....ช่วงเวลาระหว่างที่รอผลตรวจออกมานั้น ผมพูดได้ไม่อาย เรยยยว่า ผมร้องไห้ทุกวัน และทุกครั้งที่เหนแม่ะ ยิ้ม อย่างมีความสุข เวลาที่แกดูละคร เวลาที่แกเล่นกับเจ้าถุงเงิน ถุงทอง น้ำตาผมร่วงเองโดยอัตโนมัติ เพราะในใจมันพาลให้คิดไปว่า ภาพ และ เวลา เหล่านี้คงอยู่อีกไม่นาน
และผลตรวจของแม่ะก้อออกมาว่า...เปนไวรัสตับอักเสบ ซี ที่เปนมานานมากๆ อาการปัจจุบัน ตับแข็ง ม้ามโต จึงทำลายเกร็ดเลือดไปเรื่อยๆ ค่ารักษา เฉพาะค่ายา สำหรับคอร์ส 6 เดือน ประมาณ 3 แสนบาท
โรคนี้เปนโรคเดียวกับที่คุณตั๊ก มยุรา เปน ซึ่งเมื่อก่อนไทยเรา
ยังไม่มีการตรวจหาไวรัสตัวนี้ก่อนการถ่ายเลือดเนื่องจากไม่ปรากฏอาการ
และไม่รุนแรงเช่นไวรัสตับอักเสบ บี เพราะฉะนั้นหากคนที่คุณรู้จัก
เคยถ่ายเลือด หรือผ่าตัดในช่วง 10 กว่าปี คือ ก่อน พ.ศ. 2541 ควรไปตรวจหาซะ
หรือซัก 6-7 ปีที่แล้วก็น่าจะเสี่ยงด้วย ตอนนี้หลายคนเริ่มแสดงอาการ
และพบมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะคัฟ
หากไม่เข้าคอร์สการรักษา แต่รับยารักษาแบบประคองอาการไปเรื่อยๆ
ก้อจะอยู่ได้ไม่เกิน 5 -10 ปี เพราะเคสตัวอย่างที่ถึงที่สุดแล้ว ตายเร็วสุด คือ 5 ปีผ่าน
หรืออีกวิธีหนึ่ง คือ ตัดม้ามทิ้ง แต่ภูมิต้านทานในร่างกาย ก้อจะลดต่ำลงเรื่อยๆ
ซึ่งก้อยังสรุปไม่ได้ว่าจะอยู่ได้นานเท่าไร เพราะเคสนี้ ยังไม่ถึงที่สุด
หลังจากที่ทราบผลตรวจแล้ว ผมเองก้อคิดทันที ตอนนี้แม่ะก้อ 53 ขวบ
อยู่อีก 10 ปี ก้อ 63 .... แม่ะจะอยู่ได้แค่นี้เองเหรอเนี่ย ถ้าไม่รักษา
แต่แม่ะสวนกลับ หมอหนุ่ม ทันทีว่า..โห อยู่ได้อีกตั้ง 10 ปี เหนื่อยอีกนานเรยยย
“ ที่บ้าน เบิกได้ไหม ” หมอถามเรา แต่เราได้แต่มองหน้ากัน
เพราะเงินคงคลังของครอบครัว ลูกบังเกิดเกล้าผู้นี้ ผลาญไปแล้วไม่ถ้วน นับตั้งแต่ได้เกิดมา
ระหว่างทางกลับบ้านเราสองคนไม่ได้คุยอารัยกันเลย เกี่ยวกับผลตรวจ...
ช่วงเวลานั้น ผมทำทุกอย่าง หาทุกทาง คุยกับทุกคน พูดง่ายๆ หว่านไปทั่วอ่ะคัฟ
และใครแนะนำ หรือว่าอารัยมาเข้าหู ผมก้อจะเล่าให้แม่ะฟัง
...เอางี้มั๊ย แม่ะ ...ทำแบบนี้มั๊ย ...ไปหาหมอที่นี่มั๊ย
....มีคนบอกมาว่า ต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้ ควรจะทำนั่น ควรจะทำนี่...
ประมาณว่าทุกวัน จนเหมือนไม่มี สติ อยู่กับตัว โทรหาคนนั้นคนนี้ เพื่อนทุกคน
แต่ดันลืม เพื่อนแท้ ที่ดีที่สุดสำหรับเราไป นั่นคือ ...สติ...
ทำอะไรให้รู้ตัวอยุ่เสมอว่า กำลังทำอารัยอยุ่
ทำอะไรให้เข้าใจว่า สิ่งที่กำลังทำอยุ่นั้นเพื่ออารัย
ทำอะไรให้รู้ และเข้าใจว่า จะเกิดอารัยขึ้นตามมา และต้องยอมรับมัน
...แม่ะคงทนไม่ไหว เพราะผมเปนอยู่อย่างนี้หลายวัน
.....เฮ้ย!!! เมิงจะพล่านอีกนานมั๊ย ผมสะดุด ขณะกำลังเล่าเรื่องที่มีคนแนะนำมา ให้แม่ะฟัง
และแม่ะก้อได้พูดอารัยอีกหลายๆ อย่าง ซึ่งทำให้ผมได้เข้าใจว่า...สัตว์โลกย่อมเปนไปตามกรรม
จากนั้นมา ผมก้อเริ่มเอาทางธรรมเข้ามาช่วยบำบัดตัวเองก่อน เพราะรู้สึกว่าจะอาการหนักกว่า แม่ะ
แม่ะ จิตใจเข้มแข็งมาก เปนผู้หญิงที่สุดยอด ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนทั้งการกระทำและคำพูด
จากหนังสือ วิถีทางของ เต๋า ได้กล่าวไว้ว่า เต๋า เป็นเส้นทางคล้ายกับนกที่นกใช้บินไปบนท้องฟ้า
มันไม่ได้ทิ้งร่องรอย หรือเครื่องหมายใดๆ ไว้ให้เลย
นกบินไปโดยไม่มีร่องรอยใดๆ ไม่มีใครสามารถจะตามมันไปได้
ดังนั้น เต๋า จึงมีวิถีทางที่ไร้เส้นทาง มันไม่ใช่เส้นทางที่มีไว้พร้อมให้เราก้าวตามไปได้
เราจะต้องหามันให้เจอ และจะต้องหามันในวิถีทางที่เปนของเราเอง
เราไม่สามารถจะใช้วิถีทาง หรือเส้นทางของคนอื่นได้
ผมว่า เส้นทางชีวิตคนเรา ก้อน่าจะเปนแบบนั้น การแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตก้อน่าจะเปนแบบนั้น
เพราะคนเรา แต่ละคน ไม่เหมือนกัน ไม่มีใครเหมือนกัน ในโลกนี้ อย่างมากก้อแค่คล้าย
ยิ่งใจคนแล้วละก้อ ไม่ต้องไปพูดถึงเลย
ยากแท้หยั่งถึง ยากซึ่งจะเข้าใจ แม้กระทั่งเจ้าของใจ หลายครั้งยังไม่เข้าใจตัวเอง
...ทุกวันนี้ แม่ะ เลยเลือกเส้นทางชีวิตที่เหลืออยู่ของแม่ะเอง โดยแกบอกว่า ...ถ้าชั้นดูแลตัวเองดีๆ ทำตามที่หมอแนะนำ
ควบคุมอาหารการกิน ปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ อยู่ทุกวัน ไม่เครียด ออกกำลังกายทุกวัน ชั้นก้ออยู่ได้นานอยู่แล้ว...
นานพอที่ชั้นคงจะได้ทำอารัย หลายๆ อย่างที่ชั้นยังไม่ได้ทำ และอยากจะทำก่อนตาย...
ไม่จำเปนต้องไปเสียค่ารักษามากมายให้สิ้นเปลือง เพราะชั้นก้อไม่อยากได้ชื่อว่า
ตายไป มรดกก้อไม่มีเหลือทิ้งไว้ให้ลูกหลาน เดี๋ยวถึงครบรอบวันตาย วันไหว้
ลูกหลานมันจะพาลให้อดอยากเอาได้ในเมืองผี...
ฟังที่แม่ะพูดแร้ว ผมเองก้อยังสงสัยว่า ทำไมแกถึงมองเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างเปนธรรมดา ที่สุด
ผมเองก้อเริ่มดำเนินชีวิต เข้าใจชีวิตอย่างแม่ะบ้างแล้ว และคาดหวังไว้ว่า ผมจะได้ไม่ต้องมานั่งเขียนถึงเรื่อง เสียใจ ในสิ่งที่ผ่านมาอีก
เข้มแข็ง สู้ๆ นะ แม่ะยังไม่อ่อนแอเลย คุณก็ต้องไม่แสดงความอ่อนแอให้ท่านเห็นเหมือนกันนะ ต้องเป็นกำลังใจให้กันและกันนะ สู้ ๆ
ขอบคุณมากครับ คุณ edura
สวัสดีค่ะน้อง
นำดอกเหลืองปรียาธร ณ มมส มาฝากค่ะ
พี่มาเยี่ยมค่ะ
สบายดีนะคะ