
เมื่อวันที่ 8–14 ธันวาคม 2551 ดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการศึกษาดูงานและสร้างเครือข่ายด้านการประกันคุณภาพ จัดโดยสำนักงานยุทธศาสตร์การพัฒนา ม.ทักษิณ ณ มหาวิทยาลัยในภาคกลางและภาคเหนือนั้น มีหลายประเด็นที่เป็นประโยชน์ จึงขอสรุปสาระจากการศึกษาดูงานครั้งนี้ ดังนี้

วันที่ 9 ธันวาคม 2551 เวลา 09.00 – 12.00 น. : ศึกษาดูงาน ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุดเด่นที่พบจากการศึกษาดูงานการประกันคุณภาพและระบบประกันคุณภาพระดับมหาวิทยาลัยคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการประกันคุณภาพมามากกว่า 10 ปี โดยพัฒนาระบบการประกันคุณภาพของตนเอง มีเอกลักษณ์แตกต่างและโดดเด่น (4 เสา คือ ภารกิจหลัก 6 ฐาน คือ ภารกิจสนับสนุน) ทั้งยัง สอดรับกับธรรมชาติของจุฬาลงกรณ์ได้อย่างกลมกลืน จุฬาฯ วางแนวนโยบายในการพัฒนาระบบสู่การบริหารจัดการคุณภาพแบบองค์รวมหรือที่รู้จักกันของ ประชาคมจุฬาฯ คือระบบประกันคุณภาพ CU-QA 84(ระบบ) CU-Quality Model(เนื้องาน) และ CU-TQM&CU-Quality Ways(องค์รวม) และรายงานผลการประกันคุณภาพตามตัวชี้วัดของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.)

วันที่ 9 ธันวาคม 2551 เวลา 14.30 – 17.00 น. : ศึกษาดูงาน ณ วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ
จุดเด่นที่พบจากการศึกษาดูงานการประกันคุณภาพและระบบประกันคุณภาพระดับวิทยาลัยคือวิทยาลัยเป็นหน่วยงานขนาดเล็ก ผู้บริหารทุกระดับให้ความสำคัญกับงานประกันคุณภาพตามตัวชี้วัดของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานงานวิจัยทางทหาร (สมท.) วิทยาลัยมีปัจจัยแห่งความสำเร็จ(Key of Success) ชัดเจน มีทิศทางการประกันคุณภาพของวิทยาลัยที่เน้นอัตลักษณ์ของวิชาชีพพยาบาล การพยาบาลทหาร และการพยาบาลเวชศาสตร์การบินชัดเจน กำหนดให้บุคลากรทุกคนมีส่วนร่วม ทุกหน่วยงานมีระบบประกันคุณภาพ การพัฒนางานประกันคุณภาพสู่งานประจำ มีการติดตามงานและการรายงานผลทุกเดือนเป็นงานประจำ สร้างแรงจูงใจภายในด้วยการส่งเสริมให้บุคลากรซึ่งเป็นทหารอากาศที่มีระเบียบแบบแผนบังคับอยู่แล้ว และนักศึกษาซึ่งถูกอบรมสั่งสอนทั้งวิชาการพยาบาล วิชาทหาร มีระเบียบ วินัย อยู่ประจำ 4 ปี ในวิทยาลัย ทำให้มีความยึดมั่นผูกพันและรักองค์กรมาก


วันที่ 11 ธันวาคม 2551 เวลา 09.00 – 10.45 น. : ศึกษาดูงาน ณ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
จุดเด่นที่พบจากการศึกษาดูงานการประกันคุณภาพและระบบประกันคุณภาพระดับมหาวิทยาลัยและระดับคณะ คือ ระดับมหาวิทยาลัย หน่วยงานประกันคุณภาพ สังกัดสำนักงานอธิการบดี เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานประกันคุณภาพ ของมหาวิทยาลัย นโยบายด้านประกันคุณภาพมีความชัดเจนที่จะเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย ใช้เครื่องมือ การจัดการความรู้(Knowledge Management : KM) และ แผนที่ผลลัพท์ (Out Come Mapping :OM) มาช่วยงานประกันคุณภาพ ใช้ระบบประกันคุณภาพตั้งแต่ปี 2544 มีการประเมินตามตัวชี้วัด 41 ตัวบ่งชี้ (9 มาตรฐาน) มีการประเมินหน่วยงานวิชาการและหน่วยงานสนับสนุนทุกปี มีการแต่งตั้งกรรมการภายในมาประเมิน เมื่อครบ 5 ปี ก็ได้รับการประเมินจาก สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) หน่วยงานประกันคุณภาพกำหนดรูปแบบรายงานให้หน่วยงานระดับคณะกรอกข้อมูล การรายงานข้อมูลประกอบด้วยผลการดำเนินงานในอดีต ปัจจุบัน เป้าหมายในปีถัดไป และมีการนำผลการประเมินของทุกหน่วยมาทำกราฟเส้น เปรียบเทียบทิศทางการพัฒนางานประกันคุณภาพในรูป River Diagram เปรียบเทียบระหว่างการดำเนินการ (Process) ในแต่ละคณะ ซึ่งเน้นมหาวิทยาลัยวิจัย บุคลากรในองค์กรมีความคุ้นชินกับการทำวิจัย มีระบบการจัดเก็บในฐานข้อมูลและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน Web Blog
ระดับคณะ มีการรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) โดยเมื่อได้รับตัวชี้วัดจากมหาวิทยาลัย คณะจะทำความเข้าใจกับบุคลากรในคณะ โดยใช้ KM เป็นเครื่องมือ ให้ความรู้เกี่ยวกับเกณฑ์การวัด ตัวบ่งชี้ การเก็บข้อมูล แบ่งผู้รับผิดชอบชัดเจน โดยผู้บริหารให้การสนับสนุนในการดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพ มีบุคลากรสายวิชาการเป็นแกนนำในการกำกับตัวชี้วัด และเจ้าหน้าที่จัดเก็บข้อมูล เช่น องค์ประกอบที่ 1 ผู้กำกับตัวชี้วัดเป็นคณบดี ผู้เก็บข้อมูลเป็นเจ้าหน้าที่ (ระบุชื่อ) เป็นต้น ซึ่งการกำหนดผู้รับผิดชอบตัวชี้วัดชัดเจนตั้งแต่ต้นปีทำให้ง่ายต่อการจัดเก็บข้อมูล ใช้ระบบฐานข้อมูลด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา CHE QA Online System ของ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) และมีระบบ CHE QA online ของมหาวิทยาลัยเป็นเครื่องมือช่วยเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กำหนดให้บุคลากรทุกคนบันทึกการปฏิบัติงานต่าง ๆ ใน Web Blog ของตนเองเพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการเชื่อมโยง(Link) ข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลประกันคุณภาพระดับมหาวิทยาลัย


วันที่ 11 ธันวาคม 2551 เวลา 15.15 – 17.30 น. : ศึกษาดูงาน ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง
มธ.ศูนย์ลำปาง ใช้ระบบการบริหารหลักจากส่วนกลาง และมีอิสระในการออกกฎระเบียบในการบริหารงานเฉพาะด้านส่วนภูมิภาค เช่น กฎเกี่ยวกับหอพักนักศึกษา , กฎเกี่ยวกับการเบิก จ่ายค่าตอบแทนอาจารย์พิเศษ, มีการจัดการเรียนการสอน 7 วัน เป็นต้น มีผังแม่บทที่ชัดเจน มีงบประมาณสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิเช่น จังหวัด, อบจ. ศิษย์เก่า และภาคเอกชน มธ.ศูนย์ลำปาง จัดบริการต่าง ๆ แก่นิสิตและบุคลากร เช่น มีบริการหอพัก, บริการห้องสมุด, บริการยานพาหนะรับ-ส่ง ภายในศูนย์ฯ, มีทุนสนับสนุนการเรียนให้กับนิสิต, มีการจัดการเรียนการสอน โดยมีอาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา จากส่วนกลาง เดินทางมาสอนโดยตรง ภาพลักษณ์ ของ มธ.ศูนย์ลำปาง ในความรู้สึกของชุมชน เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ซึ่งยากแก่การเข้าถึงของชุมชนโดยตรง ผู้เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงานของภาครัฐ ซึ่งมาใช้บริการในส่วนของการวิจัยและการบริการวิชาการ มธ. ศูนย์ลำปาง ตระหนักถึงการเข้าถึงชุมชน โดยลงไปศึกษาชุมชนและนำการบริการวิชาการลงสู่ชุมชน พร้อมทั้งมีการทำวิจัยเชิงปฏิบัติการร่วมกับชุมชน
ระบบประกันคุณภาพของ มธ.ศูนย์ลำปาง มีการนำการจัดการความรู้ การบริหารความเสี่ยง การลดรอบระยะเวลาของขั้นตอนการปฏิบัติงาน มาใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ในส่วนของผู้บริหารให้ความสำคัญกับการประกันคุณภาพ และกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด สำหรับหน่วยงานสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยจะกำหนดตัวชี้วัดบังคับและตัวชี้วัดตามภารกิจหลัก โดยแบ่งตามองค์ประกอบคุณภาพของ สกอ. มีการกำหนดตัวชี้วัดตามภารกิจหลัก ที่สะท้อนการดำเนินงานของ มธ.ศูนย์ลำปาง อย่างแท้จริง
มธ.ศูนย์ลำปาง ใช้วงจรคุณภาพ PDCA เข้ามาควบคุมคุณภาพ และนำผลการประเมินไปปรับปรุงพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง เช่น การสะท้อนกลับผลการประเมินสู่ผู้บริหารจากส่วนภูมิภาคไปสู่ส่วนกลาง และมธ.ศูนย์ลำปาง ยังไม่มีการนำระบบสารสนเทศเข้ามาช่วยในการจัดเก็บข้อมูลด้านประกันคุณภาพ




วันที่ 12 ธันวาคม 2551 เวลา 09.00-12.00 น. : ศึกษาดูงาน ณ คณะบริหารธุรกิจ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
จุดเด่นที่พบจากการศึกษาดูงานการประกันคุณภาพและระบบประกันคุณภาพ ระดับคณะ คือ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เห็นความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษา และได้ดำเนินการประกันคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานด้านประกันคุณภาพการศึกษา การตรวจสอบและประเมินระบบประกันคุณภาพฯ ภายในคณะ ระดับภาควิชาและหน่วยงาน ปีละ 2 ครั้ง และรายงานต่อคณะกรรมการคณะฯ ทราบ และส่งผลไปยังมหาวิทยาลัย จากนั้นคณะกรรมการระดับมหาวิทยาลัยจะเข้าตรวจประจำปีและให้ข้อเสนอแนะปรับปรุงการบริหารงาน และคณะมีการพัฒนาระบบ E-QA เพื่อให้ภาควิชา และหน่วยงานจัดทำรายงานการประเมินตนเองในรูปแบบของ SAR Online
คณะใช้การประเมินคุณภาพ 66 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) และตัวชี้วัดของมหาวิทยาลัยที่กำหนดขึ้นโดยเน้นเรื่องการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยมีระบบการจัดเก็บข้อมูลประกันคุณภาพบนระบบ CMUQA
คณะฯ มีเป้าหมายไปสู่ระบบ TQA ในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีการจัดโครงการอบรมเพื่อให้ความรู้ โดยเชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์ด้านเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติมาให้ความรู้เกี่ยวกับเกณฑ์ และการเขียนรายงาน การศึกษาดูงาน และจัดตั้งคณะทำงานโดยให้บุคลากรทุกคนในคณะมีส่วนร่วม



วันที่ 12 ธันวาคม 2551 เวลา 13.00-16.30 น. : ศึกษาดูงาน ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
จุดเด่นที่พบจากการศึกษาดูงานการประกันคุณภาพและระบบประกันคุณภาพระดับมหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ การสร้างระบบและกลไกในการดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัยที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กำหนดกลยุทธ์ในการทำงาน 3 ด้าน คือ
1. การประกันคุณภาพการศึกษาที่เน้นหนักให้มหาวิทยาลัยมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับต่อสังคม
2. การจัดทำมาตรฐานระบบควบคุมคุณภาพภายในที่เป็นเครื่องมือ
3. การจัดการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใสสามารถตรวจสอบและประเมินผล
การดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษา ทำให้มหาวิทยาลัยก้าวไปสู่ความเป็นแนวหน้าในระดับสากล และมีความเป็นอิสระทางวิชาการ โดยมีสำนักงานคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ทำหน้าที่กำกับดูแล ตรวจสอบ ติดตามผล และประสานงาน การดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพ มาตรฐานควบคุมภายใน และการจัดการองค์ความรู้ ระหว่างมหาวิทยาลัยกับคณะวิชาและภาควิชา ให้ดำเนินงานตามแนวปฏิบัติในการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ดำเนินการจัดทำระบบการประกันคุณภาพการศึกษาโดยเริ่มจากการพัฒนาคู่มือประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยเพื่อแสดงถึงแนวทางการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา และให้หน่วยงานนำไปใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวม 4 เล่ม และได้ปรับปรุงเพื่อให้เป็นไปตามระบบการประกันคุณภาพภายของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และได้ทำคู่มือการประกันคุณภาพอีก 2 เล่ม เพื่อใช้สำหรับหน่วยงานที่มีการเรียนการสอน และหน่วยงานสนับสนุน ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้บูรณาการประกันคุณภาพเข้าสู่การดำเนินงานปกติ เนื่องจากบุคลากรได้เห็นความสำคัญ มีความเข้าใจ และให้ความร่วมมือจนเกิดเป็นวัฒนธรรมขึ้นภายในองค์กร ส่งผลให้การดำเนินงานประกันคุณภาพเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว สามารถปรับตนเองต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ โดยไม่ได้เป็นการสร้างภาระเพิ่มให้กับบุคลากร/หน่วยงานแต่อย่างใด
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังได้สร้างระบบฐานข้อมูลเพื่อการประกันคุณภาพ ช่วยในการจัดเก็บข้อมูลของมหาวิทยาลัยขึ้น สามารถใช้เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล การอ้างอิงตั้งแต่ระดับบุคคลจนถึงระดับมหาวิทยาลัย และเป็นต้นแบบของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย (11 มหาวิทยาลัย)
ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานด้านประกันคุณภาพสามารถนำมาปรับใช้ในหน่วยงานคือ
1. กำหนดตัวชี้วัดให้ชัดเจน จำนวนไม่มากจนเกินไป บ่งชี้ถึงภารกิจหลักของหน่วยงาน สะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างแท้จริง และประเมินผลจากพันธกิจหลักของหน่วยงาน จะส่งผลให้การปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมายอย่างมีคุณภาพ
2. พัฒนาระบบสารสนเทศในการจัดเก็บหลักฐาน ข้อมูลตามตัวชี้วัด รายงานในระบบ Online จะส่งผลให้สามารถติดตามงานได้รวดเร็ว สะดวกต่อการสืบค้น ลดความเสี่ยงการสูญหายของหลักฐาน
3. เน้นให้บุคลากรทุกคนในหน่วยงานตระหนักถึงความสำคัญของการประกันคุณภาพ และร่วมกันพัฒนางานประกันคุณภาพให้เป็นส่วนหนึ่งของงานประจำและเป็นวัฒนธรรมองค์กร
ขอบคุณนะคะ ที่ได้จัดทำข้อสรุปจากการที่ได้ไปศึกษาดูงานมา และเผยแพร่เป็นความรู้ให้กับผู้สนใจได้ศึกษาไปด้วย