เราตื่นขึ้นมาในยามเช้า ผิวหนังสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น "โอ๊ย ไม่อยากตื่นเลย" แต่ด้วยภาระที่ต้องกระทำของชาวค่ายอย่างเราๆที่ต้องตื่นแต่เช้ากันทุกวัน เราสะลัดผ้าห่มอันแสนอบอุ่นออกจากร่างกายแล้วสปริงตัวลุกจากที่นอนอย่างรวดเร็ว เดินโซซัดโซเซออกมาจากบ้านพัก เจ้าของบ้านคงตื่นนานแล้ว(พักแบบโฮมสเต)เขายิ้มให้เรา มันเป็นรอยยิ้มที่เป็นมิตรและดูอบอุ่นระคน เราออกมาจากบ้านอากาศเย็นชื้น สดใส และปลอดโปร่ง เราสูดเอาอากาศที่บริสุทธิ์เข้าปอดหลายครั้ง มองไปข้างหน้ามีทั้งภูเขา ป่าไม้ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกจางๆ หมู่นกเริ่มส่งเสียงร้องเรียกหากันและโบยบินไปอย่างอิสระบนท้องฟ้ากว้าง ห่างออกไปไม่ไกลเราได้ยินเสียงน้ำตกดังมาเป็นระยะๆ มันยิ่งทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมากทีเดียว นี่แหละธรรมชาติที่สมบูรณ์ หมอกเริ่มจางลงมากแล้ว ดวงอาทิตย์ดวงโตเริ่มที่จะโผล่ขึ้นเหนือทิวเขาที่ทอดยาว เรายืนมองภาพเหล่านั้นแล้วหลับตาเพื่อที่จะเก็บภาพที่ได้เห็นไว้ในกล่องความทรงจำของเรา พรรคพวกที่อยู่บ้านข้างๆก็ทยอยตื่นขึ้นมา และเดินออกมาชมความงามของธรรมชาติที่ซึ่งอยู่ในเมืองกรุงไม่เคยพบเห็น ดวงอาทิตย์เริ่มทะยานสูงขึ้นทุกขณะ เสียงชาวค่ายร้องเรียกกันเพื่อรวมตัวทำภาระกิจแรกของวัน เราเดินกลับเข้าบ้านพักเพื่อเตรียมตัวไปทำภาระกิจอันเป็นประโยชน์

    เราหลีกหนีความเบื่อหน่าย ความรับผิดชอบและความวุ่นวายของสังคมเมืองหลวงมาพักผ่อนและสร้างสรรสิ่งดีๆให้กับสังคมอีกสังคมนึง ท่ามกลางขุนเขาและป่าไม้ ห่างไกลผู้คนที่ซึ่งไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก มีแต่ความสวยงามของธรรมชาติและความมีน้ำใสใจจริงของคนพื้นบ้าน ที่นี่ และวันนี้เป็นวันพักผ่อนของเรา เราบอกตัวเองว่ามีความสุข เพราะในป่าเขาเช่นนี้เราไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากาก ให้กับตัวเองอีกเลย