รัฐบาลอาจารย์กู้ เตรียมชง ครม. 3

รัฐบาลอาจารย์กู้  เตรียมชง ครม. 3  มี.ค. ขยายเพดานก่อหนี้  1.4  ล้านล้านบาท  อ้างกู้เงินเพื่อชดเชยขาดดุลงบประมาณ อัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดสิ้นปีงบ 52 ดันหนี้สูง 42% ต่อจีดีพี เข็นโครงการลงทุน PPPs รถไฟฟ้า-ทางหลวงพิเศษ รวม 1.3  แสนล้านบาท หลังเม็ดเงินภาครัฐเหือดหาย

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมการกำกับนโยบายหนี้สาธารณะ ที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เป็นประธาน ได้ประชุมปรับแผนการบริหารหนี้สาธารณะในปีงบประมาณ 2552 ครั้งที่ 2 โดยที่ประชุมได้เห็นชอบปรับขยายวงเงินตามแผนเป็น 1.313 ล้านล้านบาท จากเดิม 1.2 ล้านล้านบาท  ซึ่งจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติในวันที่ 3 มี.ค.นี้  ซึ่งจะมีการเสนอวงเงินสำรองไว้อีก 8 หมื่นล้านบาทด้วย  ดังนั้นจะทำให้วงเงินการบริหารจัดการหนี้สาธารณะที่จะเสนอ ครม.อนุมัติทั้งหมดอยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท  "การปรับแผนครั้งนี้เป็นการปรับเพิ่มวงเงินการบริหารหนี้อีก 1.17 แสนล้านบาท จากเดิม 1.2 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในส่วนที่รัฐบาลกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ และการกู้ต่างประเทศเพื่อใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงรัฐวิสาหกิจอีกบางแห่งมีการปรับแผนการก่อหนี้" นายพงษ์ภาณุกล่าว  โดยคาดว่าถึงสิ้นปีงบประมาณ  2552  หนี้สาธารณะจะอยู่ที่  42.73%  ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และภาระหนี้ต่องบประมาณอยู่ที่ 10.20% ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีไม่เกิน 50% และภาระหนี้ต่องบประมาณไม่เกิน 15%

สำหรับยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ล่าสุด ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2551 มีจำนวน 3,471,345 ล้านบาท หรือ 38.13%  ของจีดีพี เพิ่มขึ้น 49,369 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อน

นายพงษ์ภาณุกล่าวว่า ได้มีการเตรียมดำเนินการนำร่องใช้การลงทุนรูปแบบการลงทุนภาครัฐที่ร่วมเป็นหุ้นส่วนกับเอกชน (PPPs) ในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง  สายสีน้ำเงิน  และสายสีเขียว  ในวงเงินประมาณ 8  หมื่นล้านบาท และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-นครราชสีมา วงเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เป็นลำดับแรก "เพื่อให้โครงการลงทุนที่วางไว้แล้วสามารถเดินหน้าได้เลย เราคงจะปฏิรูปกฎหมายลูกและระเบียบต่าง ๆ ภายใต้ พ.ร.บ.ร่วมทุนเพื่อใช้ไปก่อน คาดว่าจะใช้เวลาราว 3-6 เดือนน่าจะปฏิรูปได้เรียบร้อย และหากจำเป็นต้องแก้กฎหมายแม่  คือ  พ.ร.บ.ร่วมทุน  จะมีการเสนอแก้ไขต่อไป"  นายพงษ์ภาณุกล่าว

สาเหตุที่ต้องนำรูปแบบ PPPs มาใช้ เนื่องจากพบว่าการลงทุนของภาครัฐลดลงอย่างมาก มีสัดส่วนน้อยกว่า 5% ของจีดีพี  โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับวงเงินงบประมาณ คือ จากสัดส่วน 26% ของจีดีพี ในปีงบประมาณ 2548-2549 ลดเหลือ 24% ของจีดีพีในปีงบประมาณ 2550-2551 และในปีงบประมาณ 2552 เหลือสัดส่วนเพียง 22% ของจีดีพี ซึ่งการลงทุนส่วนใหญ่ที่ผ่านมาถูกขับเคลื่อนจากภาคเอกชนเป็นหลัก

ไทยโพสต์   ASTVผู้จัดการออนไลน์  กรุงเทพธุรกิจ  สยามรัฐ 26 กุมภาพันธ์ 2552