ปฐมบทบนความบังเอิญ


บางเรื่องเป็นความบังเอิญที่เราเข้าไปสัมผัส จากนั้นก็มิอาจถอนตัว

15 ตุลาคม 2551

เราไม่รู้หรอกว่าชะตาชีวิตจะนำเราไปสู่สิ่งใด บางเรื่องเป็นความบังเอิญที่เราเข้าไปสัมผัส จากนั้นก็มิอาจถอนตัวได้ เพราะมันคือสภาวะความเป็นตัวเราเอง เป็นความปรารถนา และเป็นหนึ่งเดียว

ผมไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานทางด้าน NGOs อย่างเต็มตัวมาก่อน การเข้ามาทำงานกับ NCCM (คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อผู้อพยพย้ายถิ่น) ก็เพิ่งเข้ามาเมื่อต้นกันยายน 2552 ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ผมเป็นเพียงอาสาสมัครให้กับ NGOs เท่านั้น

เมื่อผมย่างก้าวเข้ามาทำงานที่ได้รับมอบหมาย ผมกับไม่สามารถที่จะทำได้ตามโครงการ ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผมรู้แต่ว่าวันนี้                                                                                      

   

                                                                                    การให้ความช่วยเหลือ

                                                                                    ควรมาจาก

                                                                                    ความต้องการของเขา

                                                                                    มิใช่ของเรา

ในวันนั้นผมจนแต้มที่จะทำตามโครงการ ผมก็เลยขี่มอเตอร์ไซค์พาพี่ข่ายไปหลังตลาดระนองธานี จังหวัดระนอง ขี่ไปเรื่อย ๆ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาบนถนนดินแดง เหมือนกับขี่เข้าไปในชนบททั้ง ๆ ที่ห่างจากตัวเมืองเพียงช่วงกำแพงกั้น เมื่อผมเจอบ้านที่ชาวพม่าอาศัยไม่ว่าที่ไหนก็ลงไปถาม พูดคุย ซึ่งแทบจะไม่มีผู้ชายอยู่เลย มีแต่แม่บ้าน เมื่อผมหันไปมองเห็นเด็ก ๆ ชาวพม่าอยู่ในอ้อมกอดของแม่ ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมเอ่ยปากถามว่า "ลูกของคุณมีสูติบัตรแล้วหรือยัง"

                                         "ยังไม่มีหรอก" แม่คนหนึ่งบอกผมผ่านพี่ข่ายซึ่งเป็นล่ามไปกับผม

ผมถามไปยังทุก ๆ คนก็ปรากฏว่าไม่มีทั้งนั้น มันเป็นเรื่องน่าประหลาดใจมาก สำหรับคนไทยคนหนึ่งเช่นผม "ไม่มีก็ไปแจ้งเกิดที่เทศบาลสิ" มันไม่ใช่เรื่องยากเลย

ผมก็เลยคิดจะช่วยเหลือ ไหน ๆ ก็ไม่อาจทำงานตามที่มอบหมายได้ช่วยเด็กสัก 4 คน แจ้งเกิด มันจะไปยากอะไร พาพี่ข่ายไปช่วยแปลให้ที่เทศบาลก็จบ วันนั้นก็ไม่คิดมากอะไร กลับไปสำนักงานตามปกติ แต่คิดว่าคงจะกลับมาไม่ถูกแล้ว ทางวกวน เข้าไปอีกมีแต่หลงทาง

เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ดวงจันทร์โผล่มายิ้มทักทายกลางท้องนภา ความเงียบสงัดตามลำพัง ผมก็งัดหนังสือ "สิทธิและหน้าที่แรงงานข้ามชาติ" ที่เพิ่งไปอบรมหลักสูตรนี้มาที่เขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เมื่อต้นตุลาคม 2551 สด ๆ ร้อน ๆ มาอ่านเพราะคุ้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

ปรากฏว่าผมพบข้อความใน พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2551 ม.20 ให้นายทะเบียนรับแจ้งการเกิดและออกสูติบัตรให้แก่เด็กที่มีสัญชาติไทยและที่ไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ เท่านี้ก็เป็นแรงบันดาลใจว่าผมไม่ได้ดูกฎหมายผิดไปว่า เด็กที่ไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมายสัญชาติย่อมสามารถแจ้งการเกิดและรับสูติบัตรได้

คิดอย่างนี้แล้ว ก็เหลือแต่ในทางปฏิบัติว่าจะต้องแจ้งอย่างไร พรุ่งนี้ค่อยถามที่เทศบาล ตามประสาคนที่ไม่มีลูก ทำไม่ถูก ไม่เคยแจ้งการเกิดให้กับใคร ! !

หมายเลขบันทึก: 246954เขียนเมื่อ 7 มีนาคม 2009 17:42 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 05:31 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (2)

แวะมาทักทายค่ะ

เข้ามาอ่านแล้วนะคะ อืมมมม

จะรอติดตามตอนต่อไปค่ะ

สวัสดีจ๊ะ มาช่วยกันบันทึกความรู้ของเรานะคะ

พี่ว่า การเขียนเป็นการออกกำลังสมองจ๊ะ เขียนบ่อยๆ นะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี