กรณีศึกษาที่สามีหึงภรรยายเล่น HI5 แล้วลวงคนที่เล่น HI5 แต่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาเลยไปฆ่า ฟังแล้วเศร้ามากเพราะผมก็เล่น HI5 เป็นร้อย ๆ ครั้ง ไม่รู้จะถูกลวงไปฆ่ากับเขาหรือเปล่า ไม่น่าเลย

กรณีศึกษาที่สามีหึงภรรยายเล่น HI5 แล้วลวงคนที่เล่น HI5 แต่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาเลยไปฆ่า  ฟังแล้วเศร้ามากเพราะผมก็เล่น HI5 เป็นร้อย ๆ ครั้ง  ไม่รู้จะถูกลวงไปฆ่ากับเขาหรือเปล่า  ไม่น่าเลย  เรื่องไม่เป็นเหตุเป็นผล  มีคำถามในกรณีศึกษานี้ว่า

1. การเล่น HI5 ทำให้ถูกลวงไปฆ่า  เป็นความผิดของ HI5

2. การเล่น HI5 เป็นเหตุให้มีกิ๊ก   เป็นอันตรายต่อชีวิต

3. ไม่เกี่ยวกับ HI5  เพราะถึงไม่ใช้ HI5 ก็มีช่องทางอย่างอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหา

 

รายละเอียดมาจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ดูกันเอาเอง

โจ๋หึงโหดจับได้เมียสาวติดต่อกิ๊กหนุ่ม ผ่านทางเว็บดัง"ไฮไฟว์" เลยลงมือตัดไฟแต่ต้นลม จ้างวานฆ่ากิ๊ก สั่งให้เมียตัวเองทำทีโทร.นัดขอเจอตัว หลังจากทั้งคู่คุยกันทางเน็ตและมือถือจนคุ้นเคยกันดีแต่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา แล้วส่งมือปืนซ้อนจยย.ไปดักพบแทน สาดกระสุนใส่จนกระเด็นตกจยย.ดับคาที่ ตะลึงค่าจ้างวานฆ่าแค่ 1,500 บาทเท่านั้น อาศัยคุ้นเคยรู้จักกันตอนอยู่สถานพินิจเยาวชนด้วยกัน ตร.นครปฐมรวบรวมหลักฐานจนแน่ชัด จับคนจ้างวาน มือปืน คนขี่จยย.ได้ครบ ก่อนขยายผลจับเมียสาวคนจ้างวาน ที่เป็นต้นเหตุด้วย

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ ผบช. ภ.7 พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย ตันบุญเอก ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผบก.ฝ่ายปราบปราม พ.ต.อ.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล ผกก.สภ.บางเลน พ.ต.ท.ปรีดา อิ่มเจริญ รองผกก.กสส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.ท.ปรีชา ทิมหอม สว.กสส. พ.ต.ท.พงษกร อุปพงษ์ สว.หน.นปพ. พร้อมด้วยกลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.นครปฐม ร่วมกันเปิดแถลงข่าวจับกุม 3 ผู้ต้องหา ชื่อนายสุรศักดิ์ โพธาลู อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137/1 หมู่ 1 ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม นายสันต์ชัย ช่อจำปา อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/10 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายกิตติพงษ์ อยู่คง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ 8 ต.ไทรงาม อ.บางเลน

พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัด โทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง รถกระบะโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน บพ-7478 สุพรรณบุรี 1 คัน รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีขาว ทะเบียนป้ายแดง 1 คัน โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา

พล.ต.ท.ถวิล เปิดเผยพฤติกรรมคนร้ายว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อประมาณ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา นายกิตติพงษ์ ซึ่งเป็นสามีของน.ส.มณประภา หรือบัส พวงมาลี อายุ 21 ปี อยู่บ้านเดียวกัน จับได้ว่าน.ส.มณประภาแอบติดต่อรู้จักกับนายวัชรพล ปานวิไล อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ถนนเพชรเกษม ต.พระประโทน อ.เมืองนครปฐม ทำงานเป็นช่างคอมพิวเตอร์ และเป็นคนขับรถให้เจ้าอาวาสวัดพระประโทนเจดีย์ นอกจากนี้ยังเป็นอาสาสมัครให้กับมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม โดยติดต่อทางเว็บไฮไฟว์ และคุยโทรศัพท์ติดต่อจนสนิทสนมกัน โดยที่ยังไม่เคยเห็นหน้ากันแม้แต่หนเดียว นายกิตติพงษ์ที่เป็นคนขี้หึง ระแวงว่า น.ส.มณประภา ภรรยาที่เป็นสาวหน้าตาดีจะตีจาก โดยตอนนี้เพิ่งอยู่กินกันมา 1 ปี มีบุตรด้วยกัน 1 คน

เมื่อนายกิตติพงษ์จับได้ว่านายวัชรพลลอบติดต่อภรรยาตัวเอง จึงวางแผนออกอุบายลวงให้น.ส.มณประภา โทรศัพท์หานายวัชรพล เพื่อให้มาพบกันที่อ.บางเลน ในเวลา 21.30 น.ของวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา นายวัชรพลตอบตกลง เพราะต้องการเห็นหน้าน.ส.มณประภาอยู่ก่อนแล้วเช่นกัน ฝ่ายนายกิตติพงษ์ก็เตรียมแผนสังหาร ด้วยการติดต่อนายสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นมือปืนที่เคยต้องโทษคดีฆ่าคนตายมาแล้วเมื่อปี 2547 ขณะอายุเพียงแค่ 17 ปี แล้วได้มารู้จักกับนายกิตติพงษ์ตอนถูกกักกันอยู่ในสถานพินิจเดียวกัน เนื่องนายกิตติพงษ์ได้ก่อคดีไว้ถึง 7 คดี เช่น ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ปล้นทรัพย์ ลักทรัพย์ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ครอบครองยาบ้า ทั้งสองออกจากสถานพินิจมาพร้อมกันเมื่อปี 2551 โดยนายกิตติพงษ์จ้างวานให้นายสุรศักดิ์มายิงนายวัชรพล ในราคา 1,500 บาท และยังว่าจ้างนายสันต์ชัย ซึ่งเคยถูกควบคุมตัวอยู่ในสถานพินิจ ในข้อหาลักทรัพย์ มาเป็นคนขี่จักรยานยนต์ให้นายสุรศักดิ์ตอนลงมือยิง

พอถึงวันนัดวันที่ 24 ก.พ. เวลาค่ำ นายกิตติพงษ์ได้พาน.ส.มณประภา นั่งรถกระบะโตโยต้าวีโก้ออกจากบ้าน ระหว่างทางบังคับให้น.ส.มณประภา โทรศัพท์ติดต่อหานายวัชรพล สอบถามว่าออกจากบ้านมาหรือยัง จะมาถึงเมื่อไร ใส่เสื้อสีอะไร ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้ออะไร มากันกี่คน ซึ่งนายวัชรพลบอกว่ามากัน 2 คนกับเพื่อนชื่อนายสมโรจน์ ทองเพิ่ม อายุ 41 ปี ซึ่งขี่จักรยานยนต์รับจ้างอยู่วินหน้าห้างบิ๊กซี นครปฐม มาตามเส้นทางถนนสายบางเลน-บางหลวง โดยบอกสีเสื้อผ้าให้น.ส.มณประภาทราบด้วย นายกิตติพงษ์จึงรายงานให้นายสุรศักดิ์และนายสันต์ชัยทราบความเคลื่อนไหวของเป้าหมายทุกระยะ

จนกระทั่งพบนายวัชรพล นั่งซ้อนท้ายรถจักรยาน ยนต์ของนายสมโรจน์ ตามที่บอกกับน.ส.มณประภาไว้จริง คนร้ายก็ขี่จักรยานยนต์เข้าประกบยิงทันที กระสุนปืนถูกนายวัชรพลที่หัวไหล่ขวา ทะลุหน้าอกซ้าย 2 นัด ตัดขั้วหัวใจ หล่นจากรถเสียชีวิตคาที่ กระสุนปืนยังไปถูกนายสาโรจน์ที่เป็นคนขี่จักรยาน ยนต์ที่แขนขวาและแขนซ้าย จนรถจักรยานยนต์ล้มลง แต่นายสมโรจน์ทำทีแกล้งตายรอดมาได้ หลังก่อเหตุ นายสุรศักดิ์จึงนำปืนที่ใช้ก่อเหตุไปคืนนายกิตติพงษ์ ที่รออยู่ในรถกระบะ รับเงินค่าจ้าง 1,500 บาท แล้วหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.นครปฐม ประสานกับตำรวจท้องที่ สอบปากคำนายสมโรจน์ที่แกล้งตายระหว่างถูกมือปืนประกบยิง ได้ข้อมูลว่านายวัชรพลมีการโทรศัพท์ติดต่อกับหญิงสาวมาตลอดทาง จนกระทั่งทราบว่าหญิงคนที่นายวัชรพลติดต่อคือ น.ส.มณประภา ตำรวจจึงแน่ใจว่าน่าจะเกิดจากเรื่องชู้สาว จึงให้ตำรวจเฝ้าดูพฤติกรรม จนทราบว่าน.ส. มณประภานั้น มีสามีที่ไม่ได้จดทะเบียนกันและมีบุตรด้วยกัน เมื่อตรวจสอบประวัติของนายกิตติพงษ์ พบว่าเคยต้องโทษหลายคดี จึงเชิญตัวมาสอบสวนที่ ภ.จว.นครปฐม ซึ่งนายกิตติพงษ์มีท่าทางพิรุธมาก เมื่อคาดคั้นหนักจึงรับสารภาพหมด พร้อมบอกว่าได้ให้น.ส.มณประภานำปืนไปซ่อนไว้ในบ้าน

ตำรวจจึงขอหมายศาลจ.นครปฐม ตามหมายศาล จ.นครปฐม ที่มจ. 196/2552,197/2552 ลงวันที่ 6 มี.ค.2552 เข้าจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อคดีได้ทั้ง 3 คน ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฆ่าและร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหรือหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็น และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ก.พ.52 เวลาประมาณ 21.30 น. บนถนนสายบางเลน-บางหลวง หมู่ 1 ต.ไทรงาม อ.บางเลน จ.นครปฐม

นอกจากนี้ ขอหมายค้นที่บ้านของน.ส.มณประภา พบอาวุธปืนที่ซุกซ่อนไว้ และรถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุ จากนั้นก็เชิญตัวน.ส.มณประภามาสอบสวน ก่อนที่จะขอหมายศาลจับกุมตัวด้วยอีกราย แล้วส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.บางเลน ดำเนินคดีต่อไป

หน้า 1

วันที่ 07 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6673 ข่าวสดรายวัน

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOREEzTURNMU1nPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09TMHdNeTB3Tnc9PQ==