จดจำ*ครูคนหนึ่ง ตราตรึงไว้ในดวงใจค่ะ......เรียนเพื่อรู้และแบ่งปันมิใช่แข่งขัน..เสมอไป

จดจำ*ครูคนหนึ่ง ตราตรึงไว้ในดวงใจค่ะ

 

ครูของเราท่านนี้ ท่านมีวิธีสอน "เหมือนไม่ได้สอน"

ท่านสอนภาษาไทยตั้งแต่ไหนแต่ไรมา

เราได้เรียนกับท่าน สมัยเราอยู่ประถมห้า

เป็นการไปเรียนคล้าย ๆ เรียนเสริมพิเศษ ที่พิเศษจริง ๆ คือ "เรียนฟรี"

เป็นโรงเรียนสอนพิเศษแบบการกุศล สอนธรรมเป็นหลัก

เป็นโรงเรียนนอกเวลา คือสอนตอนเย็น ๆ หลังเวลาเรียนปกติ และ เสาร์ อาทิตย์

ไม่เลือกเด็กที่รับมาเรียนเลยค่ะ  รับทุกคนที่มาเรียน ไม่เลือกชั้นวรรณะ

ไม่เลือกศาสนา (ศาสนาพุทธนี่ใจกว้างเป็นแม่น้ำ)

 

นักเรียนใส่ชุดโรงเรียนกลางวันของตัวเองมาเรียนค่ะ สวมรองเท้าแตะได้

นักเรียนบางคนกลางวันไม่ได้เรียน คงมีความจำเป็น ก็ให้ใส่ชุดสุภาพหน่อยมาได้

 

ชื่อ"โรงเรียนยุวพุทธิกสมาคม" 

จังหวัดชลบุรี

 

*ครูคนหนึ่ง* คนนี้มีส่วนอย่างมากที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรา ซึ่งเพิ่งจบการเรียนชั้นประถมต้นจากโรงเรียนจีนมา สนใจและชอบภาษาไทยมาก


ท่านมักจะนำรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมือมาที่โรงเรียน


ท่านให้เด็ก ๆ เขียนไทย คำไทยตามคำบอก

แล้วเมื่อเฉลยก็อธิบาย ความหมายของคำศัพท์นั้น ๆ
ท่านไม่ได้สอนสนุกขบขันมากนัก แต่ท่านมีความเมตตาปราณีเต็มเปี่ยม

เด็กคนไหนไม่มีดินสอ ท่านเอามาเผื่อและให้ไปใช้ที่บ้าน


ท่านแต่งกายเรียบร้อย สมถะ

 

ท่านตัดผมเกรียน อ้อ ท่านเป็นครูผู้ชายค่ะ

พูดจาสุภาพ ดุ และ ว่ากล่าวนักเรียนพอสมควร โดยไม่เคยใช้อารมณ์

 

ท่านเล่านิทานพุทธชาดกให้นักเรียนฟังบ่อย ๆ


บางคราวท่านก็สอน "การแต่งกลอน"  เพราะท่านคงมีความชอบและฝืมือทางนี้ เมื่อมาคิดทบทวน

 

วิธีที่ท่านสอนแล้ว ดูเหมือนไม่ได้สอน คือ

ท่านจะมีคลังคำ คำศัพท์ภาษาไทยมาให้นักเรียนได้ทดสอบเล่นเป็นเกมกัน

แข่งขันกันเล็กน้อย เช่นนักเรียนคนไหนเขียนถูก มากคำที่สุด ก็ได้รางวัลประจำวันไป แน่นอนค่ะ เป็นรางวัลที่น่าจะเป็นสิ่งที่ท่านหามาเองเป็นการส่วนตัว

 

รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ความภูมิใจนั้น ยิ่งใหญ่

 

ท่านสอนเด็ก ๆ รวมถึงเรา ให้รู้จักการโต้วาที ยอวาที คำอาราธนาศีล อาราธนาธรรมฯลฯ

ท่านสอนเราอ่านหนังสือรายสัปดาห์ที่ไม่มีพิษ ไม่มีภัยในสมัยนั้น รู้สึกจะเป็น ตระกูลฟ้า.."ฟ้าเมืองไทย,ฟ้าเมืองทองและ ฟ้านารี.."  โดยการชวนคุยถึงเรื่อง นิยาย เรื่องสั้นที่มีนักเขียนมือใหม่ ๆ ส่งมา


จำได้ขึ้นใจ คือ "เขาเริ่มต้นที่นี่"

 

เมื่อสักครู่ไปอ่านบันทึกนี้ ของ อาจารย์ดอกไม้ทะเล พี่แอมป์มา และ แสดงความคิดเห็นไว้ดังนี้

จึงระลึกถึงท่านมากเป็นพิเศษ

ปัจจุบัน ครูท่านนี้ และ เรา

ซึ่งบังเอิญโคจรมาพบกันโดยไม่คาดฝัน ในสมาคมนักกลอน ยังติดต่อกันเนือง ๆ

ห่างหาย ขาดตอนบ้าง

แต่คืนนี้ ลูกศิษย์คนนี้ คงต้องลิ้งค์ หรือส่งบทบันทึกนี้ไปยังท่าน ทางจดหมายอิเล็คโทรนิคค่ะ

 

ระลึกถึงบุญคุญท่านค่ะ

 

คุณครูบุญรอด ปาณปุณณัง

 

 

แหมเกือบลืมบอกตอนสำคัญเล็ก ๆ นิดหนึ่งว่า

มีเด็กหญิงคนหนึ่ง กวาดรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เกือบทุกคืนจากการแข่งเขียนคำศัพท์ภาษาไทยที่ว่า

จนครูมากระซิบวันหนึ่งว่า

"หนูจ๊ะ ต่อนี้ไป ครูขอให้คนอื่น ๆ เขาแข่งกันนะ แต่ครูมีสิ่งละอันพันละน้อยแก่หนู นะครับ"

เด็กคนนั้นจึงได้บทเรียนบทแรก ว่า


เรียนเพื่อรู้และแบ่งปันมิใช่แข่งขัน..เสมอไป

 

 

 

**บันทึกนี้วาบมาจากการไปอ่าน บันทึกนี้ ของ อาจารย์ดอกไม้ทะเล พี่แอมป์ค่ะ**

และมีเพิ่มเติมนิดหน่อยค่ะ

 

(จากความคิดเห็นข้างล่างค่ะ ขอยกขึ้นมารวมกันไว้ในบันทึก)


จึงระลึกถึงท่านมากเป็นพิเศษ

ปัจจุบัน ครูท่านนี้ และ เรา ซึ่งบังเอิญโคจรมาพบกันโดยไม่คาดฝัน ในเวบไซต์ของ สมาคมนักกลอน ยังติดต่อกันเนือง ๆ

ห่างหาย ขาดตอนบ้าง แต่คืนนี้ ลูกศิษย์คนนี้ คงต้องลิ้งค์ หรือส่งบทบันทึกนี้ไปยังท่าน ทางจดหมายอิเล็คโทรนิคค่ะ

 

ระลึกถึงบุญคุญท่านค่ะ

 

ความจริงวิธีที่เราได้พบกันนั้น มหัศจรรย์ และ ไม่ได้พบกันในแบบตรง ๆ หรือง่าย ๆ นะคะ

มีกามเทพ..หรือคือ สื่อกลางเป็นหนุ่มแฟนคลับ(คุณลุงธงชัย จุลินทร) อายุอานาม เจ็ดสิบสี่หยก ๆ ค่ะ ช่วยให้เราได้พบและเจอกัน

 

เนื้อความในจดหมายลายมือจริงของคุณครูที่เขียนไปถึงเพื่อนสนิท..ท่านที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง นั้น  มีตอนหนึ่งว่าไว้ว่า..


"ดูจากที่คุณ...เล่าว่า เธออาจจะเป็นลูกศิษย์ผมคนหนึ่งในสมัยที่ผมอยู่จังหวัดบ้านเกิดนั้น ผมว่าในส่วนที่คุณบอกว่า ได้เขียนจดหมายคุยกัน ได้ไล่เลียงปีพ.ศ.กันระหว่างที่เธอยังเรียนอยู่ในจังหวัดนั้น และจากที่เธอเล่าถึงคุณครูสอนภาษาไทยคนหนึ่ง..ซึ่งคุณอยู่ดี ๆ ก็นึกถึงผม.."


"ผมเองคิดว่ามีประเด็นที่เป็นไปได้คือ หนึ่ง ผมยังจำชื่อจริงและนามสกุลเธอได้ แต่นามสกุลตอนนี้เปลี่ยนไป ก็เอาละ เธอคง
แต่งงานน่ะ"


"ที่ผมกลัวอยู่ประการหนึ่งว่าจะไม่ใช่ ก็ในส่วนที่ว่า เด็กคนที่ผมเคยสอน และได้รับรางวัลเด็กดี เขียนไทยถูกต้องเสมอ ๆ นั้น.."

"เธอเงียบ เรียบร้อย พูดน้อยจนบางวันไม่พูดเลย..."

"ผมว่า สำนวนการเขียนทั้งจดหมายและกลอนด้วยเหล่านี้ มันดูสวิงสวายเกินกว่าที่จะเป็นเธอ"

 

 

แฮ่ม กว่าจะพบเจอกัน ถ้าเป็นใคร ๆ ได้อ่านหรือรับทราบข้อมูลตรงนี้ จะหัวเราะ หรือ..ลังเลใจดีคะ..อิ อิ

 

แต่ดิฉันไม่รอช้าค่ะ มั่นใจมาก ๆ เลยว่าใช่ จึงรีบจดหมายไปคุย คัดลายมือไปแบบเดิม ๆ

 

มีความสุขมาก ๆ ค่ะเมื่อได้กราบสวัสดี และได้พบ ได้พูดคุย กับคุณครูที่เราประทับไว้ในใจมานาน

 

วันนี้กลับมาเขียนเพิ่มเติม มาเขียนถึง

ยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่เลยค่ะ