ชื่อเรียกทางสมุนไพรว่า เปล้าตองแตก เป็นไม้พุ่ม ขึ้นตามที่ดอนทั่วๆไป ในส่วนที่ขึ้นตามธรรมชาติ มักจะทิ้งใบล่าง เห็นต้นเปลาๆ

ต้นไม้แยงแย้ ทำให้แม่ยายยิ้ม

ถ้าพูดถึงแย้ เจ้าสัตว์เลี้อยคลานมีลายคาดข้างตัวเล็กว่องไวปราดเปรียวละก็ คนบ้านนอกที่ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ตามหัวไร่ปลายนา เป็นต้องหูผึ่งขึ้นมาเลยครับเพราะถ้าได้ตัวมันมาก็หมายถึงเมนูพิเศษ บนสำรับมื้อเย็นกันเลย

เดี๋ยวก่อน    เดี๋ยวก่อน ใช่สัตว์เลื้อยคลานที่ผิวเป็นมันวาว หางยาว ชอบอยู่ตามกองไม้หมักหมม ตามท้องร่อง หรือตามข้างๆห้องน้ำใช่ไหม ตอบว่าไม่ใช่ นั่นมัน   จิ้งเหลน   เป็นสัตว์ที่ไม่น่าตอแยกับมันเลยแม้แต่น้อย เกิดพลาดท่าถูกมันกัดขึ้นมาละก้อ อย่าดูดายนะครับ ตำราเขาว่าเมื่อถูกจิ้งเหลนกัด ให้เอาเล็บตัวเอง มาฝนกับน้ำมะนาวบนดินเผา แล้วเอามาทาบริเวณที่ถูกจิ้งเหลนกัด จะแก้พิษมันได้

สำหรับ ไม้แหย่แย้ที่เราเรียกกัน เมื่อเอาไปถามแพทย์แผนไทย ท่านจะร้องอ๋อ เพราะมีชื่อเรียกทางสมุนไพรว่า เปล้าตองแตก เป็นไม้พุ่ม ขึ้นตามที่ดอนทั่วๆไป ในส่วนที่ขึ้นตามธรรมชาติ มักจะทิ้งใบล่าง เห็นต้นเปลาชัดเจน บางใบจะมีลักษณะเป็นแฉก ต้นสูงประมาณ1-2เมตร ดอกเล็กๆออกเป็นช่อตามภาพที่นำมาประกอบเป็นต้นที่มาเลี้ยงบำรุงจึงค่อนข้างงาม คุณสมบัติเฉพาะตัวออกฤทธิ์เป็นยาถ่าย แต่มักปรากฏในตำรายาไทยหลายสูตร หลายขนานด้วยกัน

ที่ถูกขนานนามว่าไม้แหย่แย้เพราะเมื่อแย้หนีการไล่ล่าลงรู พวกเราขอเรียกว่านักล่า จะหักเอาไม้ชนิดนี้รูดใบออกเอาปลายแหย่ไปในรู แล้วดึงไม้ออกอย่างช้าๆ แย้จะตามปลายไม้ออกมาเองทีนี้ก็อยู่ที่คนไล่ล่าว่า จะจับเป็นหรือจับตายแล้วจะไม่ให้แม่ยายยิ้มได้อย่างไร ก็ในเมื่อลูกเขยไปทำไร่ไถนา ขากลับยังมีอาหารติดมือกลับบ้านด้วย ทำให้อุ่นใจได้ว่า ลูกสาวตัวเอง กับหลานเล็กๆ มีกับข้าวมื้อเย็นแน่ๆ พอเล่ามาถึงตอนนี้ อดที่จะคิดถึงแจ่วแย้ขึ้นมาทันที ถ้าหากว่าใครได้ลองกินแจ่วแย้สักครั้ง แล้วจะติดใจ ขอบอก