ผู้อ่อนแอย่อมพ่ายแพ้ผู้เข้มแข็ง
หลังอาหารเย็นคืนนั้น เป็นเหมือนคืนก่อนๆ ที่ผมไม่อยากลงไปเดินเล่น ผมอยากนอนที่ชานบ้านฟังเสียงแคนของเจ้าเถิงประสานกับเสียงพิณของบุญมามากกว่า เสียงแคนที่นุ่มนวลสอดรับกับเสียงพิณที่แหลมใสกังวาน ท่วงทำนองกระชั้นถี่ บางคราวออดอ้อนบางคราวฮึกเหิม ทำให้เกิดจินตนาการอย่างไม่มีขอบเขต
ผมนึกย้อนไปถึงวันเลือกโรงเรียนหลังจากการสอบบรรจุ ผมไม่ได้เลือกโรงเรียนบ้านคำบาก ผมเลือกโรงเรียนที่อยู่ห่างจากอำเภอบุณฑริกเพียงไม่ถึงสิบกิโลเมตร แต่...มีครูสตรีท่านหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกโรงเรียนเป็นคนสุดท้าย และมีเหลือเพียงโรงเรียนบ้านคำบาก เธอจำเป็นต้องเลือก หลังจากนั้นเธอมาขอแลกโรงเรียนกับผม ผมเต็มใจให้แลกโดยไม่มีข้อแม้หรือไม่มีการเรียกร้องสิ่งของตอบแทนใดๆ แม้ว่าเธอจะขอผูกแขนให้ผมเป็นน้องชายของเธอ ผมไม่ยอมให้ผูกแขน แต่ผมยอมเรียกเธอว่าพี่ เพราะหากมีการผูกแขนตามประเพณีอีสานแล้วจะสิ้นเปลืองเงิน ซึ่งผมไม่ต้องการเช่นนั้น เมื่อผมยอมแลกมาอยู่บ้านคำบากแล้ว ผมต้องสู้แม้ว่าจะมีผมเป็นครูเพียงคนเดียว
ผมปล่อยความคิดให้ล่องลอยไป มารู้สึกตัวต่อเมื่อมีลมเย็นพัดกระโชก ไต้ที่จุดไว้กลางบ้านดับพรึบ และทันใดฝนก็เทลงมา ผมรีบลุกขึ้นคว้าหมอนเข้านอนในห้องก่อนที่จะถูกฝนสาด
มันเป็นฝนแรกที่ผมมาอยู่บ้านคำบาก ฝนที่ไม่มีเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า หรือแม้แต่ฟ้าแลบ มีเพียงเสียงสายฝนหล่นกระทบหลังคา ไหลลงตามชายคากระทบพื้นดังซู่ๆ ผมนอนฟังเสียงฝน และคิดว่ารุ่งเช้าอากาศคงจะดีมาก วิถีชีวิตของชาวบ้านหลังฝนตกจะเป็นอย่างไรหนอ แล้วผมก็หลับไป
"ครู....ไปโห่....เร็ว" เสียงเจ้าเถิงตะโกนมาแต่ไกล ผมวางมือจากการเช็ดปืนแก๊ป หันไปดู เห็นเถิงใส่หมวกมีห่อผ้าขาวม้ามัดที่เอว ในมือถือมีดเดินป่าเล่มใหญ่
"เออ...รอเดี๋ยว" ผมรับคำ มือขวาคว้าห่อผ้าที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นสะพาย มือซ้ายถือปืนแก๊ป เดินลงบันไดไปสมทบกับเถิง แล้วเราก็เดินไปทางหลังโรงเรียน ซึ่งที่นั่นมีชาวบ้านคำบากยืนรออยู่แล้วหลายคน พอผมกับเถิงเดินไปถึง พวกเขาก็พาผมเดินมุ่งหน้าไปทางภูเขา
"โห่" คำนี้ผมรู้ในตอนเช้า พอตื่นขึ้นมาพ่อเหรียญก็เล่าให้ฟังว่า ฝนที่ตกเมื่อคืนทำให้เห็นรอยเท้าสัตว์ นายพรานเขาจะตามรอยเท้ามันไป จนถึงซุ้มที่มันนอนในเวลากลางวัน ก่อนนี้ซุ้มไม่ค่อยทึบนายพรานพอที่จะมองเห็นตัวมัน แต่ตอนนี้มีไร่ที่ทิ้งร้างเป็นป่าทึบมาก มองไม่เห็นตัวมัน นายพรานจึงต้องใช้วิธีใหม่ โดยตามรอยสัตว์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอีเก้ง พอมันเข้าไปในไร่ทิ้งร้าง พวกนายพรานจะตีวงล้อมไร่นั้น พวกที่ไม่ใช่พราน หรือที่เรียกว่า "แหล่ง" แปลว่าลูกน้อง จะตามรอยเก้งเข้าไปในไร่ พร้อมกับร้องตะโกนเขย่าต้นไม้ ปรบมือเป่าปาก และดูรอยเท้าเก้งด้วยว่าออกไปทางไหน จะตะโกนบอกพรานด้วย เช่น "ออกเด้อ" "ตกเด้อ" "หัวนอน" ปลายเท้า" หัวนอนหมายถึงทิศใต้ ปลายเท้าหมายถึงทิศเหนือ
บ่ายวันนั้น ฝนตกปรอยๆ ผมถือปืนแก๊ปกระบอกที่พ่อเหรียญซื้อให้ ยืนอยู่บนจอมปลวกท้ายไร่ ผมเลือกจอมปลวกเพราะทิดมีเคยบอกผมว่าปลอดภัยทั้งจากคนอื่นที่ยิงมา และจากที่เราจะยิงไปด้วย คนอื่นยิงมาเขายิงแนวราบแต่เราอยู่สูง เรายิงจากแนวสูงลงไปข้างล่างก็ไม่โดนเขา ผมยืนนิ่งถือปืนในท่าพร้อมที่จะประทับไหล่ ตาสอดส่ายไปทางไร่ เสียงแหล่งตะโกนบอกทิศดังมาแว่วๆ คล้ายจะเป้นทิศเดียวกับที่ผมยืนอยู่
ทันใด ผมเห็นยอดไม้เล็กๆ สั่นไหว และแล้วอีเก้งตัวหนึ่งค่อยๆ ย่องออกมาหันข้างให้ผม ห่างเพียงประมาณสิบเมตรเท่านั้น ผมยกปืนแก๊ปขึ้นประทับไหล่ เล็งไปที่รักแร้ กลั้นหายใจแล้วลั่นไก
"แป๊ก" ปืนผมไม่ทำงาน เก้งตัวงามได้ทีกระโจนพรวดออกไปอย่างรวดเร็ว แต่...ยังช้ากว่าปืนของนายพรานอีกคนที่ยืนถัดผมไป
"ปัง" สิ้นเสียงปืน ก็ได้ยินเสียงตะโกนขึ้น "เจ็บแล้วโว้ย....รีบตามไปเร็ว" นายพรานเจ้าของปืนที่แผดคำรามร้องบอกพรรคพวก
ปืนแก๊ปผมถูกฝนทำให้แก๊ปเปียก มันจึงไม่เกิดประกายไฟ ผมต้องเปลี่ยนแก๊ปใหม่และใส่ดินปืนในท่อส่งประกายไฟเพิ่มเข้าไป แต่มีบางคนเขาบอกว่าผมทำบาปไม่ขึ้น
เก้งตัวนั้นถูกล่า จนใกล้ค่ำมันก็ถูกปืนอีกนัด คราวนี้ไม่รอด มันลูกแล่เนื้อ แบ่งออกเป็นส่วนๆ นายพรานผู้ที่ยิงถูกมันคนแรกได้สันนอก ผู้ที่ยิงซ้ำได้สันใน แหล่งหรือผู้โห่ก็ได้สันใน เนื้อที่เหลือแบ่งเท่าๆ กัน ผมก็ได้ส่วนแบ่งเนื้อกับเขาด้วย
การล่าของวันนั้นจบลง โดยชัยชนะเป็นของผู้ล่า ตรงกับคำว่า "ผู้อ่อนแอย่อมพ่ายแพ้ผู้เข้มแข็ง"
น่าสนุกจังค่ะ การออกโห่สัตว์หลังฝนตก คราวที่แล้วเห็นอาจารย์ล่าสัตว์ตอนกลางคืน วันนี้ล่ากลางวันคงสนุกอีกแบบนะคะ
ทำบาปไม่ขึ้นก็ดีแล้วค่ะ แต่คนอื่นทำขึ้น กฎธรรมชาติค่ะผู้อ่อนแอย่อมเป็นเหยื่อของผู้แข็งแรงกว่า
อยากไปโห่สัตว์บ้างจัง เค้าให้ผู้หญิงไปด้วยไหมคะอาจารย์ (ล่าสัตว์ใหญ่คงอันตรายคงไม่ให้ไปด้วยแน่เลย)
แล้วหลังฝนตกผู้หญิงไปทำอะไรคะอาจารย์ แล้วเด็กละคะ
หลังฝนตกน่าจะมีกิจกรรมที่สนุกเหมือนๆกันอยากทราบค่ะ เล่นหน่อยนะคะอาจารย์ ขอบคุณนะคะสำหรับเรื่องที่น่าอ่าน
"ผู้อ่อนแอย่อมพ่ายแพ้ผู้เข้มแข็ง" แต่ยังมีอีกความคิดเห็นหนึ่งค่ะ
มีจุดหมายปลายทางที่แน่นอน (Philosopher)
"ผู้อ่อนแอย่อมพ่ายแพ้ผู้เข้มแข็ง" แต่ยังมีอีกความคิดเห็นหนึ่งค่ะ
มีจุดหมายปลายทางที่แน่นอน (Philosopher)
สวัสดีคุณดุจดาว
ตอนกลางวันตื่นเต้นกว่ามากครับ เพราะเราเห็นสัตว์ เขาจะย่องๆ ออกมา มองซ้ายขวาด้วยความระแวดระวัง ตอนนั้นผมตื่นเต้นมาก หากปืนลั่นก็คงไม่โดน เพราะตัวสั่นไปหมดเลย
ตอนนั้นทำบาปไม่ขึ้น แต่ตอนหลังทำบาปไปเยอะ คงจะเขียนในบทต่อๆ ไปครับ
ผู้หญิงไม่ไปโห่ครับ ผมไม่ทราบเพราะอะไร คงไม่เกี่ยวกับอันตรายเพราะคนเยอะ
หลังฝนตกผู้หญิงจะไปเก็บผัก กลางฤดูฝนก็จะมีเห็ดเยอะมาก หน่อไม้ป่าก็เยอะ เด็กๆ ก็จะไปกับผู้หญิง แต่หน้าฝนเด็กไม่ชอบหรอก เพราะกลางคืนไม่ได้ออกไปวิ่งเล่น ไม่ได้เล่นซ่อนหา เพราะแฉะและอีกอย่างงูเงี้ยวเขี้ยวขอเยอะ
แต่ถ้าหากฝนตกกลางวัน เด็กจะชอบวิ่งเล่นอาบน้ำฝน ผมเองก็ชอบครับ ฮิฮิ
สวัสดีครับ คุณภัทรานิษฐ์
ไปเที่ยวอ่านมาแล้วครับ "จุดหมายปลายทาง"
อ่านแล้วต้องคิด กินใจครับ
ขอบคุณครับ
อิจฉาจัง อาจารย์ได้ไปล่าสัตว์ คงสนุกและตื่นเต้นสุดๆเลย ชอบๆบรรยากาศหลังฝนตก
อาจารย์คะดิฉันขอก๊อปปี้เรื่องของอาจารย์ที่เขียนเก็บไว้อ่านได้ไหมคะ ก๊อปไว้ทุกบทเลย ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ(ไม่เอาไปขายแน่นอนค่ะ)
ครับ สนุกและตื่นเต้นมาก
ยินดีให้ก๊อปปี้ครับ (ถ้าขายได้ก็ยินดีครับ....แต่ต้องเอาเงินมาแบ่งผมด้วยนะครับ....ฮิฮิ งก)
อิอิ เดี๋ยวทำป็นรูปเล่มขายให้อาจารย์ชื้อนะคะ ได้ตังค์มาแล้วจะแบ่งไม่เท่ากัน ดิฉัน 70% อาจารย์30% (อิอิอิไม่งกน้อย)
ตอนนี้ก๊อปปี้เก็บไว้แล้วค่ะ 26 หน้าแน่ะ
ขอบคุณอาจารย์นะคะที่อนุญาต
โอ...26 หน้า เชียวหรือ คงจะขายได้ไม่เกินเล่มละ 10 บาท (เอาไว้ห่อกล้วยแขก...ฮิฮิ) ถ้าอย่างนั้นผมก็ได้ 3 บาท ซื้ออะไรได้หว่า ถ้าตอนเด็กๆ ก็จะซื้อเม็ดมะขามคั่ว เคี้ยวกินตอนดูหนังกลางแปลง 3 บาท กินตั้งแต่หนังเริ่มฉาย จนหนังเลิกก็ยังไม่หมด
โห สิบบาทเองหรอคะ ได้น้อยจังค่ะอาจารย์ เปลี่ยนใจแล้วเก็บไว้อ่าน
เองดีกว่าค่ะ พูดถึงเม็ดมะขามคั่ว หน้าหนาวมีกินเยอะค่ะ แต่ว่าชอบแซ่น้ำมากกว่าค่ะ นุ่มเคี้ยวง่ายดีค่ะ เพื่อนๆที่ทำงานชอบกินกันค่ะ ดิฉันก็ชอบ ราคาถูกดีกินได้นานดี เค้าเรียกกินฟ้าลั่นกันสงสัยมาจากการเคี้ยวเสียงดัง แต่ว่าดิฉันชอบเอาเปลือกใส่กระเป๋าเสื้อ เวลาซักชอบลืมเก็บออกทำให้เสื้อสีเหลืองค่ะ เสียเลยค่ะ
โอ....อิจฉาจัง...มีกินที่ทำงานด้วย ที่นี่หากินไม่ได้เลย....สงสัยคนแถวนี้กินไม่เป็น
ส่งไปทางนู้นบ้างซิครับ
อิอิอิ กินได้ค่ะอาจารย์เพื่อนๆที่ทำงานส่วนมากมีแต่ผู้หญิงผู้ชายมีสองคนเองค่ะ และกินต้องแอบกิน หรือไม่งั้นก็กินนอกเวลาราชการด้วยค่ะ รอให้มีเมล็ดเยอะๆถ้าอาจารย์อยากกินก็บอกนะคะจะส่งไปให้เลยค่ะ แต่ว่าอาจารญเป็นผู้ชายชอบกินเม็ดมะขามคั่วหรอค่ะนึกว่ามีแต่ผู้หญิงเค้ากินกันค่ะ แปลกดีเหมือนกันนะคะ
วันนี้พึ่งเลิกงานค่ะ
ชื่นชมที่ท่านเป็นครู ผู้เสียสละ เพราะตอนจับฉลากครั้งแรกก็เคยโดนเพื่อนแลกที่ทำงาน แต่ก็พร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย ขอให้คุณครูทำงานเพื่อเด็กโรงเรียนคำบากนานๆค่ะ
ขอบคุณครับ คุณน้อยหน่า
ผมก็ชื่นชมงานของคุณนะครับ เคยไปน่านครั้งเดียวในชีวิต รู้สึกว่าไกลมาก ชอบตลาดเที่ยงคืนไม่เหมือนที่อื่น ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังคงมีเหมือนเดิมหรือเปล่า
ส่วนผมออกจากบ้านคำบากมานานแล้วครับ แต่ยังคงทำงานเพื่อเด็กๆ และคงอีกนานครับ
คุณดุจดาวครับ
กินไม่ได้หรอกครับ ตอนนี้ฟันแท้เหลือไม่กี่ซี่แล้ว ฮิฮิ
เมื่อก่อนนานมาแล้ว........นานมาก.......ก็กินแบบแช่น้ำ บางทีก็แช่น้ำลาย อมไงครับ อมจนเมล็ดมะขามอ่อนแล้วค่อยเคี้ยว อร่อย
ตอนนี้อยากกิน ก็คงต้องใช้วิธีแช่นานๆ แล้วล่ะ ฮิฮิ
อิอิอิ ถึงมีฟันเเท้ก็ไม่ควรเคี้ยวค่ะ เดี๋ยวฟันแท้บิ่นหรือหลุดได้นะคะ
พออายุเยอะจรู้ว่าฟันแท้นะมีชุดเดียว และสำคัญมากด้วยค่ะ
ตอนนี้ดิฉันถึงแซ่น้ำก็อร่อยอีกแบบค่ะ ถึงจะไม่ค่อยหอมแต่ก็กินค่ะ
และที่สำคัญ ก็คือ ค่าหมอทำฟันแพงมากมากกกก จะไปโรงพยาบาลรัฐก็คนเยอะมากกกก
เราพอมีจ่าย ก็เลยต้องไปคลินิกหมอฟัน ถูกฟันกระเป๋าแบนกลับบ้าน หุหุ
อ้อ...เข้าไปเยี่ยมในบล็อกเขียนไปเรื่อยเฉื่อยด้วยนะครับ หากพอมีเวลา
ขอบคุณหลายเด้อ
(¯`°.•°•.★* ตลาดนัดอาหาร *★ .•°•.°´¯)
ขอให้รับทราบว่า ผมคนหนึ่งที่เห็นใจคุณครู
ยังไงก็หาเวลาพักผ่อนบ้างนะครับ
คืนนี้....ที่มาเข้า GTK ค่อนข้างดึก เพราะไปปลดปล่อยมาครับ (ไปงานเลี้ยง ดื่ม ร้องเพลงและเต้น ปล่อยให้ความแก่มันหลุดไปกับเสียงเพลงแหบๆ ครับ ฮ่า ฮ่า....)
คนทำดี...ก็ต้องได้ดีตอบครับ.....ปีนี้ไม่ได้สองขั้น ก็ปีหน้า ปีโน้น ปีนู้น...ปีโน้นนนนน...ฮิฮิ
ขอบคุณที่ห่วงใยในสุขภาพ
ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง เช่นกันครับ
ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวตลาดนัดอาหารบ่อยๆ ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์เปลวเทียน
ไปมาแล้วค่ะอาจารย์ บล็อกนั้นก็มีเรื่องดีๆให้อ่านเหมือนกันนะคะ ต่อไปจะแวะไปควบคู่กันเลยค่ะ
วันนี้เป็นวันหยุดทำงานแล้วค่ะ ดีใจจังได้นอนตื่นเช้าๆแบบอิสระ ไปเดินเล่นตลาดเช้าๆในมอขอ ได้ของกินเพียบเลยค่ะ รู้สึกเป็นอิสระไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุก
และที่ดีใจคือได้มาอ่านเรื่องๆดีค่ะ(ช่วงนี้เนตเริ่มรวนค่ะ)