...

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ยง-ฟัง เกียว และคณะ แห่งหน่วยแพทย์ มหาวิทยาลัยเท็กซัส สหรัฐฯ ทำการศึกษาพบว่า

ช่วงปี 1995-2006 (บวกด้วย 543 จะได้ปี พ.ศ.) คนไข้โรงพยาบาลในสหรัฐฯ ได้รับการดูแลจาก 'hospitalists' หรือ "แพทย์ทั่วไป (hospital-based general physician / primary care doctor)" มากขึ้นจาก 9.1% เป็น 37.1%

...

ช่วงเดียวกันมีคนไข้ที่ได้รับการรักษาโดยอายุรแพทย์ทั่วไป (general internist) เพิ่มขึ้นจาก 46.4% เป็น 61.0% นอกจากนั้นอายุรแพทย์ทั่วไปยังทำงานในฐานะแพทย์ทั่วไป (hospitalists) เพิ่มขึ้นจาก 5.9% เป็น 19%

ช่วงปี 1997-2006 คนไข้ในสหรัฐฯ ได้รับการดูแลจากแพทย์ทั่วไปเพิ่มขึ้นอีก 29.2%

...

แหล่งข่าวไม่ได้อธิบายว่า ทำไมคนไข้ในสหรัฐฯ ได้รับการดูแลจากแพทย์ทั่วไปมากขึ้น แพทย์เฉพาะทางลดลง

ทว่า... มีความเป็นไปได้ที่ว่า คนไข้ใน(โรงพยาบาล)มีสัดส่วนของคนไข้สูงอายุในสหรัฐฯ มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีความต้องการหมอที่ดูแลคนไข้ "ทั้งคน (คนละหลายโรค)" มากขึ้น

...

สหรัฐฯ เป็นประเทศหนึ่งที่มีปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราการเพิ่มผลิตผลของประเทศ (GDP) สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลจากการฟ้องร้องหมอแบบไม่มีเพดาน (unlimited)

การฟ้องร้องหมอทำให้หมอในสหรัฐฯ ป้องกันตัวโดยการส่งตรวจพิเศษทุกอย่างมากๆ เพื่อป้องกันตัว เวลาถูกฟ้องจะได้มีหมอสาขาอื่นๆ เป็นตัวหารค่าใช้จ่ายมากๆ หน่อย

...

หมอต้องทำประกันการฟ้องร้อง ซึ่งจะเรียกเก็บจากคนไข้ในรูปค่าธรรมเนียมแพทย์ (doctor fee) อีกต่อหนึ่ง ทำให้ค่ารักษาพยาบาลแพง ค่าประกันสุขภาพแพง และส่งผลถึงค่าจ้างแรงงานสูงไปด้วย (กฏหมาสหรัฐฯ บังคับให้นายจ้างทำประกันสุขภาพให้ลูกจ้าง)

ผลคือ โรงงานต่างๆ ในสหรัฐฯ พากันทยอยย้ายออกนอกประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลทางอ้อมให้คนตกงานเพิ่มขึ้น

...

คนอเมริกันคงจะตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกท่านโอบามาเป็นประธานาธิบดี ท่านเป็นคน "คิดเร็ว ทำแรง"

เมื่อเร็วๆ นี้ก็ประกาศอัดฉีดเงินให้วิทยาลัยพยาบาลทั่วประเทศสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนให้ผลิตพยาบาลได้มากขึ้น สหรัฐฯ กำลังขาดพยาบาลนับแสนคน ถ้าผลิตพยาบาลได้มากขึ้นจะเกิดการสร้างงานขึ้นอย่างมากมาย

...

โรงพยาบาลทั่วเมืองไทยคงจะเดินตามรอยสหรัฐฯ ในไม่ช้า คือ หอผู้ป่วยจะมีสัดส่วนของคนสูงอายุมากขึ้น คนเดียวมาพร้อมกับโรคหลายโรค "ป่วยง่าย-หายช้า" หรืออะไรทำนองนี้

ต่อไปค่าใช้จ่ายสุขภาพทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของคนไข้สูงอายุ ถ้ารัฐบาลไม่รีบส่งเสริมสุขภาพตั้งแต่วันนี้ เราพอจะเดาได้ว่า ระบบบริการสุขภาพอาจจะใกล้ล้มละลาย... ไม่เร็วก็ช้า

...

ทางที่ดีคือ ขอให้พวกเราช่วยกันรักษาสุขภาพให้ดี ชาติที่จะแข่งขันกับนานาชาติได้ต้องเป็นชาติที่มีสุขภาพดี (healthy nation) เน้นป้องกันโรค เน้นส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่ตามรักษาโรค และไม่ใช่ทุ่มเงินมหาศาลไปใช้รักษาโรคที่ไม่มีวันหาย

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

 

ที่มา                                                       

  • Thank Reuters > Care by "hospitalists" in U.S. growing: study > [ Click ] > March 11, 2009. / Source > NEJM. March 12, 2009.
  • ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • ข้อมูลในบล็อกมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค > ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงโรคสูง ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์ > ยินดีให้ท่านผู้อ่านนำไปเผยแพร่ได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 13 มีนาคม 2552.