เวลาทำวัตรเย็น สี่ตาจะไปนั่งฟังพระสวดมนต์อย่างสงบเสงี่ยม เสร็จแล้วจะช่วยคาบกล่องแว่นตาของพระอาจารย์กลับกุฎิ

หลายคนอาจเคยรับรู้เรื่องราวของหมาฉลาดๆ มาแล้วหลายตัว แต่ผมเชื่อว่าเรื่องของ “สี่ตา” จะทำให้ท่านต้องทึ่ง

                “สี่ตา” เป็นหมาข้างถนนครับ พระอาจารย์บุญยืนนำมาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก มันได้ชื่อนี้ก็คงเพราะแต้มสีน้ำตาลอ่อนเหนือตาทั้งสองทำให้มันดูเหมือนมีสี่ตา  พระอาจารย์บอกว่าไม่ได้สอนมันเลย แต่สี่ตาผู้กตัญญู กลับรู้จักช่วยพระอาจารย์คาบสิ่งของสารพัดได้เอง ตั้งแต่ ย่าม ตาลปัตร กล่องแว่นตา แม้กระทั่งของหนักๆ อย่าง บาตร และสังฆทาน !

                มีรายการทีวีหลายรายการมาถ่ายเรื่องเจ้าสี่ตาไปเกือบทุกช่องแล้วครับเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นสี่ตายังหนุ่ม รูปร่างเพรียวคล่องแคล่วมาก มันคาบสังฆทานหรือ “ถัง” ฆทานที่เราคุ้นคุยกันนี้ละครับ ช่วยพระอาจารย์เอาไปเก็บ  ใครเคยหิ้วถังสีเหลืองแบบนี้ คงทราบนะครับว่าไม่ได้เบาเลย

                เวลาเช้าพระอาจารย์ไปบิณฑบาตรกลับมาแล้ว พอถึงโค้งใกล้จะถึงวัด เจ้าสี่ตาซึ่งรออยู่ จะวิ่งจากประตูวัดรีบมาช่วยคาบบาตรพระอาจารย์กลับวัด!

                เวลาทำวัตรเย็น สี่ตาจะไปนั่งฟังพระสวดมนต์อย่างสงบเสงี่ยม เสร็จแล้วจะช่วยคาบกล่องแว่นตาของพระอาจารย์กลับกุฎิ

 

                เวลาที่พระอาจารย์ไปบรรยายธรรมะที่โรงเรียนวัดพระราม ๙ สี่ตาจะตามพระอาจารย์ไปนั่งฟังด้วย จนเป็นที่รักและขวัญใจของเด็กๆ ทุกคน

                ใครอยากทักทายเจ้าสี่ตา ไปทำความรู้จักมันได้ที่วัดพระราม ๙  แต่อย่าเอาอาหารให้มันนะครับ เพราะตอนนี้มันอ้วนเกินไปหน่อยแล้ว

                ....

                ในชั่วโมงเรียนของพระใหม่ครั้งหนึ่ง พระอาจารย์มหาฯ เล่าว่า เกิดเป็นมนุษย์โชคดีที่ได้มีโอกาสทำบุญ สะสมบุญไปภพภูมิที่สูงขึ้นไป ถ้าใครทำบาปหนักก็ต้องไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน หรือเปรตบ้าง  มีใครในหมู่พระใหม่ถามว่า ถ้าเกิดในภพภูมิต่ำอย่างสัตว์เดรัจฉาน แล้วจะทำบุญได้อย่างไร มิต้องตกนรกกันตลอดเลยหรือ?

                ใครบางคนช่วยตอบทันทีว่า “สี่ตาไง”

                ผมเชื่อว่าผลบุญของสี่ตา คงช่วยให้มันได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดีขึ้นๆ อย่างแน่นอน

(หมายเหตุ ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์บุญยืน เอื้อเฟื้อภาพประกอบเรื่องทั้งหมดนี้ให้เราชมกันครับ)