสารประสานกันด้านเทคนิคการทำต่างๆทำให้การวางแผนทางวิสัญญีและการทำผ่าตัดเป็นไปได้อย่างราบรื่น

 

ผู้ป่วยมีก้อนที่คอซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการทำผ่าตัดที่บริเวณหน้าท้อง  แต่เกี่ยวข้องกับวิสัญญีโดยตรงเพราะต้องใส่ท่อช่วยหายใจ  ก้อนที่ค่อนข้างแข็งและโตทำให้เบียดหลอดลมไปทางขวาเล็กน้อย  เราซักถามเรื่องการตรวจรักษาที่คนไข้ควรได้รับ และเตรียมพร้อมในการใส่ท่อช่วยหายใจที่อาจจะยาก...

สุดท้ายสามารถใส่ท่อช่วยหายใจได้ภายในครั้งแรกโดยไม่ยากอย่างที่คาด

การสื่อสารเพื่อประสานงานในทีมมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับการผ่าตัดรายนี้  เนื่องจากเป็นการทำงานร่วมกันของสามทีมงาน ได้แก่ทีมวิสัญญีที่มีหน้าที่ให้การระงับความรู้สึก  ทีมแพทย์ผ่าตัดผู้เปิดช่องท้อง  และทีมรังสีแพทย์ผู้เปิดใส่สายและฉีดยา

 

การวางแผนการดูแลรักษาอย่างดีทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ปลอดภัยและข้อสำคัญนั้น  คือไม่มีความสูญเสีย  สูญเปล่าที่เกิดจากการดมยาสลบเพื่อคอยเครื่องมือหรือคอยทีมแพทย์ผู้ทำหัตถการที่มีโอกาสว่างไม่พร้อมกัน

...จึงลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงไปได้

 

 

 

เป็นการใช้เทคนิค balanced anesthesia

การทำหัตถการเป็นไปได้ด้วยดี  และผู้ป่วยปลอดภัย

 

ผู้เขียนได้เรียนรู้มากมายจากผู้ป่วยรายนี้

อาทิเช่น

      ผู้เขียนขอขอบพระคุณทุกท่านที่กล่าวถึงค่ะ