กรณีศึกษา : สามีหึงภรรยาเล่น HI5 กับหนุ่มไม่เคยเห็นหน้า ลวงไปฆ่า


กรณีศึกษาที่สามีหึงภรรยายเล่น HI5 แล้วลวงคนที่เล่น HI5 แต่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาเลยไปฆ่า ฟังแล้วเศร้ามากเพราะผมก็เล่น HI5 เป็นร้อย ๆ ครั้ง ไม่รู้จะถูกลวงไปฆ่ากับเขาหรือเปล่า ไม่น่าเลย

กรณีศึกษาที่สามีหึงภรรยายเล่น HI5 แล้วลวงคนที่เล่น HI5 แต่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาเลยไปฆ่า  ฟังแล้วเศร้ามากเพราะผมก็เล่น HI5 เป็นร้อย ๆ ครั้ง  ไม่รู้จะถูกลวงไปฆ่ากับเขาหรือเปล่า  ไม่น่าเลย  เรื่องไม่เป็นเหตุเป็นผล  มีคำถามในกรณีศึกษานี้ว่า

1. การเล่น HI5 ทำให้ถูกลวงไปฆ่า  เป็นความผิดของ HI5

2. การเล่น HI5 เป็นเหตุให้มีกิ๊ก   เป็นอันตรายต่อชีวิต

3. ไม่เกี่ยวกับ HI5  เพราะถึงไม่ใช้ HI5 ก็มีช่องทางอย่างอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหา

 

รายละเอียดมาจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ดูกันเอาเอง

โจ๋หึงโหดจับได้เมียสาวติดต่อกิ๊กหนุ่ม ผ่านทางเว็บดัง"ไฮไฟว์" เลยลงมือตัดไฟแต่ต้นลม จ้างวานฆ่ากิ๊ก สั่งให้เมียตัวเองทำทีโทร.นัดขอเจอตัว หลังจากทั้งคู่คุยกันทางเน็ตและมือถือจนคุ้นเคยกันดีแต่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา แล้วส่งมือปืนซ้อนจยย.ไปดักพบแทน สาดกระสุนใส่จนกระเด็นตกจยย.ดับคาที่ ตะลึงค่าจ้างวานฆ่าแค่ 1,500 บาทเท่านั้น อาศัยคุ้นเคยรู้จักกันตอนอยู่สถานพินิจเยาวชนด้วยกัน ตร.นครปฐมรวบรวมหลักฐานจนแน่ชัด จับคนจ้างวาน มือปืน คนขี่จยย.ได้ครบ ก่อนขยายผลจับเมียสาวคนจ้างวาน ที่เป็นต้นเหตุด้วย

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ ผบช. ภ.7 พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย ตันบุญเอก ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผบก.ฝ่ายปราบปราม พ.ต.อ.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล ผกก.สภ.บางเลน พ.ต.ท.ปรีดา อิ่มเจริญ รองผกก.กสส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.ท.ปรีชา ทิมหอม สว.กสส. พ.ต.ท.พงษกร อุปพงษ์ สว.หน.นปพ. พร้อมด้วยกลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.นครปฐม ร่วมกันเปิดแถลงข่าวจับกุม 3 ผู้ต้องหา ชื่อนายสุรศักดิ์ โพธาลู อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137/1 หมู่ 1 ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม นายสันต์ชัย ช่อจำปา อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/10 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายกิตติพงษ์ อยู่คง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ 8 ต.ไทรงาม อ.บางเลน

พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัด โทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง รถกระบะโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน บพ-7478 สุพรรณบุรี 1 คัน รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีขาว ทะเบียนป้ายแดง 1 คัน โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา

พล.ต.ท.ถวิล เปิดเผยพฤติกรรมคนร้ายว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อประมาณ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา นายกิตติพงษ์ ซึ่งเป็นสามีของน.ส.มณประภา หรือบัส พวงมาลี อายุ 21 ปี อยู่บ้านเดียวกัน จับได้ว่าน.ส.มณประภาแอบติดต่อรู้จักกับนายวัชรพล ปานวิไล อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ถนนเพชรเกษม ต.พระประโทน อ.เมืองนครปฐม ทำงานเป็นช่างคอมพิวเตอร์ และเป็นคนขับรถให้เจ้าอาวาสวัดพระประโทนเจดีย์ นอกจากนี้ยังเป็นอาสาสมัครให้กับมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม โดยติดต่อทางเว็บไฮไฟว์ และคุยโทรศัพท์ติดต่อจนสนิทสนมกัน โดยที่ยังไม่เคยเห็นหน้ากันแม้แต่หนเดียว นายกิตติพงษ์ที่เป็นคนขี้หึง ระแวงว่า น.ส.มณประภา ภรรยาที่เป็นสาวหน้าตาดีจะตีจาก โดยตอนนี้เพิ่งอยู่กินกันมา 1 ปี มีบุตรด้วยกัน 1 คน

เมื่อนายกิตติพงษ์จับได้ว่านายวัชรพลลอบติดต่อภรรยาตัวเอง จึงวางแผนออกอุบายลวงให้น.ส.มณประภา โทรศัพท์หานายวัชรพล เพื่อให้มาพบกันที่อ.บางเลน ในเวลา 21.30 น.ของวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา นายวัชรพลตอบตกลง เพราะต้องการเห็นหน้าน.ส.มณประภาอยู่ก่อนแล้วเช่นกัน ฝ่ายนายกิตติพงษ์ก็เตรียมแผนสังหาร ด้วยการติดต่อนายสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นมือปืนที่เคยต้องโทษคดีฆ่าคนตายมาแล้วเมื่อปี 2547 ขณะอายุเพียงแค่ 17 ปี แล้วได้มารู้จักกับนายกิตติพงษ์ตอนถูกกักกันอยู่ในสถานพินิจเดียวกัน เนื่องนายกิตติพงษ์ได้ก่อคดีไว้ถึง 7 คดี เช่น ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ปล้นทรัพย์ ลักทรัพย์ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ครอบครองยาบ้า ทั้งสองออกจากสถานพินิจมาพร้อมกันเมื่อปี 2551 โดยนายกิตติพงษ์จ้างวานให้นายสุรศักดิ์มายิงนายวัชรพล ในราคา 1,500 บาท และยังว่าจ้างนายสันต์ชัย ซึ่งเคยถูกควบคุมตัวอยู่ในสถานพินิจ ในข้อหาลักทรัพย์ มาเป็นคนขี่จักรยานยนต์ให้นายสุรศักดิ์ตอนลงมือยิง

พอถึงวันนัดวันที่ 24 ก.พ. เวลาค่ำ นายกิตติพงษ์ได้พาน.ส.มณประภา นั่งรถกระบะโตโยต้าวีโก้ออกจากบ้าน ระหว่างทางบังคับให้น.ส.มณประภา โทรศัพท์ติดต่อหานายวัชรพล สอบถามว่าออกจากบ้านมาหรือยัง จะมาถึงเมื่อไร ใส่เสื้อสีอะไร ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้ออะไร มากันกี่คน ซึ่งนายวัชรพลบอกว่ามากัน 2 คนกับเพื่อนชื่อนายสมโรจน์ ทองเพิ่ม อายุ 41 ปี ซึ่งขี่จักรยานยนต์รับจ้างอยู่วินหน้าห้างบิ๊กซี นครปฐม มาตามเส้นทางถนนสายบางเลน-บางหลวง โดยบอกสีเสื้อผ้าให้น.ส.มณประภาทราบด้วย นายกิตติพงษ์จึงรายงานให้นายสุรศักดิ์และนายสันต์ชัยทราบความเคลื่อนไหวของเป้าหมายทุกระยะ

จนกระทั่งพบนายวัชรพล นั่งซ้อนท้ายรถจักรยาน ยนต์ของนายสมโรจน์ ตามที่บอกกับน.ส.มณประภาไว้จริง คนร้ายก็ขี่จักรยานยนต์เข้าประกบยิงทันที กระสุนปืนถูกนายวัชรพลที่หัวไหล่ขวา ทะลุหน้าอกซ้าย 2 นัด ตัดขั้วหัวใจ หล่นจากรถเสียชีวิตคาที่ กระสุนปืนยังไปถูกนายสาโรจน์ที่เป็นคนขี่จักรยาน ยนต์ที่แขนขวาและแขนซ้าย จนรถจักรยานยนต์ล้มลง แต่นายสมโรจน์ทำทีแกล้งตายรอดมาได้ หลังก่อเหตุ นายสุรศักดิ์จึงนำปืนที่ใช้ก่อเหตุไปคืนนายกิตติพงษ์ ที่รออยู่ในรถกระบะ รับเงินค่าจ้าง 1,500 บาท แล้วหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.นครปฐม ประสานกับตำรวจท้องที่ สอบปากคำนายสมโรจน์ที่แกล้งตายระหว่างถูกมือปืนประกบยิง ได้ข้อมูลว่านายวัชรพลมีการโทรศัพท์ติดต่อกับหญิงสาวมาตลอดทาง จนกระทั่งทราบว่าหญิงคนที่นายวัชรพลติดต่อคือ น.ส.มณประภา ตำรวจจึงแน่ใจว่าน่าจะเกิดจากเรื่องชู้สาว จึงให้ตำรวจเฝ้าดูพฤติกรรม จนทราบว่าน.ส. มณประภานั้น มีสามีที่ไม่ได้จดทะเบียนกันและมีบุตรด้วยกัน เมื่อตรวจสอบประวัติของนายกิตติพงษ์ พบว่าเคยต้องโทษหลายคดี จึงเชิญตัวมาสอบสวนที่ ภ.จว.นครปฐม ซึ่งนายกิตติพงษ์มีท่าทางพิรุธมาก เมื่อคาดคั้นหนักจึงรับสารภาพหมด พร้อมบอกว่าได้ให้น.ส.มณประภานำปืนไปซ่อนไว้ในบ้าน

ตำรวจจึงขอหมายศาลจ.นครปฐม ตามหมายศาล จ.นครปฐม ที่มจ. 196/2552,197/2552 ลงวันที่ 6 มี.ค.2552 เข้าจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อคดีได้ทั้ง 3 คน ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฆ่าและร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหรือหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็น และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ก.พ.52 เวลาประมาณ 21.30 น. บนถนนสายบางเลน-บางหลวง หมู่ 1 ต.ไทรงาม อ.บางเลน จ.นครปฐม

นอกจากนี้ ขอหมายค้นที่บ้านของน.ส.มณประภา พบอาวุธปืนที่ซุกซ่อนไว้ และรถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุ จากนั้นก็เชิญตัวน.ส.มณประภามาสอบสวน ก่อนที่จะขอหมายศาลจับกุมตัวด้วยอีกราย แล้วส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.บางเลน ดำเนินคดีต่อไป

หน้า 1

วันที่ 07 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6673 ข่าวสดรายวัน

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOREEzTURNMU1nPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09TMHdNeTB3Tnc9PQ==

หมายเลขบันทึก: 246874เขียนเมื่อ 7 มีนาคม 2009 10:55 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 มิถุนายน 2012 23:08 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (12)

กรณีศึกษานี้ไม่เกี่ยวกับ Hi5 หากสถาบันครอบครัวเข้มแข็ง เหมือนเกราะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เกิดขึ้น

ดาบสองคมครับ ควรระวังเพราะโลกไซเบอร์มันกว้าง ทำอะไรควรระวัง ชอบสนุก และประมาทอาจถึงตายเช่นนี้แล

อยู่ที่สามัญสำนึกของผู้เล่นครับ

อันธิกา คะระวานิช

hi5 อาจเป็นการเพิ่มช่องทางให้กระทำผิดจริยธรรมได้ง่ายขึ้น สุดท้ายขึ้นกับความละอายใจของแต่ละบุคคล พื้นฐานครอบครัวไม่ดี สังคมไม่ดีด้วย

ธิติพันธุ์ จีนประชา

hi5 เป็นแค่เพียงช่องทางก่อให้เกิดอาชญากรรมมากขึ้น หากทุกคนตั้งใจรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัดจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

Hi5 เป็นแค่เว็บไซต์ธรรมดาปกติเว็บไซต์หนึ่งเท่านั้นเองค่ะ

อยู่ที่การใช้มากกว่า

Hi5 ไม่สามารถทำร้ายใครได้

มันก็แค่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิง และการสื่อสาร

หากไม่ใช้ทำร้ายใคร หรือใช้แบบผิดวิธี เหตุการณ์ร้ายๆคงไม่เกิดขึ้นหรอกค่ะ

เหมือนอาวุธปืน หากวางไว้เฉยๆ ก็ไม่สามารถทำร้ายใครได้เช่นกัน

อยู่ที่การใช้ การพิจารณา และจิตใต้สำนึกของผู้ใช้ค่ะ

เทคโนโลยี มีสองด้าน และต้องรู้จักใช้ค่ะ

มีแต่มนุษย์ด้วยกันเนี่ยแหละค่ะ ที่ใช้เทคโลยีทำร้ายกันเอง

ตัวเทคโนโลยี หรือ เว็บไซต์นั้น ไม่ได้เดินออกมาทำร้ายคนเลยซักนิดเดียว

ดังนั้น ผู้ใช้ก็ควรคิดถึงใจเขาใจเรา มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้

ไม่ควรเห็นแก่ตัวเอง ไม่ควรคิดหาผลประโยชน์ หรือ หลอกลวงผู้อื่น

โลกใบนี้ จะสดใสขึ้นคะ ถ้าทุกคนรู้จักใช้

ปล. แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ อย่าแก้ที่ปลายเหตุ

หากแก้ปัญหาไม่ได้ ก็อย่าโทษที่เว็บไซต์ค่ะ

คนตั้งหลายล้านคนเล่น ก็ไม่เห็นเป็นอย่างนี้ทุกคนเลยนี่คะ ?

THERE IS ALWAYS SOME MADNESS IN LOVE. BUT THERE ARE ALSO ALWAYS SOME REASONS IN MADNESS. THE BIGGEST OF ALL DIFFERENCES IN THIS WORLD IS BETWEEN THE ONES THAT HAD OR HAVE PLEASURE IN LOVE AND THOSE THAT HAVEN'T AND HADN'T ANY PLEASURE IN LOVE, BUT JUST WATCHED WITH SICK ENVY. SO HE DO THAT.

อยู่ที่สามัญสำนึกของคนเล่นมากกว่า..ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร เทคโนโลยีช่วยเราในการสื่อสารที่ไร้ขอบเขต แต่..ถ้ามนุษย์ใช้ผิดรูปแบบวัตถุประสงค์ เจตนาไม่บริสุทธิ์ บางที เจ้าตัวเทคโนโลยีก็สามารถนำความตายมาสู่ตัวได้เร็วเหมือนดิจิตอลได้เหมือนกัน.. สามัญสำนึก จริยธรรม คุณธรรม ใช้ได้เสมอกับทุกวงการค่ะ..

ในหัวข้อนี้ประเด็นหลักคงหนีไม่พ้นเรื่องของ กามตัณหาของมนุษย์นัน้เอง

มีหลายคนมากมายถามว่า มีวิธีใดบ้างที่สามารถกำจัดความต้องการเกี่ยวกับกามตัณหาราคะได้แบบเป็นรูปธรรม ทำได้เป็น Step ไม่กลับมาอีก ถึงกลับมาก็ให้เราสามารถปฏิเสธมันได้ เพราะเท่าที่ลองฝึกปฏิบัติดูเกี่ยวกับการพิจารณาซากศพ สิ่งเน่าเหม็นต่างๆ แล้ว แต่ว่าไม่สามารถทานกำลังของกามราคะได้ ท้ายที่สุดต้องยอมมันอยู่ร่ำไป ตอนอยากก็ทนไม่ไหว พอหายอยากก็ตาสว่างขึ้นนิดหน่อย วงรอบแบบนี้เกิดขึ้นจนน่าเบื่อหน่าย

บางคนก็พิจารณาซากศพแล้วยังย้อนกลับไปเสพสุขจากกามได้ อย่างนี้ก็มี ขอให้อาศัยการพิจารณาสิ่งที่เธอเกลียดที่สุด ขยะแขยงที่สุด เช่น สอดใส่องค์กําเนิดในซากศพ หรือในหลุมที่มีแมลงน่าเกลียดน่ากลัว ไปลองพิจารณาโดยหยิบสิ่งที่เกลียดที่สุดขึ้นมาพิจารณาร่วมกัน นี้อีกทางหนึ่ง อย่างเช่น คนที่ทานอาหารจานหนึ่งจนหมด ถ้าได้รู้ว่าอาหารจานนั้นแท้ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้มีแมลงสาบไต่ขึ้นยั้วเยี้ยะ แต่คนที่นํามาเสริพนั้น เพียงแต่ปัดแมลงสาบออกไปแล้วนํามาเสริฟให้เธอทานเท่านั้น เธอรู้ทีหลัง เธอจะยังความพอใจในอาหารนั้นหรือไม่เล่า? นั่นล่ะ พิจารณาด้วยรูปแบบเดียวกันอย่างนี้เสีย

พิจารณาซากศพไม่หาย ไม่คลาย ก็ให้พิจารณาความไม่เที่ยงของกามประกอบกันไป พิจารณาให้เห็นความไม่เที่ยงของสิ่งที่เราติดนั้น แต่ต้องพิจารณาตอนประสบอารมณ์จริงๆ ฝืนมันและก็สอนมัน

กามราคะที่มันย้อนกลับมา บางครั้งเรายอมมัน เพราะมันชินกับการได้ยอมมันเรื่อยไป พอเกิดกําหนัด มันก็พาให้ตอบสนองเรื่อยไปในลักษณะที่ว่า "ครั้งนี้กูขอก่อน เดี๋ยวกูค่อยหาทางออกทีหลัง" อย่างนี้ใช่มั้ย เอ้า... เอาไปพิจารณาอย่างนี้.... ขอให้นําไปพิจารณาให้มากๆ จนเกิดปัญญานะ วงรอบมันเกิดบ่อย ก็พิจารณามันบ่อยๆ คือ พิจารณาจิตของเราตอนที่มันเกิดกําหนัดและหมดกําหนัด แล้วสร้างความรู้ขึ้นมาว่า "แท้ที่จริงแล้ว ความรู้สึกเหล่านี้มันไม่เที่ยง" ความรู้สึกต่างๆ เหล่านั้นมันเป็นของไม่เที่ยง เพราะมันมาแล้วมันก็ไป แต่ด้วยการที่เราตามใจมันมาโดยตลอด การตอบสนองมันทุกครั้งไปจึงเกิดขึ้น พยายามสอนใจอย่างนี้ทุกๆ ครั้ง รู้ให้ทันอารมณ์ในทุกครั้งที่เกิด และเมื่อมันเกิดก็จงหยุดนิ่ง ยืนนิ่งๆ แล้วพิจารณามัน มันจะใช้เวลานานพอสมควรเพื่อทําให้กามมันคลาย อาจจะหลายๆ วงรอบของการเกิดมัน กว่าที่ความเคยชินที่มันอยู่กับเธอมันลดลง อาศัยความพยายามให้มากๆ ลองวิธีนี้ดู เป็นการใช้ปัญญามองให้เห็นถึงสภาพความเป็นจริงของสิ่งเหล่านี้..... และเมื่อตอนที่เราตาสว่างเพราะหมดความอยากแล้ว ก็พิจารณามันอีก สร้างความเห็นที่ถูกต้องรอท่าไว้ก่อน บริกรรมเอาไว้ให้มากๆ อย่าทิ้งการบริกรรม

หรือเธอจะล่อมันออกมาก็ได้ กามราคะมันเกิดตอนที่เผลอใช่มั้ย แต่ถ้าในเวลาอื่นๆ ที่มันยังไม่เกิด และถ้าเธอมีสติพร้อม เธอก็จงล่อมันออกมา ไม่ต้องรอให้มันเกิด แล้วอาศัยความที่เรามีสติพร้อมนั้นพิจารณามันและสอนจิตให้ดัดสันดานความเคยชินในตอนนั้น สอนในตอนนั้นนะ จําเอาไว้ สอนในตอนนั้น ตอนที่เกิดอารมณ์ หรือตอนที่เสพมัน แต่ก่อนอาจจะเสพแบบไม่มีสติ แต่นี้ต่อไป เธอจงตั้งสติแล้วพิจารณามันด้วยปัญญา บอกมันว่า "มันไม่เที่ยง".... "อารมณ์เหล่านี้มันเกิดแล้วมันก็ผ่านไป" ดูมันให้มากๆ ลืมตาดูมันว่ามันเกิดและดับอย่างไร อย่าไปคล้อยตามกามราคะ เวลามันเกิด ก็ให้รู้ว่าเกิด เอ้า... อย่างนี้แหล่ะ พิจารณาด้วยปัญญาให้บ่อยๆ เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบ่วงกามได้ด้วยการพิจารณาด้วยตนเอง

สรุปก็คือ พยายามสอนจิตให้เกิดปัญญา ว่าแท้ที่จริงแล้วความรู้สึกทางกามนั้นมันไม่เที่ยง แต่เรานั้นเคยชินกับการที่ได้ตอบสนองมันมานานจนมันกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดี มันย่อมคล้อยตามไปเรื่อยๆ นี่เป็นวิธีที่จะช่วยให้คลายได้ พยายามพิจารณาลักษณะนี้ให้มากๆ เข้าไว้ ทําให้ต่อเนื่อง อย่าให้มันขาดสายกัน

ไม่น่าเกี่ยวกับhi5 น่าจะเป็นที่ตัวบุคคลมากกว่า น่าจะเป็นปัญหาด้านจิตเวช ส่วนตัวของท่านนี้ก็ได้ มีความหวาดระแวงตลอดเวลา

เล่นhi5แล้วต้องระวังกันขนาดนั้นคงไม่เกี่ยวข้องกับ hi5 แต่ว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับตัวบุคคลทีเล่นมากกว่าว่าจะทันความคิดและการกระทำของตนเอง ได้มากน้อยขนาดไหน

น่าจะเป็นเรื่องของบุคคล ส่วน hi5 ก็เป็นที่นัดพบแบบหนึ่ง เปรียบได้เมือนสถานที่ทั่วไป

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี