ผมมารู้จัก CSR จริงๆ ก็เมื่อได้สัมผัสกับมันด้วยตัวเอง โดยได้รับเชิญเข้ามา เป็นกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อขับเคลื่อนงาน CSR ของธนาคารผ่านมูลนิธิสยามกัมมาจล บัดนี้เป็นเวลา ๒ ปีเศษแล้ว และงาน CSR ของธนาคารไทยพาณิชน์ก็เริ่มชัดเจนมากแล้ว ถึงเวลาที่ผมจะลองทำ AAR กับตนเอง ว่าผมเข้าใจ CSR อย่างไร
ผมฟันธง ว่า CSR ของแท้ต้องหวังผลที่ S ไม่ใช่หวังผลที่ C ซึ่งก็คือ CSR แบบพอเพียง ซึ่งหมายความว่าองค์กร (C – corporate) ต้องไม่หวังผลประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก ในการทำงาน CSR ต้องหวังผลหรือประโยชน์ของสังคม (S – Society) เป็นหลัก
ผมมีความเห็นว่า CSR ที่แยกออกมาทำนอกธุรกรรมหรือภารกิจหลักขององค์กร ยังไม่ใช่หัวใจของ CSR ตัวหัวใจของ CSR หรือ CSR หลักต้องอยู่ในงานประจำของ องค์กรนั่นเอง อย่างในองค์กรธุรกิจ CSR ฝังอยู่ในการทำงานอย่างรับผิดชอบต่อลูกค้า ต่อผู้ถือหุ้น ต่อพนักงาน และต่อสังคมวงกว้าง นั่นคือ CSR ที่แท้จริง
จะเห็นว่า องค์กรที่มี CSR คือองค์กรที่มีความพอดี พอเพียง ไม่โลภมาก ไม่แสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขององค์กรมากเกินไป การมี CSR ที่แท้จริงจึงต้องมีวิธีคิดแบบพอเพียงเป็นฐานคิด
ธนาคารไทยพาณิชย์ตัดเงินกำไรส่วนหนึ่ง (ประมาณ ๐.๕%) บริจาคให้แก่มูลนิธิสยามกัมมาจล เพื่อทำงานสร้างสรรค์ให้แก่สังคมในเรื่องการพัฒนาเยาวชน โดยมีหลักการคือไม่เน้นทำเอง แต่เน้นสร้างเครือข่ายหน่วยงานที่ทำเรื่องเยาวชนอยู่แล้ว ให้เกิดความร่วมมือ เกิดการประสานพลัง ในเรื่องการพัฒนาเยาวชนของประเทศ มูลนิธิสยามกัมมาจล เน้นส่งเสริมให้เยาวชนรวมตัวกันเป็นผู้คิดและลงมือทำเอง เพื่อพัฒนาตัวเอง เน้นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เน้นทำงานอาสาสมัครให้แก่สังคม ซึ่งก็คือการพัฒนาจิตอาสาโดยเยาวชนลงมือทำเอง
มูลนิธิสยามกัมมาจลใช้เครื่องมือ การจัดการความรู้ เป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาเยาวชน โดยส่งเสริมให้มีการเสาะหา success story ที่เยาวชนรวมตัวกันทำดีให้แก่ชุมชน/ท้องถิ่น/สังคม ออกเผยแพร่ เพื่อยกย่อง ให้กำลังใจ และเชื่อมโยงกับเยาวชนกลุ่มอื่นๆ รวมทั้งจัดเวที ลปรร. ระหว่างเยาวชนเหล่านั้น
เป้าหมายหลักของมูลนิธิสยามกัมมาจล คือผลประโยชน์ของสังคม ไม่ใช่ผลประโยชน์ของธนาคารไทยพาณิชย์
ผม AAR กับตัวเองต่อว่า ในเมื่องานของมูลนิธิสยามกัมมาจลไม่ใช่งานหลักของ CSR และงาน CSR ที่เป็นตัวหลักต้องบูรณาการอยู่ในธุรกรรมหลักของธนาคารไทยพาณิชย์ และหากผมจะทำหน้าที่ CSR Watch ให้แก่ธนาคารไทยพาณิชย์ ผมก็ต้องคอยตรวจสอบระวังระไวในเรื่องวิธีคิด วิธีทำงาน ของธนาคารไทยพาณิชย์ ให้มีความพอดี อยู่ในกรอบหรือทิศทางของความรับผิดชอบต่อสังคมตามแนว BSC (Balanced Score Card) ซึ่งผมภูมิใจที่จะอวดว่า ในการประชุมคณะกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเห็นสะเก็ดดาวแห่งความรับผิดชอบต่อสังคมเต็มไปหมด
และส่วนของการลงทุนให้แก่สังคมในการส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนนั้น สิ่งที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้มากไม่ใช่เงิน แต่เป็นการให้ “ปัญญา” (wisdom) ของคณะกรรมการ CSR ที่เอาจริงเอาจังในการทำหน้าที่ steering ให้แก่มูลนิธิสยามกัมมาจล
ท่านที่สนใจบันทึกของผมเกี่ยวกับ CSR อ่านได้ที่นี่
วิจารณ์ พานิช
๘ ก.พ. ๕๒
สวัสดีค่ะอาจารย์ ดิฉันตามมาทำความเข้าใจ CSR
ดิฉันไม่รู้จัก CSR แต่แปลความเอาจากภาษาว่า การที่องค์กรหวังกำไรทำสิ่งที่เป็นประโยชน์คืนสังคมโดยไม่หวังกำไร ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่าใช่หรือไม่
ดิฉันเจอศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับการจัดการความรู้มากมายที่นี่ ต้องพยายามต่อไปที่จะเข้าใจในระดับถ่องแท้โดยไม่อิงทฤษฎี