รศ.เกษร นันทจิตร และ รศ.ดร.ลัดดา วงศ์พายัพกุล อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยผลวิจัยเรื่อง "การวิเคราะห์หาสารตกค้างของยาฆ่าแมลงในน้ำผัก น้ำผลไม้ และชาเขียวในภาชนะปิดสนิท" โดยทำการสุ่มตัวอย่างเครื่องดื่ม เช่น ชาเขียว น้ำองุ่น น้ำแครอท น้ำส้ม ครอบคลุมเกือบทุกยี่ห้อในท้องตลาด จำนวน 25 ตัวอย่าง
ทั้งนี้ผลปรากฏว่า พบยาฆ่าแมลงตกค้าง ถึง 20 ตัวอย่าง บางตัวอย่างพบว่า มีปริมาณที่เกินกว่า พ.ร.บ.ควบคุมมาตรฐานอาหาร พ.ศ. 2548 กำหนดให้ใช้ และบางตัวอย่าง พบยาฆ่าแมลงที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้ โดยเฉพาะในน้ำองุ่น พบยาฆ่าแมลงที่เป็นสารพิษที่เป็นอันตราย คือ อบาเมกติน ซึ่งเป็นสารพิษหรือท็อกซินที่ได้จากเชื้อรา อาจมีผลทำให้พันธุกรรมกลายพันธุ์ เช่น กรณีของหญิงตั้งครรภ์ หากบริโภคจำนวนมากและนานต่อเนื่อง อาจส่งผลถึงความผิดปกติของทารกในครรภ์
สำหรับน้ำแครอท ก็พบยาฆ่าแมลงที่มีปริมาณมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะแครอทดูดซึมสารเคมีได้ง่าย รวมถึงชาเขียว ก็พบยาฆ่าแมลงจำนวนมากเช่นกัน จากการวิจัยดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่ากระทรวงสาธารณสุข ยังขาดมาตรการสำคัญที่จะคุ้มครองผู้บริโภค ดังนั้น งานวิจัยครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อกระทรวงสาธารณสุข ในการพัฒนาระบบความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค
ข้อมูลจาก
อสมท
ประชาชนรับเคราะห์ตามเคย..อยู่ที่ว่าร่างกายของใครจะทนได้นานกว่ากัน อิ..อิ
หน่วยงานนี้น่าจะมีบทบาทมากกว่านี้เนาะ