
เดวิด โรวิคซ์ เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวสหรัฐอเมริกา ที่เดินทางไปจัดการแสดงดนตรีโดยเล่นเพลงของเขาทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป และบางครั้งในที่อื่นๆ เพลงส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสังคม การเมือง โดยเฉพาะระหว่างประเทศ
เพลงต่อไปนี้ ชื่อเพลง They're building the wall เป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องกับการสร้างกำแพงแบ่งแยกดินแดนระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ซึ่งบางคนก็เห็นว่าเพลงนี้ยังใช้ได้กับการสร้างสิ่งกีดขวางหรือกำแพงระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโกด้วย
They're building a wall
A wall between friends
A wall that justifies
Any means for their ends
A wall between Semites
Rich and poor
Brothers and sisters
From not so long before
Many feet thick
And twenty feet high
No one can look through it
And into the eye
Of a person you might know
To whom you might confide
Now just a stranger
On the other side
They're building a wall
Between water and land
So we can eat fruit
And they can eat sand
A wall to make sure
That our orchards will grow
And our kids can get fat
And not need to know
Of the cities in ruins
And the children in fear
That your fathers and brothers
In tanks might be near
A wall to keep quiet
That which you fear most
So you don't have to listen
To your grandfather's ghost
They're building a wall
Between future and past
A wall to keep separate
The chambers of gas
From bulldozers, gunships
And the tears of a child
Dignity, love
And all honor defiled
To remove reality
From your facts on the ground
A wall to keep distant
The terrible sound
Of the houses that crumble
And the children that die
A wall to keep separate
The truth from the lie
They're building a wall
And at such a cost
Land, money and safety
And all the lives lost
A wall made of brick
But bricks can be broken
When the people of Zion
Have finally awoken
And said no more walls
No more refugees
No more keeping people
Upon their knees
And then the history books
Will someday recall
Before apartheid was ended
They were building a wall
Created February, 2004
Copyright David Rovics 2004, all rights reserved
เกร็ดข้อมูล
กำแพงระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์
อิสราเอลสร้างกำแพงนี้ประมาณ พ.ศ. 2545 (รัฐบาลอิสราเอลแถลงว่ามีความยาวประมาณ 703 กิโลเมตร เมื่อเมษายน 2549) เหตุผลการสร้างเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและป้องกันการก่อการร้าย แต่บ้างว่าเป็นการละเมิดกฎหมายสากล ยึดครองที่ดินของปาเลสไตน์ ทำให้ชาวปาเลสไตน์ไปทางฝั่งตะวันตกหรือเข้าไปทำงานในอิสราเอลไม่ได้
ข้อมูลมากขึ้นที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Israeli_West_Bank_barrier
กำแพงระหว่างสหรัฐและเม็กซิโก
ระยะทางระหว่างพรมแดนประมาณ 3,141 กิโลเมตร เริ่มประมาณปี 2549 เมื่อ 29 สิงหาคม 2551 สหรัฐ (Homeland security) ได้แถลงว่า ได้สร้างกำแพงกันคนข้ามพรมแดนยาว 310 กิโลเมตร และกำแพงที่ปิดกั้นการผ่านของยวดยานเป็นความยาว 243.8 กิโลเมตร รวมเป็นระยะทาง 554.1 กิโลเมตร โดยที่สร้างเสร็จแล้วอยู่ใน นิวเม็กซิโก อะริโซน่า และแคลิฟอร์เนีย ส่วนที่ยังดำเนินอยู่อยู่ในเท็กซัส
สหรัฐอเมริกาสร้างกำแพงนี้โดยเหตุผลเรื่อง การหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย การค้ายาเสพติดและอาวุธ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกล่าวว่าเป็นการใช้เงินภาษีที่ไม่เหมาะสม เป็นการขัดขวางการหลบเข้าประเทศอย่างไม่มีประสิทธิภาพ กำแพงจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยและสุขภาพของผู้ที่เข้ามาผิดกฎหมาย (กำแพงทำให้จับผู้ที่ลอบเข้ามาได้มากขึ้น แต่มีผู้เสียชีวิตขณะข้ามเข้ามาด้วย) นอกจากนี้ยังทำลายถิ่นที่อยู่ของสัตว์ ป้องกันสัตว์จากการไปสู่แหล่งน้ำ รบกวนการอพยพย้ายถิ่นของสัตว์ตามปกติ จึงเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม
กำแพงเหล็ก

References
US-Mexico Border Fence / Great Wall of Mexico
Secure Fence
http://www.globalsecurity.org/security/systems/mexico-wall.htm
Mexico – United States barrier
http://en.wikipedia.org/wiki/United_States%E2%80%93Mexico_barrier
แวะไปดูแลสุขภาพที่นี่...นะคะ
×÷•.•´¯`•)» บ้านรักษ์สุขภาพ «(•´¯`•.•÷×
ขอบคุณคุณครูปลายฟ้า
เมื่อวาน คุยกันเรื่อง peace wall ที่ ไอร์แลนด์เหนือ เป็นเรื่องบังเอิญที่ได้มาอ่านบันทึกนี้ครับ
กำแพงนอกจากจะกั้นขอบเขตทางกายภาพแล้ว ยังสร้างความรู้สึกที่แปลกแยก ...
ทลายกำแพงนั้นเสียเถอะครับ :)
กำแพงไม่อาจขวางกั้นทุกอย่างเสมอไป โดยเฉพาะน้ำใจ
ขอบคุณครับ คุณจตุพร
มีอีกกำแพงจริงด้วย
เรียกว่า Peace lines (นึกว่าเส้นแห่งธารน้ำใจ) เป็นช่วงๆ ยาวไม่กี่ร้อยหลา จนถึงยาว 5 กิโลเมตร เหตุผลคือป้องกันความรุนแรงระหว่างนิกายโปรเตสแตนต์และนิกายคาทอลิก http://en.wikipedia.org/wiki/Belfast_Peace_Lines
ขอบคุณครับ คุณน้อยหน่า
ขอขอบคุณสิ่งดีดีที่อาจารย์นำมาเสนอด้วยคะ