ภาวะการทำงานของสตรีในสังคมใหม่
ในสังคมปัจจุบัน เป็นสังคมที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่ง แข่งขันกัน ต้องทำทุกอย่างแข่งขันกับเวลาที่ล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้หญิงได้เข้ามามีบทบาทในวงการทำงานต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งงานธุรกิจส่วนตัว งานบริษัทต่าง ๆ ตลอดจนไปถึงงานรับจ้างอื่น ๆ ทั่วไป สังคมที่เปลี่ยนไปนี้ส่งผลถึงภาวการณ์ทำงานของผู้หญิงที่เปลี่ยนไปในรูปแบบใหม่มากขึ้น ก่อนที่จะรู้จักกับสิ่งนี้จำเป็นต้องทำความรู้จัก และเข้าใจความหมายของคำต่าง ๆ ก่อน คือ
ภาวะ หมายถึง สภาพที่คงอยู่ เป็นอยู่
การทำงานของสตรี หมายถึง ลักษณะ / รูปแบบการทำงานของผู้หญิง
สังคมใหม่ หมายถึง สังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันกัน สังคมใหม่นี้อาจ
เปรียบได้เหมือนเป็นสังคมอุตสาหกรรมก็เป็นได้
เมื่อรู้จักและเข้าใจความหมายของคำแล้ว ต่อไปก็มาทำความรู้จักกับ “ ภาวะการทำงานของสตรีในสังคมใหม่ ” กันว่าเป็นอย่างไร
ลักษณะ / รูปแบบ การทำงานของสตรีในสังคมใหม่
ในอดีตสังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม ผู้ชายจะมีบทบาทเป็นผู้นำหรือช้างเท้าหน้า ส่วนผู้หญิงเป็นผู้ตามหรือช้างเท้าหลัง ผู้ชายมีสิทธิทางสังคมมากกว่าผู้หญิง ทั้งสิทธิทางด้านการศึกษาผู้ชายก็มักจะได้รับการศึกษาสูงกว่าผู้หญิงเพราะสามารถเข้าเรียนกับพระสงฆ์ได้ ในด้านการเป็นผู้นำ สังคมมักจะให้โอกาสผู้ชายเป็นผู้นำมากกว่าผู้หญิง และผู้หญิงก็มักจะถูกปิดกั้นไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมในด้านการเป็นผู้นำ ผู้หญิงจะมีหน้าที่เป็นเพียงแม่บ้าน ทำงานบ้าน ดูแลบ้านและคนในครอบครัว หากใครไปทำงานนอกบ้านมักจะไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม เว้นแต่ผู้หญิงคนนั้นมีความสามารถเก่งจริง ๆ สามารถพิสูจน์ตนเองได้จนเป็นที่ยอมรับของสังคม
ต่อมาระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไปสังคมไทยได้ก้าวหน้าไปสู่สังคมอุตสาหกรรมมากขึ้น สังคมในลักษณะนี้จะเต็มไปด้วยความเร่งรีบ รีบร้อน แก่งแย่ง แข่งขันกันทำงานชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนเปรียบเสมือนสายพานในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมักจะเริ่มต้นจาก ตื่นเช้าอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน ตอนเที่ยงพักกินข้าว 4 โมงเย็นเลิกงานกลับบ้าน นอนพักผ่อนที่บ้านตอนเช้าตื่นไปทำงาน วนเวียนเป็นวัฎจักรแบบนี้ทุกวัน เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก เปิดกว้างมากขึ้นทำให้ผู้หญิงมีโอกาสได้รับสิทธิหลาย ๆ อย่างเท่าเทียมกับผู้ชาย เช่น การศึกษาผู้หญิงมีโอกาสได้รับการศึกษาเท่าเทียมกับผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในการทำงาน หรือ ทำงานนอกบ้านเป็น working women กันมากขึ้น อาจกล่าวได้ว่าผู้หญิงสมัยใหม่มีแนวคิด ลักษณะ รูปแบบการทำงาน ดังนี้
- ตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง ทุกอย่างที่พวกเธอทำต้องออกมาดีเลิศไม่น้อยหน้าใคร
- คิดว่าตนเองก็มีความสามารถทำงานได้ไม่น้อยหน้าผู้ชาย สามารถหาเงินเลี้ยงตนเอง
ได้
- ส่งผลให้ในสมองมีแต่งาน คิดแต่เรื่องงาน จนในบางครั้งละเลยคนรอบข้าง
- เครียดเกินไป อาจเกิดภาวะโรคเครียดจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- ไม่มีเวลาให้ตนเอง ปล่อยปะละเลยตนเองและคนรอบข้าง
- และจะรู้สึกว่าตนเองด้อยมาก เมื่อทำงานไม่ถูกใจเจ้านาย
ลักษณะของ working women ที่กล่าวมานี้สรุปได้ว่าเป็นลักษณะการทำงานของผู้หญิง ที่
ทำงานแบบบ้าคลั่ง หรือ บ้างานนั้นเอง
ปัจจัยที่ส่งผลให้ “ ผู้หญิงทำงานอย่างบ้าคลั่ง ”
ด้านเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจโดยภาพรวมในปัจจุบันเป็นเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอุตสาหกรรม เศรษฐกิจในลักษณะนี้มักจะเห็นได้ชัดในสังคมเมืองทั่ว ๆ ไป ที่ทุกอย่างเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ทุกคนต้องแก่งแย่งแข่งขันกันทำงาน ต้องทำงานแข่งขันกับเวลา ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ตนมีจุดยืนในสังคม มีชีวิตอยู่รอดได้ เหตุผลดังกล่าวนี้จึงเป็นตัวผลักดันให้ผู้หญิงออกมาทำงานนอกบ้านกันมากขึ้น เมื่อผู้หญิงเหล่านี้ตกอยู่ในภาวะที่ต้องแข่งขันกันในทุก ๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องการทำงาน เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะทำให้งานของตนออกมาดีเลิศที่สุด ทำทุกอย่างเพื่อให้ตนอยู่รอดมีจุดยืนในสังคมการทำงาน มีเกียรติศักดิ์ศรีเป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมงาน เขาจำต้องมีวิถีการทำงานที่ขยันเพิ่มขึ้นเป็นหลาย ๆ เท่า อาจถึงขั้นบ้างานก็เป็นได้ เพื่อที่เขาจะได้ไปถึงยังจุดหมายที่เขาหมายปอง
ด้านสังคม
เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบใหม่ เปิดกว้างมากขึ้นจึงทำให้ผู้หญิงมีสิทธิเท่าเทียมกันกับผู้ชายในหลาย ๆ เรื่อง แต่บางอย่างก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม ผู้หญิงที่มีอุดมการณ์มุ่งมั่น เขาก็จะต้องการเป็นที่ยอมรับ และต้องการมีเกียรติในสังคม อย่างเช่น งานทางด้านการเมือง ซึ่งยังไม่เปิดกว้างมากนักสำหรับผู้หญิง หญิงเหล่านี้จึงต้องทุ่มเททำงานหนัก ทำงานอย่างบ้าคลั่ง เพื่อสร้างผลงานพิสูจน์ตัวเองจนเป็นที่ยอมรับของเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน และสังคม หรือบางคนอาจผลักดัน พลิกผันตนเองให้มีบทบาทเป็นผู้นำทางด้านการเมืองก็เป็นได้
ด้านวัฒนธรรม
เมื่อเศรษฐกิจ สังคมเปลี่ยนแปลงไป ก็ย่อมส่งผลถึงวัฒนธรรมของคนที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย จากเมื่อก่อนที่เคยพึ่งพิง พึ่งพาอาศัยกัน ผู้คนก็เปลี่ยนไปเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น ส่งผลให้แนวคิดคนเปลี่ยนไป คือ เราต้องพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุด ต้องยืนด้วยลำแข็งของตนเองให้ได้ จึงส่งผลให้ผู้หญิงออกมาทำงานนอกบ้านกันมากขึ้น และเขาเหล่านี้ก็ต้องทำงานเพื่อแลกเงินมาเลี้ยงชีพตนเองและพ่อแม่ ด้วยต้องการหาเงินมาเลี้ยงหลายปากท้องที่รอคอยอยู่ หญิงเหล่านี้จึงต้องทำงานขยันเพิ่มขึ้นเป็น 2 – 3 เท่าตัว เพื่อจะได้หาเงินมาให้เพียงพอกับความต้องการของทุกคน ด้วยเหตุนี้อาจส่งผลให้เขาทำงานอย่างบ้าคลั่ง เพื่อแลกเงินมาเลี้ยงชีพตนและครอบครัว หรือในบางรายที่แต่งงานแล้ว ก็ไม่ต้องการพึ่งพาฝ่ายชายเพียงอย่างเดียว จึงผลักดันตนเองออกมาทำงานนอกบ้านมากขึ้น
เมื่อผู้หญิงเหล่านี้ทำงานแบบบ้าคลั่ง หรือ บ้างาน ย่อมส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเขา และคนรอบข้างตัวเขาอย่างแน่นอน ซึ่งมีทั้งด้านบวก และด้านลบ
ลักษณะชีวิตความเป็นอยู่ของหญิงบ้างาน
ชีวิตด้านการงาน
หญิงบ้างานส่วนมากมักจะประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน สามารถเดินทางไปสู่จุดหมายที่ตนต้องการได้ จนกลายเป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมงาน เจ้านายและสังคม มีเกียรติ มีหน้าตาในสังคม สามารถสร้างรายได้ได้จำนวนมากขึ้น จนเหลือใช้ เหลือเก็บ ส่งผลให้ฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น
ชีวิตด้านครอบครัว / คู่ครอง
ในกรณีที่หญิงบ้างานแต่งงานแล้ว การบ้างานของเขาจะส่งผลให้เขาไม่มีเวลาให้กับครอบครัว อาจจะละเลยการดูแลสามีและลูก ละเลยการดูแลบ้าน ทำงานบ้าน ซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากในสังคมปัจจุบัน หญิงเหล่านี้มักจะส่งลูกไปฝากเลี้ยงในเนเซอรี่ พอโตหน่อยเข้าเรียนชั้นประถมก็มักจะส่งเข้าเรียนโรงเรียนกวดวิชา เพื่อฝากเขาเลี้ยงดูในตอนเลิกเรียน และในวันเสาร์ – อาทิตย์บ้าง เด็กในวัยนี้เขาต้องการที่จะเล่นสนุกกับเพื่อน ๆ มากกว่าที่จะต้องมานั่งเรียนอย่างเคร่งเครียด เขาต้องการใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่บ้างแต่ก็ขาดส่วนนี้ไป ทำให้ลูกห่างเหินไม่ค่อยผูกพันธ์กับพ่อแม่ หากคิดในอีกแง่มุมหนึ่งก็เป็นสิ่งดีที่พ่อแม่ส่งลูกไปเรียนโรงเรียนกวดวิชา แต่ควรจะส่งลูกไปเมื่อลูกเขามีความพร้อม มีความต้องการที่อยากจะเรียนด้วยตนเอง การส่งเขาไปเรียนกวดวิชาโดยที่ไม่ถามถึงความรู้สึกเขานั้น เปรียบเสมือนการบีบบังคับให้เด็กนั้นเป็นไปตามที่พ่อแม่ต้องการ ในส่วนของสามีก็มีเวลาให้กันน้อยลง อาจทำให้สามีเกิดความเบื่อหน่าย นำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งกันได้ง่าย เมื่อเป็นเช่นนี้บ่อย ๆ อาจถึงขั้นหย่าร้างกัน นำไปสู่ปัญหาการหย่าร้างของสังคมได้
ในกรณีหญิงบ้างานเป็นคนโสด การบ้างานของเขาจะทำให้เขาไม่มีเวลาให้กับคนรอบข้างตัวเขา ในสมองของพวกเธอมีแต่เรื่องงาน ไม่คิดสนใจเรื่องอื่น ๆ เกิดภาวะเครียดเกินไป และผลสุดท้ายในบางรายอาจไม่ดูแลตนเอง ปล่อยปะละเลยตนเองให้โทรม หัวฟู เป็นยัยป้าบ้างานก็อาจเป็นได้ ผู้หญิงที่ไม่ดูแลตนเองแบบนี้มักจะไม่เป็นที่สะดุดตา สะดุดใจของบรรดาเหล่าผู้ชายเลยแม้แต่นิดเดียว แต่หญิงบ้างานบางคนก็อาจเป็นคนที่ชอบดูแลตนเอง รักสวยรักงาม หญิงลักษณะนี้จะเป็นที่หมายปองของผู้ชาย แต่เมื่อมีผู้ชายเดินเข้ามาในชีวิต หญิงลักษณะนี้มักจะไม่สนใจ เพราะในสมองของพวกเธอมีแต่เรื่องงาน ทำให้ผู้ชายที่ตามแจกขนมจีบรู้สึกเบื่อ และไม่อยากเข้ามาแจกขนมจีบให้หญิงลักษณะนี้อีก สุดท้ายอาจจะส่งผลให้หญิงบ้างานเหล่านี้ขึ้นคานไปในที่สุด
หากหญิงบ้างานทั้งหลาย อยากจะบ้างานให้น้อยลง เพราะไม่อยากขึ้นคานหรือหย่าร้างกับสามี ก็คงต้องปรับปรุงตัวเสียใหม่ ให้ตนมีวิถีการทำงานแบบใหม่ที่ยืดหยุ่นกว่าที่เป็นอยู่ โดยมีเคล็ดลับของหญิงทำงานยุคใหม่ดังต่อไปนี้
-รู้จักแบ่งเวลา
ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้ดีในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องคนรัก เรื่องเพื่อน ควรแบ่งเวลาให้เป็น เพราะจะได้มีเวลาให้คนอื่นบ้าง รวมทั้งตัวคุณเองด้วย
-หางานอดิเรกทำ
การที่คุณทำงานมากเกินไป อาจไม่ใช่เพราะว่าคุณชอบทำงานหรอก แต่อาจจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับว่า มันเป็นงานอดิเรก เพราะคุณทำงานตลอด 24 ชั่วโมง หางานอดิเรกอย่างอื่นทำบ้าง เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้ตัวเอง จำไว้ว่า “ การทำงานไม่ใช่งานอดิเรก”
-ดูแลตัวเอง
ควรจะคอยดูแลตัวเองให้ดีขึ้น กินอาหารให้ตรงเวลา เจียดเวลาไปออกกำลังกายบ้าง อย่าปล่อยปละตัวเองให้โทรม ทำงานหัวฟู ผู้ชายที่ไหนเขาจะชายตามอง หัดแต่งตัวสวยออกนอกบ้านบ้าง หนุ่มจะได้หันมาสนใจ
หากทำได้เช่นนี้รับรองได้เลยสามีสุดที่รักของคุณจะไม่ไปไหนไม่เกิดอาการเบื่อหน่ายคุณและสาวโสดก็จะได้ลงจากคานทองนิเวศกันเสียทีครานี้คุณก็จะได้ประสบความสำเร็จทั้งในชีวิตการงานและชีวิตคู่อย่างแน่นอนคุณจะได้มีความสุขอย่างแท้จริงกับเขาสักทีนี่แหละถึงจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็น“ หญิงยุคใหม่ ”ที่เพียบพร้อมอย่างแท้จริง
ประชาสัมพันธ์ร่วมสร้างคนดี - ศูนย์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคม เป็นวิทยากรอบรมธรรมะ โครงการอิ่มบุญ วุฒิสภา ๙๙๙ วัด เยาวชนปฏิบัติธรรม ระยะเวลา ๓ วัน ๒ คืน ๑. ค่ายวัยใส ใฝ่คุณธรรม นำพ้นภัย ยาเสพติด ๒. ค่ายพุทธบุตร อบรมบุคลากรในหน่วยงาน ๑. การเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ๒. พัฒนาจิต พิชิตงาน เบิกบานใจ สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคม อีเมล [email protected] โทรศัพท์ ๐๘๙๔๘๔๑๙๗๓