กิจกรรมนอกชั้นเรียนครั้งที่ ๑ ตามแผนบริหารการจัดการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนไปพูดคุย (ไม่พูดคำว่า "สัมภาษณ์" เพราะจะดูกระด้างกว่าคำว่า "พูดคุย") ถามไถ่ เพื่อให้คู่ครองที่ประทับใจเล่าเรื่องที่เล่าได้ ผมวางเป้าหมายกิจกรรมนี้ลึกๆ ในใจว่า ๑) หากคู่รักกำลังขัดแย้งซึ่งผู้ถามไม่รู้ เขาน่าจะนึกถึงความหลังหวานๆ ของคู่รักของตนเองได้ ๒) เมื่อผู้ถามไปมีครอบครัวหรือกำลังคิดจะมีครอบครัว เขาน่าจะได้อะไรบางอย่างจากผู้ "ผ่านร้อนผ่านหนาว" มาก่อน และเมื่อผมมาอ่านงานที่นักศึกษาได้ทำตาม "ความสามารถ" ของเขา ทำให้ผมคลายความตึงเครียดบางอย่างลงได้ กลายเป็น "อารมณ์ที่ยิ้มได้" จึงพบคำตอบว่า "ใช่" เรามาอยู่กับงานแบบนี้ดีกว่า "สบายใจกว่าวุ่นวายกับการเรียกร้องสิทธิ์ หน้าที่ แก้ตัวคำกล่าวหา" ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางสำหรับผู้จะมีครอบครัว และผู้มีครอบครัวแล้วต้องการประคับประคองครอบครัวให้เดินไปได้

  อักษรทางภาษาสื่อความหมายต่อไปนี้โดยไม่ปรุงแปรใดๆ เป็นเนื้อหาต้นฉบับของ ทศพร....นักศึกษา อิเล็กทรอนิกส์ หมายเลขระหัสตัวท้ายคือ ๑๑

  บทความสัมภาษณ์/พูดคุย/สอบถาม/ทบทวน

*การดำเนินชีวิตของพ่อแม่/คนที่เคารพ/ครอบครัวที่ฉันประทับใจ

   - คนที่ผมเคารพและรักเขามากก็คือปู่กับย่าของผม ที่เลี้ยงผมมาจนโตทุกวันนี้ เนื่องจากพ่อแม่ของผมนั้นเขาแยกทางกันตั้งแต่ผมเกิดอายุได้ ๒ เดือนกว่าๆ ปู่กับย่าผู้ที่ผมเรียกเขามาตั้งแต่เด็กๆ เขานำผมมาเลี้ยง และส่งเสียจนเรียนจบและได้มีงานทำจนวันนี้ การดำเนินชีวิตของท่านทั้งสองนั้น ท่านทั้งคู่ขยันมาก ตั้งแต่เล็ก ผมก็ต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาเก็บดอกมะลิไปขาย และพวกมะเขือต่างๆที่บ้านโดยปู่กับย่าปลูกไว้ บางวันก็ต้องสอยมะรุมและปั่นจักรยานไปขายที่ตลาด ต้องทำอย่างนี้ก่อนไปเรียน โดยปู่กับย่าของผมรับราชการทหารทั้งคู่ ก็จะแวะไปส่งผมที่โรงเรียนทุกวัน ช่วงวันหยุดปู่กับย่าจะมีงานที่ต้องทำหลายอย่าง โดยที่ผมจะต้องช่วยเขาทำกัน ปู่ตื่นแต่เช้ามืด ก็จะกวาดใบไม้หน้าบ้าน ย่าก็หุงหาอาหารปัดกวาดบ้าน โดยที่ปู่ผมนั้นเป็นคนขยันมาก แกจะนำหินนำปูนที่บ้านคนอื่นเขาทิ้งมาทุบที่บ้าน และนำหินหรือปูนที่แตกไปโรยพื้นและอัดให้แน่น บางทีผมก็ช่วยท่านตักน้ำรดต้นไม้บ้าง เผาถ่านบ้าง ท่านทั้งสองดำเนินชีวิตอย่างนี้จนทุกวันนี้ ท่านทั้งสองอายุก็ร่วงโรยลงมาก ท่านก็ยังดำเนินชีวิตอย่างนี้ทุกๆวัน ส่วนตัวผมเองก็ตั้งใจมาทำงานและเรียนให้จบเพื่อกลับไปอยู่กับท่านเพื่อดูแลท่านทั้งสองให้ดีที่สุด....เพราะทุกวันนี้ท่านก็ตั้งตารอผมกลับไป หลังชีวิตเกษียณอายุราชการของท่านทั้งสอง ท่านทั้งสองก็ยังดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายแบบนี้ จนทุกวันนี้ท่านก็ยังเป็นคนที่ผมรักและเคารพตลอดมา

* แรกพบแต่ละคนแสดงพฤติกรรมต่อกันอย่างไร

 - แรกพบของปู่และย่าของผมนั้น สมัยก่อนเมื่อ ๕๐ กว่าปีมาแล้ว ปู่ได้เล่าให้ฟัง ตอนนั้นเป็นทหารหนุ่มๆ แรกๆ มาประจำการอยู่ที่นี่ ก็ทำงานตามปกติ พอวันนึง นายทหารได้ให้ปู่ไปช่วยงานที่บ้าน จนไปเจอสาวบ้านนี้ นั่นก็คือย่าของผมเองในตอนนี้ ณ ตอนนั้นปู่ก็เทียวไปหาย่าอยู่บ่อยๆ วันหยุดก็พากันไปเที่ยวกัน คบกันไปจนรู้จักนิสัยใจคอกันอย่างดี ทั้งคู่ก็เลยตัดสินใจแต่งงานกัน และมีพยานรักด้วยกันอยู่ ๓ คน ทุกวันนี้ลูกคนนึงได้ตายไปแล้ว นั่นก็คือป้าของผม ปุ่และย่าทั้งคู่ต่างเสียใจกันอย่างมาก แต่ก็ต้องทำใจ เพราะโลกนี้ ทุกคนล้วนมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย กันทั้งนั้น ปู่และย่าของผมต่างคนต่างคอยดูแลกันและกันเป็นอย่างดี

* การได้นึกถึงอดีตที่ดี แต่ละคนรู้สึกอย่างไร ผู้สอบถาม/พูดคุย/สัมภาษณ์รู้สึกอย่างไรที่ได้ฟัง

- ผมได้สอบถามปู่และย่าแล้ว ท่านทั้งสองมีเรื่องราวดีๆของทั้งคู่ที่จดจำไว้เป็นอย่างดี ทั้งคู่ผ่านร้อนผ่านหนาวและมรสุมชีวิตด้วยกันมาหลายอย่าง ปู่พูดให้ผมฟังแล้ว ตัวผมรู้สึกดีที่ได้ฟังมาก

*พฤติกรรมแบบใดคือพฤติกรรมดีที่ควรแสดงให้กันในปัจจุบัน

- พฤติกรรมที่ควรแสดง ผมว่า การให้อภัยกันและกัน ไม่ว่าจะเรื่องเล็กๆน้อยๆแค่ไหน ควรอดทนและให้อภัยกัน เราถึงจะอยู่กันอย่างมีความสุข

...............................................................................จบ

 

   ผมว่า ในสิ่งที่ผู้เรียนเขียนมานี้มีอะไรหลายอย่างปนอยู่ แต่ทั้งหมดรวมอยู่ใน "การดำเนินชีวิต" ของคน ผมในฐานะผู้อยากจะรู้จักผู้เรียน ได้อ่านงานนี้แล้วกลายเป็น ผุ้เรียนนี่แหละที่สอนผม ขอบคุณครับ